ใครก็ตามที่สามารถปฏิบัติตนตามข้อของศีลนั้นได้ โดยเฉพาะศีล ๕ ซึ่งเป็นศีลของบุคคลทั่วไปก็นับว่าเป็นบุคคลที่ประเสริฐยิ่งแล้ว

สังคมที่วุ่นวายอยู่ทุกวันนี้เพราะอะไร  ก็คงตอบได้อย่างหนึ่งว่าเพราะคนในสังคมไม่มีศีล  ไม่มีธรรมประจำตัว  คือนอกจากไม่ประพฤติตนให้เป็นคนดีแล้วกลับยังประพฤติตนเป็นคนที่ไม่ดี  เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและญาติมิตรพวกพ้องของตนเอง

                ใครก็ตามที่สามารถปฏิบัติตนตามข้อของศีลนั้นได้  โดยเฉพาะศีล    ซึ่งเป็นศีลของบุคคลทั่วไปก็นับว่าเป็นบุคคลที่ประเสริฐยิ่งแล้ว

                โชคดีที่ได้มีโอกาสเข้ารับการอบรมฝึกปฏิบัติธรรมในกิจกรรมโรงเรียนวิถีพุทธ  ณ วัดปัญญานันทาราม ตำบลคลอง ๖ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เป็นเวลา ๕ วัน ๔ คืน จากคำสอนของพระอาจารย์ที่ให้การฝึกอบรมและการฝึกปฏิบัติด้วยตนเองทำให้เกิดแสงสว่างในจิตใจ มองเห็นวิธีการจัดกิจกรรมให้คนเป็นคนดีตามหลักของพุทธศาสนา

                หลักของไตรสิกขาก็คือสอนให้คนมี  ศีล  สมาธิ  ปัญญา  สิ่งนี้เป็นสิ่งที่จะทำให้มนุษย์เรารอดพ้นจากทุกข์  เพราะถ้าบุคคลนั้นปฏิบัติตนแบบ  ศีลมี  สมาธิมา  ปัญญาเกิด  นั่นหมายความว่าถ้ากระทำแต่กรรมดี  ไมกระทำกรรมชั่ว  จิตใจไม่ขุ่นมัว  ศีลก็เกิดขึ้นในตน  เมื่อมีศีลแล้ว  การทำสมาธิคือทำให้จิตใจสงบไม่วุ่นวายฟุ้งเฟ้อ  จิตสงบ  เย็น  ก็จะเกิดขึ้นได้ง่ายเพราะผลของศีลนั้นช่วยให้จิตนิ่งได้ง่าย  ก็ทำให้มีสมาธิเมื่อมีสมาธิแล้ว  เราสามารถที่จะคิดหาทางกระทำการสิ่งใดให้เราพ้นทุกข์ได้  นั่นคือใช้ปัญญาในการทำ

                แล้วจะทำอย่างไร  ที่จะทำให้เด็กรุ่นใหม่  เป็นผู้ที่มีศีลธรรมประจำใจ 

                คงไม่พ้นที่ทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็น  บ้าน  วัด  หรือโรงเรียน  ต้องช่วยกันฝึก  อบรม  สั่งสอน  ให้บุตรหลานและลูกศิษย์เป็นผู้มีศีลให้ได้  ง่ายที่สุด(แต่ทำยากที่สุด)คือ  พ่อแม่  ผู้ปกครอง  ครูอาจารย์  ต้องทำตัวเป็นแบบอย่างให้เด็กเห็น  ให้เด็กได้เรียนรู้ตลอดเวลา

โรงเรียนจึงกำหนดกิจกรรมการสมาทานศีล ๕  ให้นักเรียนได้ปฏิบัติอย่างจริงจังทุกวัน  ดังนี้

๑.       อบรม  ชี้แจงให้นักเรียนเห็นความสำคัญของการรักษาศีล เช่น

-          ผลที่เกิดขึ้นจากการรักษาและไม่รักษาศีล ๕ 

-       นอกจากผลที่เกิดขึ้นโดยตรงจากการรักษาศีลแล้ว  ถ้านักเรียนปฏิบัติและยึดถืออยู่เป็นประจำจะเป็นผู้ที่มีธรรมะประจำตัวอีกด้วย  คือ

-  ธรรมเป็นโลกบาล  คือ  ธรรมคุ้มครองโลก    อย่าง  คือ

๑.      หิริ  คือ  ความละอายแก่ใจ

๒.    โอตตัปปะ  คือ  ความเกรงกลัวต่อบาป

-          ธรรมอันทำให้งาม    อย่าง  คือ

.  ขันติ  คือ  ความอดทน

. โสรัจจะ  ความสงบเสงี่ยม

                เมื่อนักเรียนมองเห็นประโยชน์  รู้ว่าทำเพื่ออะไร  ก็จะปฏิบัติด้วยจิตใจที่อยากทำ ไม่ใช่ถูกบังคับให้ทำ

๒.  สร้างบรรยากาศของการสมาทานศีล  ให้ดูน่าเลื่อมใสศรัทธา  คือ  มีโต๊ะหมู่บูชา  มีการจุดธูป  เทียนบูชาพระรัตนตรัย  กราบพระรัตนตรัย

๓.  ให้นักเรียนทุกคนอาราธนาศีล 5 พร้อมคำแปล เพื่อให้นักเรียนรู้ความหมายของการอาราธนาศีล ๕  ว่ามีความหมายอย่างไร

๔.  นักเรียนทุกคนสมาทานศีล ๕  พร้อมกัน  โดยเริ่มจาก

-          การกล่าวคำนอบน้อมต่อพระพุทธเจ้า  คือ  ตั้งนะโม    จบ  พร้อมคำแปล

-          กล่าวไตรสรนาคม  คือการขอยึดถือพระรัตนตรัยเป็นที่ตั้ง  พร้อมคำแปล

-          กล่าวคำสมาทานศีล ๕  พร้อมคำแปล

-       ครูสรุปให้นักเรียนรู้ว่าขณะนี้  เราได้สมาทานศีล ๕ หรือขอปฏิบัติตนให้อยู่ในศีลทั้ง ๕  ข้อแล้ว  ดังนั้นการกระทำของนักเรียนในเรื่องต่าง ๆ ต้องสำรวม  ระวัง  เมื่อครูเห็นนักเรียนประพฤติผิด  ครูต้องช่วยกันตักเตือนแก้ไข

เมื่อทุกคนช่วยกันอย่างนี้ทุกวัน  เด็กก็จะเกิดการเรียนรู้  ไม่กล้ากระทำในสิ่งที่ผิด  เกิดศีลและธรรมะในจิตใจ  ไม่เชื่อทุกคนลองช่วยกันทำดูซิครับ