ฝากครรภ์

การประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการจัดทำแผนการดำเนินงานอนามัยแม่และเด็ก   ปี   2553

 

                                  แผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์

                        ในการดำเนินงานอนามัยแม่และเด็ก     โดย  ดร.  สุดารัตน์   ธีระวร

 

สถานการณ์อนามัยแม่และเด็กในจังหวัดชายแดนภาคใต้

 

            ปัญหาอนามัยแม่ละเด็กที่พบและสำคํญของ  5   จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้แก่  จังหวัด   นราธิวาส  ปัตตานี   ยะลา    สงขลา   สตูล   คือ  ปัญหาการตายของแม่  และปัญหาการตายของลูก    ปัญหาที่เชื่อมโยงกันและพบเป็นส่วนใหญ่  มีดังนี้

 

            อันดับแรก  คือ  เรื่องการฝากครรภ์ก่อนอายุครรภ์  12   สัปดาห์  ได้ตั้งเป้าหมายว่า  สตรีตั้งครรภ์  100   คน  จะต้องมาฝากครรภ์ก่อนอายุครรภ์  12   สัปดาห์    60  คน   เมื่อเปรียบเทียบ   5   จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในปี  2551  เป็นดังนี้

จังหวัดนราธิวาส  สตรีตั้งครรภ์  100   คน  มาฝากครรภ์ก่อนอายุครรภ์  12   สัปดาห์   จำนวน    50  คน

            จังหวัดปัตตานี สตรีตั้งครรภ์  100   คน  มาฝากครรภ์ก่อนอายุครรภ์  12   สัปดาห์   จำนวน    60  คน     

จังหวัดยะลา สตรีตั้งครรภ์  100   คน  มาฝากครรภ์ก่อนอายุครรภ์  12   สัปดาห์   จำนวน    56  คน     

จังหวัดสตูล  สตรีตั้งครรภ์  100   คน  มาฝากครรภ์ก่อนอายุครรภ์  12   สัปดาห์  เกิน  60    คน     

จังหวัดสงขลาสตรีตั้งครรภ์  100   คน  มาฝากครรภ์ก่อนอายุครรภ์  12   สัปดาห์  เกิน  60    คน

 

ภาวะโลหิตจาง  เป็นปัญหาใหญ่มากใน  5  จังหวัดชายแดนใต้   ได้ตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องมีไม่เกินร้อยละ  10   ของสตรีที่มาฝากครรภ์  แต่พบว่า

จังหวัดนราธิวาส     พบ  ร้อยละ     14

จังหวัดปัตตานี         พบ  ร้อยละ   17

จังหวัดยะลา            พบ  ร้อยละ   16

จังหวัดสตูล             พบ  ร้อยละ   8

จังหวัดสงขลา         พบ  ร้อยละ   17

 

หญิงคลอดบุตรที่มีอายุต่ำกว่า  20   ปี  มีแนวโน้มที่เป็นปัญหาเพิ่มขึ้น ได้ตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องมีไม่เกินร้อยละ  10    พบว่า

จังหวัดนราธิวาส  พบ  ร้อยละ     17

จังหวัดปัตตานี   พบ  ร้อยละ   11

 จังหวัดยะลา     พบ  ร้อยละ   9

 จังหวัดสตูล     พบ  ร้อยละ   18

 จังหวัดสงขลา พบ  ร้อยละ   12

 

ถ้าเปรียบเทียบจังหวัดนราธิวาสกับสงขลานั้นมีบริบทที่แตกต่างกันพบว่า  ที่นราธิวาสนั้น  เมื่อเรียนหนังสือจบไม่ว่า  ม.3  หรือ   ม.6  จะแต่งงานเร็ว  แต่ที่สงขลานั้นเป็นแหล่งของโรงงานอุตสาหกรรมมาก    เด็กวัยรุ่นที่มีความทันสมัย  ทีวี   Internet  ที่เป็นปัจจัยในการยั่วยวน  ทำให้เขาแต่งงานเร็ว  หรือไม่ได้แต่งงานแล้วอยู่ด้วยกัน  จะเหตุผลใดก็แล้วแต่ก็ทำให้เกิดการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์มากพอสมควร

ตั้งครรภ์อายุน้อย  ไม่ใช่มีแต่ท้องแรก  ท้องหลังก็มี  ปัญหาที่เกิด  คือ  ร่างกายและภาวะทางเศรษฐกิจ  ยังไม่มีความพร้อม

อัตราการคลอดกับผดุงครรภ์โบราณนั้น  จังหวัดสตูลไม่มีรายงานเลย  แต่จังหวัดอื่นยังมีบ้าง  ซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์  เฉลี่ยแล้วยังมี  ร้อยละ  10   ในรายที่คลอดปกตินั้นไม่มีปัญหา  แต่ในรายที่มีภาวะเสี่ยง   การคลอดที่ไม่ปกติ    จะมีปัญหาที่ระบบส่งต่อมาก

นอกจากนี้ยังมีปัญหาทารกที่คลอดออกมามีน้ำหนักน้อยกว่า  2500  กรัม  พบว่ายังมีปัญหาอยู่ ในเรื่องการตายปริกำเนิด  คือการตายตั้งแต่ทารกในครรภ์  ที่มีอยุครรภ์  7   เดือนขึ้นไป  จนถึง  7  วันหลังคลอด  ช่วงนี้เป็นช่วงที่เด็กตายสูงที่สุด พบสูงสุดที่นราธิวาส  รองลงมาที่ปัตตานี   ยะลา  และสงขลา   จริงๆแล้วตามสถิติน่าจะต่ำกว่าในสถานการณ์จริง  เพราะว่า ตามปกติถ้าตายในครรภ์ส่วนใหญ่ไม่มีการแจ้งตาย  จุดนี้น่าจะหลุดไป  ถ้าเด็กคลอดตายที่บ้านภายใน  1  วัน  หรือ  7  วันหลังคลอดก็จะไม่มีการแจ้งเกิดแล้วการแจ้งตายก็ไม่เกิดขึ้น

ปัญหาใหญ่อีกปัญหาหนึ่ง  คือ  การตายของแม่   เราจะเปรียบเทียบต่อแสนการเกิดเด็กมีชีพ   คือ  เด็กเกิด  1  แสนคน  ดูว่า  แม่ตายกี่คน  อย่างไรก็ตาม  แม่ตาย  1  คนก็ไม่ควรจะเกิดขึ้น  ในระยะนี้มีอัตราตายสูงที่สุด  ที่จังหวัดสงขลา คือ ใน 1แสนคน  แม่ตาย  61  คน  รองลงมาเป็นจังหวัดปัตตานีและนราธิวาส

ปี  2549   แม่ตายมากที่สุด  คือ  จังหวัดสงขลา

ปี  2550   แม่ตายมากที่สุด  คือ  จังหวัดนราธิวาส

ปี  2551  แม่ตายมากที่สุด  คือ  จังหวัดสงขลา

 

สำหรับเรื่องนี้ไม่มีจังหวัดไหนอยากเป็นแชมป์   ที่จังหวัดสงขลา มากเพราะว่า  เกือบทุกจังหวัดในภาคใต้ตอนล่าง เช่น ตรัง  พัทลุง  นครศรีธรรมราช  และอีกหลายจังหวัด  ก็ต้องส่งผู้ป่วยมาที่  โรงพยาบาลหาดใหญ่  โรงพยาบาลสงขลานครินทร์  เนื่องจากเป็นแหล่งการรับส่งต่อ    ตามระเบียบแล้ว  ตายที่ไหนก็ต้องแจ้งเกิดที่นั่น  ส่วนจังหวัดอื่นๆ  เป็นสถิติของจริง  ซึ่งจะเห็นว่าจังหวัดนราธิวาสมีอัตราแม่ตายมากที่สุด

ในปี  2552  ตั้งแต่ เดือน  ตุลาคม  2551- พฤษภาคม  2552  จังหวัดสงขลามีแม่ตายแล้ว  7  คน จังหวัดนราธิวาสมี  4   ราย   จังหวัดปัตตานี  3  ราย   จังหวัดสตูล  2  ราย  และยะลา  1    ราย  จัดได้ว่ามากพอสมควร

ถ้าเรามาดูอายุแม่ที่ตาย  พบว่า  ปี  2551 กลุ่มอายุแม่ที่อยู่ในภาวะเสี่ยง  คือน้อยกว่า  20  ปี  และมากกว่า   34   ปี  มี  แม่ที่ตายอายุน้อยกว่า  20  ปี  2  ราย  อายุมากกว่า  34  ปี   9  ราย  คิดเป็นร้อยละ   34   อายุที่สมควรตั้งครรภ์อยู่ระหว่าง  20-  34   ปี  แม่ที่ตายอายุน้อยที่สุด  คือ  16  ปี  มากที่สุด  คือ  41  ปี     ลำดับการตั้งครรภ์  พบว่าแม่ตายในครรภ์แรก   8  ราย  คิดเป็นร้อยละ  30.8  ซึ่งจะต้องมีการดูแลมากขึ้นเป็นพิเศษ  สาเหตุการตายส่วนใหญ่เกิดจาก  การตกเลือดหลังคลอด

 

ขณะนี้  โต๊ะบีแด  หรือหมอตำแย  ไม่ค่อยได้ทำคลอดแล้ว  เพราะส่วนใหญ่อายุมาก   คนรุ่นใหม่เขาก็ไม่อยากทำ  แต่จะหารายได้จากการนวดหลังคลอด   ส่วนหนึ่งของโต๊ะบีแด จะรับนวดหลังคลอดที่ประเทศมาเลเซีย  รายได้ดีกว่า  และทำเป็นเครือข่าย  อย่างไรก็ตามก็ยังเป็นที่นิยมของหญิงตั้งครรภ์อยู่  เพราะเราควรจะส่งเสริมในเรื่องของการนวดหลังคลอดดีกว่า

 

การแก้ปัญหาอนามัยแม่และเด็ก  ต้องมองไปที่ระบบ  แก้ตรงส่วนใดส่วนหนึ่งไม่ได้  สิ่งที่มองไว้มีอยู่  6   ส่วน  ได้แก่

1.   พัฒนาระบบบริการ  โดยเฉพาะ  ต้องพัฒนาระบบส่งต่อ  การตัดสินใจ   ยานพาหนะ

2.   พัฒนาระบบบุคลากร   สถานบริการที่มีคุณภาพ  ผู้รับบริการมีความพึงพอใจ

3.   กลุ่มเป้าหมาย    หญิงตั้งครรภ์   สามี   ผู้มีอิทธิพลในครอบครัวการดำเนินโครงการโรงเรียนพ่อแม่  ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรเพราะว่าส่วนของพ่อยังไม่ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่

4.   ชุมชน  และ  เครือข่าย  บุคคลที่สำคัญที่สุด  คือ  กลุ่มที่เกิดในพื้นที่เพราะจะรู้ปัญหาในบริบทของตนเองดี  เห็นความสำคัญและต้องตระหนักที่จะแก้ปัญหาแล้ว

5.   การประชาสัมพันธ์  สื่อต่างๆ  ที่มีคุณภาพและนำไปใช้ได้แล้วเกิดประโยชน์จริงๆ

6.   ระบบของฐานข้อมูล  ข้อมูลที่เป็นจริงและมีคุณภาพมีการพัฒนาต่อยอดจากข้อมูลเหล่านั้นได้

ทุกองค์กรที่เกี่ยวข้องกับระบบสุขภาพจะต้องมีการวางแผนล่วงหน้า  ระยะต่างๆกัน  การวางแผนจะต้องดูให้ครอบคลุมทุกเรื่อง  ตัวที่เน้นที่สุด  คือ  จะทำอย่างไรก็ได้ให้หญิงตั้งครรภ์ดูแลสุขภาพตนเองให้ดี   ต่อเนื่องถึงสุขภาพของลูกขณะตั้งครรภ์  จนกระทั่งคลอดออกมาตลอดจนถึงการเลี้ยงดูบุตรให้โตเต็มวัย  

เพราะฉะนั้นการรณรงค์ที่สำคัญที่สุด  คือ การฝากครรภ์เร็ว  ฝากครรภ์ครบ  และไปคลอดที่โรงพยาบาล