ความสุข ณ ขณะนี้เป็นความสุขที่ลงด้วย “ทุน (Capital)” ทางโลกที่น้อย

เมื่อก่อนนี้ เราจะทำอะไร จะไปทางไหน โดยเฉพาะการเดินทางไปเพื่อ “หาความสุข” นั้นเราต้องลงทุนเยอะ
ทำงานเหนื่อย ๆ ตอนเย็น ๆจะไปทานข้าว ฟังเพลงเพื่อหาความสุขเหรอ ก็ต้องใช้จ่ายเงินหลายร้อย หลายพัน
วันหยุดสุดสัปดาห์ หยุดยาว ย๊าว ยาว ยาวแค่ไหน ก็เดินทางไปก็ต้องใช้จ่ายเงินหลายพัน หลายหมื่น

แต่ ณ ที่นี่ เวลานี้ เราชีวิตอยู่ด้วยการ “กระทำดี” และ “การเสียสละ” โดยใช้จ่าย “ทุน” ชีวิต
ทุนที่ได้มาจากพ่อและแม่นี้ ใช้ทุนเป็นฐานแห่งการทำความดี ชีวิตนี้จึงได้พบสุขที่แท้จริง

การมีชีวิตที่ได้ถือกำเนิดเกิดมาจากพ่อและแม่นั้นถือว่าเป็น “ทุน” อันเอนกอนันต์ที่สามารถสร้างสรรค์สุขทุกเวลา
การทำดีต่อพ่อและแม่หนึ่ง ลูกย่อมซึ้งในสุขที่ให้ท่าน
การทำดีต่อเพื่อนมนุษย์ทุกคืนวัน ความสุขนั้นย่อมหวนคืนชื่นหัวใจ

เมื่อใดที่เราเที่ยววิ่งเพื่อหาสุข เมื่อนั้นเราย่อมใช้จ่ายทุนแห่งความสุขเพื่อได้ทุกข์
เรายอมเหนื่อยมาตลอดทั้งปี ทั้งเก็บ ทั้งออม ทะนุถนอมเงินก้อนน้อย ๆ เพื่อเดินทางไปเที่ยว ไปเตร่
ได้สุขบ้าง ได้ทุกข์บ้าง เหนื่อยบ้าง หายเหนื่อยบ้าง ผสม ผเส ปนเปกันไป
เราได้ใช้จ่ายทุนทั้งชีวิตและจิตใจเพื่อให้ได้กับมาไซร้ซึ่ง “เงินตรา”

ในวันนี้เราใช้เราลมหายใจแลกความสุข
ลมหายใจเข้าที่สบาย ลมหายใจออกที่สบาย ใช้ทุนแห่ง “ลมหายใจ” แลกมาได้ซึ่ง “ความสุข”
การมีชีวิตอยู่กับลมหายใจ คือการมีชีวิตที่ “สงบ”
การมีชีวิตอยู่ด้วยความสงบ ย่อมสุขเหนือกว่าสุขใด

ความสงบคือสุขแท้ เป็นสุขแน่มิแปรผัน
ทุนสุขแท้ คือ สงบในคืนวัน สุขพร้อมกัน สุขพร้อมใจ มิไกลเอย...