เมื่อวานมีเรื่องติดใจหนึ่งเรื่อง อันเนื่องมาจากการตักเตือนนี่แหละค่ะ ด้วยความที่คิดว่าตัวเองค่อนข้างอาวุโสเมื่อเทียบกับน้องๆหลายคนในห้องแล็บ และว่าไปแล้วพวกเราทั้งหมดก็คือนักเทคนิคการแพทย์ ซึ่งไม่ว่าจะมาจากสถาบันไหน เราก็คือพี่น้องกัน ดังนั้นเมื่อเรารักกัน เราก็ต้องตักเตือนกันเมื่อเห็นอะไรไม่ถูกต้องและสามารถปรับปรุงได้ และสำหรับตัวเองก็ยินดีรับฟังเมื่อน้องๆทักเรื่องต่างๆที่เราบกพร่อง จริงๆแล้วเป็นที่น่ายินดีมาก เพราะเท่าที่ผ่านมาเราจะรับกันได้เป็นส่วนใหญ่ เพราะเราต่างก็มีวิธีการตักเตือนทักถามกันในลักษณะของการแลกเปลี่ยน พูดคุย ไม่ใช่การจับผิด กล่าวโทษ
แต่หลังจากทำงานกันไปสักพัก เราก็ได้เรียนรู้ว่า มีน้องคนหนึ่งที่เขาไม่ต้องการความหวังดีของเรา ก็เลยเลือกที่จะทำในส่วนที่เราทำได้ และไม่ทำสิ่งที่น้องเขาไม่ต้องการ ก็เป็นอันว่าเราก็ต่างทำงานในส่วนของตัวเองไป เขาจะเป็นปัญหากับใคร แต่ละคนก็มีวิธีการของตัวเองในการแก้ปัญหากันไป ก็ได้แต่ปรับทุกข์กันในหมู่คนที่เจอปัญหาเดียวกัน
และแล้วก็ถึงวันที่ต้องรับหน้าที่หัวหน้างาน ที่หน้าที่หนึ่งคือการทำให้งานประจำเป็นไปอย่างถูกต้องรวดเร็ว ทำให้ต้องแถมการดูแลการทำงานของคนอื่นไปด้วย คราวนี้จะไม่ยุ่งก็ไม่ได้แล้ว หากมีการบกพร่องในหน้าที่ จึงเป็นเหตุให้ต้องตักเตือนกันโดยตรงกับน้องอีกแล้ว
เป็นงานที่สร้างความขุ่นใจเป็นอย่างยิ่งทีเดียว เพราะน้องเขาโต้ตอบได้ทุกประเด็น แถมยังบอกข้อบกพร่องของคนอื่นๆที่ทำให้เราขุ่นใจ รวมทั้งบอกให้เราคิดด้วยว่าเราเป็นหัวหน้างานที่ทำให้ผู้อื่นอึดอัด แม้จะทำงานได้ดี แต่อย่างน้อยเขาก็บอกว่าให้คอยดูกันต่อไป เขาจะรับผิดชอบงานของเขา
บทเรียนครั้งนี้ ทำให้ย้อนคิดว่า มีคนหลายคนที่เรารู้จัก พูดคุยด้วยได้ แต่การจะทำงานร่วมกันได้นั้น ต้องเรียนรู้กันมากกว่าเพียงการพูดคุยจริงๆ และหากเราแยกเรื่องงานกับเรื่องตัวตนของคนไม่ได้ ก็เป็นเรื่องยากจริงๆที่จะทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข บอกตัวเองได้ว่า เราไม่เหมาะกับการทำงานเป็นหัวหน้างานเอาเสียเลย
สวัสดีคะ อ.โอ๋
มาให้กำลังใจคะ หัวหน้า
ขอบคุณคุณป้อม จังเลยค่ะ เป็นแฟนประจำกันจริงๆ พี่โอ๋ก็เล็งแล้วว่าปีหน้าคงขอให้น้องอีกคนเป็นแทนดีกว่า ดูๆไปแล้วเธอน่าจะทำได้ดีกว่าพี่โอ๋เป็นแน่แท้ ตำแหน่งเธอก็ไปไกลกว่าพี่โอ๋เยอะแล้ว คงจะยินดีรับ เพราะเราใช้วิธีเลือกกัน ปีนี้ที่จริงพี่โอ๋ก็รับแทนพี่นุชมาค่ะ แต่ก็รู้สึกว่าเราทำหน้าที่ได้ไม่สมบูรณ์เลย มีอะไรหลายๆอย่างที่ควรทำแต่ไม่ได้ทำ และรู้สึกว่าเราน่าจะทำประโยชน์อย่างอื่นได้มากกว่า ดีใจแทนคุณป้อมที่เป็นอิสระซะทีนะคะ ฟังดู"โล่ง"จริงๆแหละค่ะ
ขอบคุณคุณประกายค่ะ สำหรับกำลังใจ พอเป็นหัวหน้างานแล้ว ยิ่งรู้สึกว่าคนเราไม่ได้เกิดมาเพื่องานบางอย่างจริงๆค่ะ ถ้ามองเห็นว่าใครทำได้ดีกว่าก็น่าจะปรับเปลี่ยน
ขอบคุณคุณWanpenมากๆค่ะ ที่มาแลกเปลี่ยนให้ได้รู้ปัญหาของการเป็นหัวหน้า สำหรับตัวเองปกติก็เป็นคนรับผิดชอบงานเต็มที่ และรู้สึกว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกคนควรเป็นอย่างนั้นนะคะ ก็เลยคิดว่าน่าจะเป็นสามัญสำนึกของทุกคน แต่เอาเข้าจริงคนก็มีหลากหลายแบบ สามัญสำนึกก็มีหลายระดับอีก เลยไม่อยากทำหน้าที่ที่ต้องกำกับคนอื่นเลยค่ะ ไม่เครียดนะคะ เพราะเป็นคนตรงไปตรงมา พูดแล้วก็แล้วกัน แต่รู้สึกว่าเราทำหน้าที่ได้ไม่ดีมากกว่าค่ะ มองเห็นว่ามีคนทำได้ดีกว่าก็เลยอยากให้มีการเปลี่ยนแปลง (ไม่เฉพาะงานกำกับดูแลคนหรอกค่ะ อีกหลายงานเลย แต่งานนี้มีเรื่องให้ขุ่นใจเท่านั้นเองเลยเก็บมาเขียน)