ทรงกู้เอกราชสร้างเวียงวังวัดให้เหมือนกรุงศรีอยุธยาขึ้นมาโดดเด่นดังเดิม

ยามพักเที่ยงวันได้มีเวลาเข้ามาบันทึกเรื่องเล่าต่อจากตอนที่แล้วคือการร่วมไปกับคณาจารย์และนิสิต ม. ทักษิณ เพื่อชื่นชมสถานที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของชนชาติไทยในวังวัดพระแก้ว

ประกอบกับนิสิตกลุ่มนี้ศึกษาวิชาทางด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ศาสนา ปรัชญา ประวัติศาสตร์

 พวกเราเข้าไปนั่งฟังการบรรยายจากคุณนำชัย  เจ้าหน้าที่คนหนึ่งของวัง

...ทหารกำลังเปลี่ยนเวรยาม...

เรานั่งตรงด้านหน้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทเดิมเป็นสถานที่ผู้ครองเมืองต่าง ๆ มาส่งเครื่องราชถวายความจงรักภักดีพระราชา 

...ตรงยื่นออกมาเป็นที่ประทับของพระราชา...

 เดี๋ยวนี้เป็นที่ตั้งบำเพ็ญกุศลพระศพของราชวงศ์ องศ์ท้ายสุดก็คือพระพี่นาง 

...นิสิตเรียบร้อยน่าชื่นชมวันนี้...

  เราได้เข้าไปภายในท้องพระโรงห้ามถ่ายรูปแต่ด้านนอกถ่ายรูปได้  อยู่ภายในห้ามสวมหมวกด้วยละ 

 แล้วเราไปชมสถานที่เก็บเครื่องอาวุธมีปืน 9 คืบของพระองค์ดำที่ยิงแม่ทัพพม่าตายบนหลังช้างขณะอยู่กันคนละฝั่งแม่น้ำสะโตงด้วยละ แล้วไปดูที่อยู่ของนางใน  ไปดูที่ออกว่าราชการของ ร. 1 และทราบว่ามีเจ้านายเมืองลาวมาถึงค่ำแล้วเลยให้เข้าเยี่ยมทางช่องพระแกน ( หน้าต่าง )มีที่แหวนตระเกียงด้านข้างยังมีอยู่ 

...ที่ออกว่าราชการของ ร. 1 ในช่วงท้ายรัชกาลด้วยทรงชราภาพ...

 ทราบว่าตรงห้องหน้าต่างนี้ละที่ ร.1 เสด็จสวรรคต ให้เราชาวไทยได้น้อมรำลึกถึงการสร้างชาติไทยเป็นปรึกแผ่นของพระองค์ท่าน  ทรงกู้เอกราชสร้างเวียงวังวัดให้เหมือนกรุงศรีอยุธยาขึ้นมาโดดเด่นดังเดิมอย่างที่ต่อหน้าเป็นที่เห็นแก่สายตาของพวกเราทุกคนไงละ.