ขี่ควายน่ากลัวกว่า ตัวมันใหญ่ขาเราถ่างไป และไม่มีเชือกให้จับด้วย

          หลังจากปล่อยเด็กในบ่ายวันศุกร์แล้ว ผมรีบกลับบ้าน พอไปถึงก็คว้าผ้าขาวม้าและเสื้อผ้าสองชุดสำหรับค้างคืนที่กระท่อมปลายนาของพ่อเหรียญ แล้วลงจากบ้าน ก็พอดีพ่อเหรียญจูงม้ามาจากหลังบ้าน

          “ครู..อยู่ตรงบันไดนั่นแหละ อย่าเพิ่งลงมา” พ่อเหรียญตะโกนบอก ผมชะงักอยู่ที่หัวบันไดและมองพ่อเหรียญด้วยความสงสัย

          “ผมจะเอาม้าไปเทียมบันได ครูจะได้ขึ้นง่ายๆ” ผมพยักหน้า เปลี่ยนจากเตรียมลงบันไดเป็นเตรียมขึ้นหลังม้าแทน

          พ่อเหรียญจูงม้ามาเทียบที่บันได ผมมองไปที่หลังของมันก็ใจหายวาบ มีเพียงกระสอบป่านผืนเดียว

          “ไม่มีอานหรือครับ” ผมถามและเริ่มกลัวการขี่ม้า

          “ไม่มีหรอก มันแพง และต้องไปซื้อถึงเมืองอุบล” พ่อเหรียญบอก แล้วพูดต่อ “ไม่เป็นไรหรอกครู ม้าไม่ดื้อ เดี๋ยวผมจูงไป”

          เอาวะ...ลองดู ไม่ไหวก็ลงเท่านั้นแหละ ผมคิดและตัดสินใจก้าวไปนั่งบนหลังม้า เอื้อมมือซ้ายไปรับสายบังเหียนจากพ่อเหรียญ พยายามนั่งตัวตรง ขาสองข้างหนีบที่ลำตัวของมันหลวมๆ

พ่อเหรียญเดินก่อน มือขวาถือเชือกที่ต่อจากบังเหียนม้า แกกระตุกเชือกเบาๆ ม้าก็เดินตามแกไป ผมนั่งนิ่งด้วยความตื่นเต้น

“เป็นไงครู เหมือนขี่ควายไหม” พ่อเหรียญถาม

“อืมม..ขี่ควายน่ากลัวกว่า ตัวมันใหญ่ขาเราถ่างไป และไม่มีเชือกให้จับด้วย” ผมตอบและชักจะหายตื่นเต้น จึงก้มลงใช้มือขวาลูบแผงคอสีแดงที่อ่อนนุ่มของมัน

สองคนกับม้าหนึ่งตัว เดินกันเงียบๆ ผ่านป่าไม้เตี้ยๆ ดินลูกรัง สลับกับไร่ร้างที่มีหญ้าคาและวัชพืชขึ้นรกเป็นพงหนา ไม่นานนักเราก็มาถึงลำธารเล็กๆ คะเนระยะทางน่าจะห่างจากบ้านประมาณสองกิโลเมตร พ่อเหรียญได้จูงม้าไปกินน้ำตรงแอ่งน้ำลึกประมาณหัวเข่า แล้วจูงม้าที่มีผมนั่งอยู่บนหลังข้ามลำธารส่วนที่ไหลผ่านลานหิน ซึ่งตื้นแค่ท่วมหลังเท้า

พอเราพ้นลำธารมา พื้นดินก็เป็นดินร่วนปนทราย

“ครู...มองเห็นนาไหม นาเราอยู่ข้างหน้านี่เอง” ผมยังมองไม่เห็นปลายต้นข้าวเลย เนื่องจากพุ่มไม้ บัง แต่.. ผมได้ยินเสียงเหรียญดังแว่วๆ บอกชินให้ไปจูงควายที่ผูกไว้ในทุ่งหญ้ามาผูกไว้ใกล้กระท่อม

อาหารเย็นที่กระท่อมปลายนาวันนั้น เป็นผักสดที่เกิดในนาข้าว มีผักแว่น ผักอีฮีน กับป่น (น้ำพริก)ปลาหมอ ที่ชินได้จากท้องนานั่นเอง

คืนนั้นผมกับเหรียญนอนคุยกันหลายเรื่อง แต่ไม่ดึกนัก ผมก็หลับ มาตื่นเอาตอนดึกเพราะถูกยุงกัดกำลังคิดว่าจะทำอย่างไรดี ก็ได้ยินเสียงเหรียญลุกขึ้นนั่ง และบ่นเบาๆ

“ไฟดับนี่เอง” แล้วเหรียญก็ลุกขึ้นเดินลงบันไดไปสุมไฟที่ชินก่อไว้ข้างกระท่อม จนลุกโพลง และควันไฟคลุ้งกระจาย ยุงที่ก่อนนี้บินตอมผมว่อนหายไปหมดสิ้น