วันนี้ตอนเช้าอากาศมืดมนฝนน่าจะตก

แต่พอสายๆหน่อยอากาศกลับแจ่มใสถนัดตา

ลมโชยพัดโล่งเบาสบายตามแบบท้องทุ่งนา

แต่บรรยากาศแบบท้องทุ่งอย่างนี้บวกกับใจอันแจ่มใส

ถึงชีวิตจะโบกมือให้กับยศฐาบรรดาศักดิ์ลาภสักการะต่างๆ

แต่บางทีเศรษฐีร้อยล้านพันล้าน

ก็ไม่อาจจะได้สัมผัสกับมันก็เป็นได้

บางครั้งคนเราได้สิ่งที่ตนต้องการก็จริงอยู่

แต่เมื่อนำสิ่งของที่ตนได้มาไปเปรียบกับของคนอื่นแล้ว

จากสุขกลายเป็นทุกข์ทันท่วงที

ธรรมฐิตขอยกตัวอย่าง อาทิว่า

เราไปเที่ยวกับเพื่อนซื้อกระเป๋ามาใบหนึ่งราคา๑,๐๐๐  บาท

ต่อได้ในราคา๘๐๐บาทกลับมาอย่างมีความสุข

แต่พอกลับมารู้ว่าเพื่อนก็ซื้อกระเป๋าเหมือนกันกับเรา

และได้มาด้วยราคาถูกกว่าแค่ ๗๐๐ บาท

ใจที่ฟูเพราะเราต่อแล้วซื้อมาได้กลับหุบยิ้มแทบไม่ทัน

รู้สึกว่าไม่โปรดกระเป๋าที่ซื้อขึ้นมาทันที

นี้แหละบางครั้งได้ของถูกใจมาแล้วก็มีความสุขที่ได้เป็นเจ้าของ

แต่พอนำไปเปรียบกับของคนอื่นสุขใจกลายเป็นทุกข์ใจทันที

เพราะรู้ว่าเขาได้มากกว่าดีกว่าหรือถูกกว่าของเรา

ส่วนที่เราได้มามันด้อยค่าไปในพริบตา

เผลอๆเป็นทุกข์มากกว่าตอนที่ยังไม่ได้เสียด้วยซ้ำ

นี้แหละสุขกับทุกข์มันมาอยู่ในของอันเดียวกัน

ใจเรานี้แหละเป็นตัวแปรเปลี่ยนที่สำคัญกว่าวัตถุภายนอก

แล้วแต่ว่าเราจะมองในรูปแบบของทุกข์หรือสุขเท่านั้นแหละ

ธรรมะสวัสดีขอรับ..