นักเรียนที่โรงเรียน เป็นนักเรียนที่ไม่ค่อยมีความพร้อมทั้งทางครอบครัว และสติปัญญาเท่าใดนัก คนที่พร้อมก็ย้ายไปเรียนโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอที่บังเอิญมีขนาดใหญ่ตั้ง 2 แห่ง ก็ไม่รู้ว่าจะให้โรงเรียนแห่งนี้เปิดขยายโอกาสเพื่ออะไร ก็มัธยมที่ว่าอยู่ไม่ไกลกันเลยจริง ๆ
อยากให้เด็กสอบได้คะแนนดี ๆ ก็เต็มฝืน ครูเข็นกันยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูหลวงเสียอีก
เลยคิดกันว่า...เอาดีทางวิชาการไม่ได้...มาสอนให้เด็กเอาดีทางวิชาชีวิตกันดีกว่า
จึงเป็นที่มาของ นวัตกรรมภูมิปัญญาไทยมั่นใจในเศรษฐกิจพอเพียง
ผู้ปกครองในชุมชนร้อยละ 80 เป็นเกษตรกร แต่นักเรียนไม่มีความรู้ในการใช้หรือผลิตปุ๋ยชีวภาพ ทั้งๆที่มีภูมิปัญญาในท้องถิ่น อยู่แล้ว ทางการก็สนับสนุนเต็มที่...อย่างนี้ก็เข้าทางเลยชวนนักเรียนมาเรียนรู้การทำปุ๋ยเพื่อการเกษตรแบบพอเพียงกันเสียเลย
ดีกว่าอยู่เฉยๆ ปล่อยนักเรียนไปตามยถากรรม(ที่ไม่ได้ก่อ)
เป็นกำลังใจให้ครูไทย..ที่ตั้งใจทุกคน..สู้..สู้
ดีค่ะ เห็นด้วอย่างยิ่ง
ว่าแต่ว่า จะไปกันได้กับนโยบายยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหรือเปล่า
ไหนจะสอบอะไรอะไรอีกตามมาตรฐานที่ใครก็ไม่รู้กำหนดอีกล่ะ เฮ้อ
..........
ช่างมันเถอะ ให้มีทักษะชีวิตที่ดีก็แล้วกันนะ
ถึง(2)
จำได้...จำได้...
ได้ข่าวว่ากำลังก้าวหน้า...ก้าวไกล..ไม่เสียแรงที่เป็น ..มศว..สงขลา
ยินดีด้วย..จากใจจริง
นั่นสมัยสาวๆ
รูปใหม่ไฉไลกว่า ...
แต่สวยเหมือนเดิมแหล่ะน้อง...(เข้าข้างตัวเองเสมอ)
ตอนนี้เป็นครูบ้านนอก...อยู่กลางทุ่งเลย..
เห็นด้วยกับแนวความคิดนี้ครับ...
ในฐานะคนเป็นครูเหมือนกัน
สภาพเด็กในโรงเรียนส่วนใหญ่ก็คล้ายๆ กัน
ขอส่งแรงใจ มาเป็นแรงสู้กับงานสอนครับ..
ตามดร.ขจิตมาครับ ไม่เก่ง ไม่โกง พอเพียง เป็นทางเลือก ที่เลือกแล้วรอดครับ ขอบคุณมากครับ
หวัดดีจ้าผุส
จำคนๆ นี้ได้ไหมคะ เลือดสีเดียวกัน คณะเดียวกันด้วยน่ะ
เจ้าคนข้างบน
ไปบอกมาว่าตามมาดูใครนี่สิ เลยตามเข้ามาจนเจอผุส
ดีใจจัง...ที่จะเจอะเจอกันในบล็อกแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันต่อไป
มีความสุขกับชีวิตคุณครูนะคะ....ทักษะชีวิตและที่เน้นความพอเพียงน่าจะสนใจมากกว่าสำหรับเด็กกลุ่มอ่อนจริงๆ ค่ะผุส
เป็นกำลังใจให้นะคะ
ก๊ากๆมีพี่ๆน้องตามมาตรึมเลย ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ