นางสาวพรรณา แสงนภาเพ็ญ

       สำหรับวันนี้มีเรื่องที่อยากจะมาแลกเปลี่ยนความคิดประสบการณ์จากการสอนเกี่ยวกับวิธีการทางประวัติศาสตร์   หลังจากหาแนวทางการสอนว่าทำอย่างไรลูกศิษย์ถึงนำวิธีการทางประวัติศาสตร์ไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนและเข้าใจเรื่องนี้อย่างแท้จริงอยู่หลายปี(ประมาณ ๖ ปี) ในที่สุดก็ได้วิธีการที่เรียกว่าค่อนข้างสมบรูณ์สามารถทำให้ลูกศิษย์เรียนรู้ปฏิบัติได้ดังที่คาดหวัง  โดยเริ่มจากปี ๒๕๔๗  ที่ให้ครูสอนต้องสอนทั้ง๕ สาระการเรียนรู้   สำหรับสาระประวัติศาสตร์นั้น ดิฉันเน้นกระบวนวิธีการทางประวัติศาสตร์  ซึ่งกำหนดให้เด็กๆสามารถนำไปใช้ได้จริงโดยให้เด็กๆเลือกเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ไทยตอนที่สนใจมากที่สุดมาให้ตั้งเป็นประเด็นปัญหา  แล้วใช้กระบวนการสืบค้น  การคิดวิเคราะห์ตามกระบวนวิธีการทางประวัติศาสตร์มาฝึกให้นักเรียนรักการอ่าน  สนใจในประวัติศาสตร์ไทยเรื่องใดเรื่องหนึ่งก็ได้เป็นพิเศษ พร้อมเขียนรายงานโดยใช้กระบวนวิธีการทางประวัติศาสตร์   เด็กๆหลายคนพอครูกำหนดกิจกรรมให้เสียงที่ได้คือ ครูให้ทำอะไรที่ยาก...แต่สิ่งที่ดิฉันพบคือ  เด็กๆสืบค้นพอทำได้ แต่ปัญหาที่พบคือ  เด็กสืบค้นคว้ามาจริงเพราะเคยทำเท่านี้  ที่สำคัญทำให้ดิฉันสงสัยว่าเขาอ่านสิ่งที่เขาค้นคว้ามาหรือไม่เพราะบางคนทำรายงานเล่มใหญ่พิมพ์เป็นร้อยหน้าซึ่งดิฉันไม่นิยมให้ทำเพราะสิ้นเปลือง ที่สำคัญแถมด้วยเด็กไม่อ่านสิ่งที่ตนเองได้ค้นคว้าเพราะเคยถามตอบไม่ได้พูดผิดๆถูกๆ อีกทั้งสมัยนี้เว็บไซต์ต่างๆมีเขียนเรื่องราวต่างๆมามากมายทำให้ดิฉันในฐานะเป็นครูรู้เท่าทันเด็กๆซึ่งอยากสอนให้เขาเป็นเด็กที่มีคุณภาพจริง เป็นเยาวชนที่เป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต  ด้วยเหตุนี้ดิฉันเห็นว่าน่าจะนำกระบวนการวิธีการทางประวัติศาสตร์มาฝึกเด็กๆได้รู้จัก สืบค้น  คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ตามวิธีการทางประวัติศาสตร์พร้อมเขียนและรายงานการปฏิบัติตามกระบวนการวิธีการทางประวัติศาสตร์ ซึ่งก็ได้ผลตามที่หวังในที่สุด สำหรับดิฉันเองได้สื่อนวัตกรรมที่เป็นแนวทางทำให้เด็กๆสามารถเขียนรายงานโดยใช้กระบวนวิธีการทางประวัติศาสตร์  ซึ่งดิฉันค่อนข้างพอใจกับการสอนหลังจากพัฒนามาเป็นเวลา๕-๖ปีเต็ม  ส่วนเทคนิคการเขียนรายงานตามกระบวนวิธีการทางประวัติศาสตร์เป็นอย่างไรก็จะเล่าสู่กันในช่วงว่างๆนะคะ