น้ำหนาวอยู่ไหน ? (หนองคายเหรออ ? )โบกรถเนี่ยนะ (จะถึงเหรออ ?)

ก.) ประสบการณ์ชีวิต

:  โบกรถไปน้ำหนาว เข้าค่ายเพื่อนใหม่ ซุ้มยอป่า 14-16 สิงหาคม 2552

ข.) เรื่องมีอยู่ว่า ... (มันยาว แต่อ่านเถอะ ได้โปรด 55)

:  ข้าพเจ้าตัดสินใจจะไปเข้าค่ายเพื่อนใหม่ ซุ้มยอป่า (ที่อยู่ตรงเวที อน.มข.) ณ อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ กับเพื่อนรักชื่อ ทราย (AMS ปี 1) ไปกันสองคน โดยติดใจกับป้ายที่เขียนไว้ว่า "โบกรถไปน้ำหนาว"  ความคิด ณ ตอนนั้นคือ น้ำหนาวอยู่ไหน ? (หนองคายเหรออ ? )โบกรถเนี่ยนะ (จะถึงเหรออ ?) ว้าวว ! น่าสนุก และแล้วก็ถึงวันนัดหมาย 14 สิงหาคม 17.00 น. ที่เวที อน.มข. ข้าพเจ้าและเพื่อนทรายพร้อมกระเป๋าเป้สะพายหลังกันคนละใบ ไปถึงที่นัดหมายก็ .. ไม่รู้จักใครเลย 55 นั่งจ๊อกป๊อกกินขนมเล่นกันสองคน แล้วจู่ๆ พี่ค่ายก็ 'ไป ออกเดินทางกัน' ตั้งตัวไม่ทัน แต่ใจสั่งว่า ลุย ! เพื่อนร่วมเดินทางเที่ยวไปมีกันอยู่ 7 คน (แบ่งไปกันเป็นกลุ่มๆ เพื่อสะดวกต่อการโบกรถ)  ก่อนอื่นก็ขึ้นรถเมล์สาย 8 ไปลงหน้า มข. เดินข้ามสะพานลอย แล้วก็เดินไปหาทำเลเหมาะสมเพื่อโบกรถ โบกแล้วโบกเล่า ไม่มีใครจอดเลยค่ะ เดินๆต่อไป โบกใหม่ ไร้ซึ่งสัญญาณตอบรับ - -" จนไม่ไหวแล้ว ร้อนก็ร้อน กระเป๋าก็หนักอึ้ง ขึ้นรถเมล์ไปลงบ้านทุ่ม (ค่ารถตั้งคนละ 10 บาท) แล้วก็โบกรถต่อ โบกได้แต่รถสายสั้นๆ สรุปคือ โบกได้ 5 คัน ได้เดินทางไปด้วย 3 คัน จนถึงชุมแพ โบกรถที่ชุมแพนานพอสมควร ตอนนั้นก็เกือบจะดึกแล้วด้วย ไฟก็ดับครึ่งอำเภอ ไฟดับจริงๆค่ะ มืดตึ๊ดตื๋อ ไม่มีรถคันไหนจอดให้ รอไม่ได้แล้ว ดึกแล้วด้วย ก็เลยตัดสินใจกันว่าจะไปขึ้นรถที่ บขส.ชุมแพ ดีกว่า ก็เดินเข้าไปตามถนน(อย่าลืมนะคะว่าตอนนั้นไฟดับอยู่ ให้ความรู้สึกเหมือนผจญภัยในเกม 55+) ก็ได้ขึ้นรถทัวร์ขอนแก่น-เชียงราย ตอนสามทุ่มครึ่ง ได้ยืนด้วยค่ะ ยืนไปตลอดทางเลย คือที่นั่งเต็ม รถเที่ยวสุดท้ายด้วย ! ไปถึงหน้าอุทยานน้ำหนาวตอนประมาณ 23.00 น. กลุ่มสุดท้าย เย่ !! อากาศหนาวมากกกก มีหมอกเต็มไปหมด รถกระบะมารับเข้าไป ดาวสวยมากค่ะ เยอะแยะระยิบระยับเต็มไปหมด ตอนนั้นทุกคนที่มาถึงก่อนเขาทำกิจกรรมเสร็จแล้ว เตรียมเข้านอนกันแล้ว ข้าพเจ้ากับเพื่อนทรายก็ไปจับจองที่ซุกหัวนอน ได้ชั้นสอง บันไดทำมุม 85 องศา กับพื้นราบ (คือเรื่องจริงค่ะ) ความชันสุดยอดอลังการ ต้องปีนค่ะ ใช้คำนี้ได้เลย เตียงเดี่ยว มีตู้เสื้อผ้าให้ สบ๊ายยย ลงไปกินข้าวเย็น ?(จะเป็นข้าวเช้าวันใหม่ก็ยังได้ 55) แล้วก้เข้านอนเลย ! เหนื่อยมากจริงๆค่ะ เช้าวันที่ 15 ตื่นเช้ามาออกกำลังกาย อากาศดีมากกกกก เย็นสบาย หมอกตรึม พระอาทิตย์กำลังจะขึ้น ไม่เคยได้สัมผัสธรรมชาติอย่างนี้มานานแล้วค่ะ ^____^ ลืมไปแล้วด้วยว่าเมืองไทยก็มีอย่างงี้ด้วย (อยู่แต่ในมข.ทุกวันๆ ไม่ได้ไปไหนเลย ยกเว้นกลับบ้าน) ในค่ายก็ร่วมกิจกรรมค่ายมากมาย ได้รู้จักพี่เพื่อนในค่าย (ดูทุกคนให้ความสนใจกะข้าพเจ้ายิ่งนัก เพราะคำว่า MD ปี 1 ในคณะไม่มีใครไป) หลักๆของค่ายนี้คือวางแผนทำประโยชน์ให้กับสังคม ให้กับคนที่ด้อยโอกาสกว่า อาจจะช่วยไม่ได้มากถึงขนาดที่ว่าสบายไปตลอด แต่อย่างน้อยก็คิดว่าน่าจะทำให้ดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งจะมีค่ายใหญ่อีกทีตอนเดือนตุลาคม ที่จะได้ลงพื้นที่จริง ทำจริง ค่ะ ทำให้ต้องคิดต่อไป ไม่มีคำตอบที่ตายตัว ถูกหรือผิด แต่เราต้องไปหาคำตอบเอง ข้าพเจ้าได้เดินขึ้นเขา ได้ดูหญ้าถอดปล้อง 55 ตื่นเต้นมากค่ะ ได้ร้องเพลงค่ายที่ไม่ใช่เพลงที่แค่ทำขึ้นเพื่อความบันเทิงใจ แต่มันมีความหมาย มีข้อคิด ไม่ใช่ตามกระแสนิยม ได้แสดงละครเป็นหมอที่ทำคลอดแบบดึงลูกออกมาจากเตียง ได้กินข้าวไหม้ๆก้นหม้อด้วยนะ ได้ฟังเรื่องเล่าประสบการณ์ที่แปลกใหม่เยอะๆ จนรู้สึกได้เลยว่าชีวิตข้าพเจ้านี้ช่างเรียบง่าย วันสุดท้าย ต้องกลับแล้ว โบกรถกลับตามเคย เพียงแต่คราวนี้ต้องเดินออกไปหน้าอุทยานเองด้วย !!! ทรหด อดทนมาก ขึ้นเขา 3 กม. (ปกติก็ไม่ค่อยชอบออกกำลังกายอยู่แล้ว) เที่ยวกลับ โบกรถได้เร็วค่ะ เพราะมีแต่รถลงเขา สบาย แป๊บเดียวได้ ข้าพเจ้าอยู่กลุ่มที่ 7 (มี 8 กลุ่ม) โบกได้รถพ่วง 18 ล้อ ! ต้องปีนบันไดตรงประตูฝั่งคนนั่งข้างคนขับ แล้วเดินบนหลังคา ไปลงอีกฝั่งหนึ่ง ไปอยู่ในที่ที่เขาใช้บรรทุกของ (มีคลิปให้ดูด้วยนะคะ)  ฝนก็ตก น้ำก็เจิ่งนอง ยังกะสึนามิ มีคลื่นใหญ่เป็นระลอก ๆ ช่วยกันกางร่ม กางเสื้อกันฝน จนถึงแยกชุมแพ ก็ต้องลงเพื่อโบกรถต่อ ทีนี้ได้รถสายยาวค่ะ ส่งตรงถึงขอนแก่นเลย ^^ ถึงที่ซุ้มเวลา 20.00 น. กลับหออย่างปลอดภัย

ค.) ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตามมา

: - ได้ประสบการณ์มากมาย ไม่คิดว่าจะได้จริงๆ

  - น้ำหนาว อยู่เพชรบูรณ์นะคะ ^^

  - ได้รู้จักผู้คนมากมายหลากหลาย  การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน

  - ได้ข้อคิด คติจากกิจกรรมในค่าย

  - ได้ความสนุกสนาน เพลิดเพลิน บันเทิงใจ

  - ได้พบความงามที่ซ่อนอยู่ ธรรมชาติแสนสวย

  - ค้นพบว่าตัวเองก็ไม่ได้ติดสบาย เจออะไรที่ลำบากบ้าง กานต์ก็ทำได้ !

  - ได้กระชับความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนรัก (มหา'ลัยไม่ค่อยมีเวลาว่างตรงกันเหมือนเมื่อครั้ง ม.ปลาย)

  - ต้องออกกำลังกายบ้างแล้วแหละ เพื่อร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์

  - ข้าพเจ้าจะตั้งใจเรียน ในเมื่อข้าพเจ้ามีโอกาสได้เรียน ในขณะที่หลายคนไม่มี TT

ง.) ข้อคิดที่ได้

:  - สังคมยังคงต้องการคนดีเสมอ

   -  ต้องรู้จักความยากลำบาก

   - ไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ ต้องใช้ความพยายาม

   -  ต้องรับฟังคนอื่นด้วย อย่าเอาแต่ตัวเอง

   -  อย่าตัดสินคนจากภายนอก

   -  พอเพียง พออยู่ พอมี พอกิน ไม่ฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย สุรุ่ยสุร่าย

จ.) เอกสารอ้างอิง

อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์

ฉ.) ภาคผนวก

ช.) วันเดือนปีที่บันทึก   : 19 08 2552

             วันที่ปรับปรุง  : 12 09 2552 

 

 ถึงมันจะยาวมากเลย  แต่มันก็ยังน้อยกว่าประสบการณ์ที่กานต์ได้นะคะ

 

 

ทำไมต้องจำกัดบรรทัดด้วย ? ก็เรื่องมันยาวอะ - -“