หากเราหันมามองและให้ความสำคัญในแง่ของประโยชน์หรือคุณค่าที่จะเกิดขึ้นจากสิ่งที่เราทำมากขึ้น...

            มีโอกาสได้ยินคำกล่าวหนึ่งคือ "underemployment" ในความหมายที่ว่า คนที่ทำงานและมีประสบการณ์ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งมาก ผลงานหรือสิ่งที่ถ่ายทอดออกมาเกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ ไม่ดีพอหรือมีคุณภาพน้อยกว่าที่ควรจะเป็น...

 

            จึงลองไปหาความหมายเพิ่มเติมของคำนี้มาจาก "ศัพทานุกรม การวิจัยทางประชากรและสังคม" ซึ่งได้นิยามคำนี้ว่าหมายถึง "การทำงานที่ต่ำระดับ" และได้อธิบายเพิ่มเติมไว้ว่า การที่บุคคลวัยแรงงานไม่ได้ทำงานอย่างเต็มที่ เช่นทำงานน้อยกว่าเวลาที่สามารถทำได้ ได้รับรายได้ต่ำกว่าที่ควรจะได้รับหรือต่ำกว่าคุณวุฒิ ความชำนาญหรือประสบการณ์ของตน...

 

 

  

 

 

            หันมาลองพิจารณาตัวเราเองว่า เวลาที่เราจะทำงานชิ้นใดชิ้นหนึ่ง เราได้ทำเต็มที่และเต็มความสามารถของเราแล้วหรือยัง ไม่เฉพาะการทำงานที่เรารับค่าจ้างจากคนอื่น ๆ นะครับ รวมถึงการทำงานใด ๆ ก็ตามครับว่า เราได้ตั้งใจและพยายามทำมันอย่างสุดความสามารถของเราแล้วหรือยัง...

 

            ทำให้ย้อนไปนึกถึงคำพูด ๆ หนึ่งจากบทเรียนที่ได้เรียนตั้งแต่สมัยประถมครับ เป็นคำพูดที่ก๋งพูดกับหยกครั้งที่หยกบอกว่าทำงานแล้วไม่คุ้มกับค่าแรง แล้วก๋งก็บอกกับหยกว่า เราทำงานเราใช้แรงงานของเรา เราไม่เห็นต้องลงทุนอะไร แล้วจะพูดว่าเราทำงานแล้วไม่คุ้มได้อย่างไร...

 

            สำหรับผมแล้ว ผมว่าถ้าเราไม่มองที่ประเด็นของความคุ้มค่าในแง่ของผลตอบแทนที่เราจะได้รับแต่เพียงอย่างเดียว แต่หากเราหันมามองและให้ความสำคัญในแง่ของประโยชน์หรือคุณค่าที่จะเกิดขึ้นจากสิ่งที่เราทำมากขึ้น ผลงานของเราย่อมออกมาจากความพยายามและความสามารถของเราอย่างเต็มที่นะครับ...

 

           และที่สำคัญ...ตัวเราก็ย่อมมีความสุขกับการได้ทำงานและผลงานที่เกิดขึ้นจากตัวเราด้วยนะครับ...