จงดูแลแม่เมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ จะได้ไม่เสียใจภายหลัง


แล้วจะมีประโยชน์อะไรในเมื่อ "ไม่เหลือแม่ให้อยู่ดูแล"

หญิงชราคนหนึ่ง ดวงตาเห็นธรรม เพราะเรียนรู้ ธรรมจักษุ

สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหมดมีความดับไปเป็นธรรมดา

            เขาจึงบอกเตือนตัวเองเสมอว่า ในโลกบูดเบี้ยวใบนี้ ไม่มีอะไรคงตัว คงที่ คงทน คงเส้นคงวา และไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่เลย โดยเฉพาะสังขาร ร่างกาย เป็นเครื่องยืนยันชัดแจ้งว่า ชีวิตมีเกิดขึ้นแล้วดับไปเป็นธรรมดา

            ทันทีที่ทารกน้อยลืมตาดูโลก เขาเห็นทุกข์ ทุกข์ที่หมายถึง ความเปลี่ยนแปลง แปรปรวนไม่หยุดนิ่ง หมายถึง สิ่งที่ทนอยู่ยาก ทนอยู่ไม่ได้ เขาจึงเริ่มร้องไห้เมื่อเห็นบางสิ่งบางอย่างเปลี่ยนแปลง แปรปรวนจากที่เคยอยู่เคยเห็น และเริ่มร้องไห้เมื่อทนหิวไม่ไหว ทนเจ็บไม่ได้ และทันทีที่ทารกน้อยก้าวเดิน เขากำลังเดินสู่ความตาย

            และแล้วในที่สุด หญิงสูงอายุผู้เปลี่ยนแปลงตัวเองจากทารกน้อย กระทั่งเติบใหญ่มีดวงตาเห็นธรรมคนนั้น ก็เดินทางถึงจุดหมายสุดท้ายปลายทาง ความตาย  ร่างของหญิงชราคนนั้นนอนอยู่ในโลงศพธรรมดา ราคาถูก หรือโลงศพพิเศษสวยงามราคาแพง บนศาลาวัดเล็กใหญ่ ใกล้ไกล.......มันจึงไม่สำคัญอะไร

            แม่อยากกินอะไรมาเข้าฝัน บอกได้เลยนะ

            ไปที่ชอบ..ที่ชอบนะแม่

รถยนต์คันหรู กำลังวิ่งผ่านประตูรั้วบ้านเก่าแก่ทรุดโทรม เป็นบ้านที่หญิงสูงอายุคนนั้นเคยอาศัย คนในรถคนหนึ่งเหลียวหลังมองบ้านพร้อมพูดดังๆว่า

            แม่..เฝ้าบ้านด้วยนะแม่

            เรียกแม่สิลูก....เรียกในใจก็ได้ว่า...แม่เราไปเที่ยวทะเลด้วยกัน

รถยนต์ส่วนตัว แล่นเข้ามาจอดในที่จอดริมทางหลางเพื่อซื้อของฝาก ทั้งของคาวของหวาน เนื้อทุบ กุนเชียง หมูหยอง หมูแผ่น ปลาเค็ม หอยนางรมสด ผลไม้หลากหลายชนิด

            พรุ่งนี้วันพระ...ซื้อของที่แม่ชอบกินไปเยอะๆหน่อย จะทำบุญใส่บาตรไปให้แม่กิน

รถอีกคัน คลานเข้ามาจอดหน้าร้านผลไม้รสดี ชื่อดังของจังหวัด คนในรถเดินลงจากรถ       สับปะรดนี่แม่ชอบกินมาก ขนุนนี่ก็เหมือนกัน นี่ถ้าแม่ยังไม่ตายแล้วมาเห็นผลไม้พวกนี้ สงสัยแม่เหมาหมดแน่ ซื้อไปใส่บาตรให้แม่ด้วยก็แล้วกัน

เรือโดยสารลำใหญ่ จ่อหัวเข้าเทียบท่าเรือของเกาะสวย น้ำใส หาดทรายงาม

            แม่รบเร้าให้พามาเที่ยวเกาะนี้บ๊อยบ่อย แต่ก็ไม่มีเวลาพาแม่มาสักที

 

            วิญญาณของหญิงสูงอายุคนนั้น เหลือบมองพฤติกรรมของลูกหลาน และแอบฟังถ้อยสนทนาของลูกบางคน พร้อมกับนึกในใจ

            เมื่อยังมีชีวิตอยู่ก็ไม่ให้ ไม่เหลียวแล ไม่ดีต่อกัน ไปไหนก็ไม่พาไปด้วย ตายไปแล้ว อะไรที่อยากกินก็จะใส่บาตรไปให้กิน จุกธูปเทียนกราบไหว้อธิษฐานให้ไปที่ชอบ...ที่ชอบ

วิญญาณของหญิงสูงอายุคนนั้น ได้แต่รำพึงในใจ...

            ให้แม่....ดูแลแม่.....ดีต่อแม่...เมื่อแม่ยังมีชีวิตอยู่ได้ไหมลูก  

 

            แล้วจะมีประโยชน์อะไรในเมื่อ  ไม่เหลือแม่ไว้ให้ดูแล

                   แด่......แม่ผู้มีพระคุณอันยิ่งใหญ่

อาจารย์เก

ประยุกต์จากบทความ  ไปที่ชอบ ของ คุณศิริพงษ์ จันทร์หอม หนังสือพิมพ์สยามรัฐ สัปดาหวิจารณ์

หมายเลขบันทึก: 287931เขียนเมื่อ 16 สิงหาคม 2009 10:46 น. ()แก้ไขเมื่อ 18 พฤษภาคม 2012 00:39 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกันจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (4)

ขอขอบคุณมากอาจารย์เก

อ่านแล้วรักแม่มากอยากดูแลแม่มากขึ้นครับ

คุณวรรัตน์ครับ.....

ดีใจที่เข้ามาอ่าน อยากฝากบอกถึงลูกทุกคนให้ตระหนัก สละเวลาและความรักความห่วงใยไปให้แม่มากๆ เพื่อนลุงเกหลายคนไม่มีโอกาสได้ดูแลแม่ เพราะแม่เสียชีวิตตั้งแต่ยังเด็ก เขาเหล่านั้นร้องไห้เมื่อโอกาสวันแม่มาถึง สำหรับลุงเกแล้ว...ชาตินี้นอนตายตาหลับแน่ เนื่องจากได้ดูแลทั้งพ่อและแม่เป็นอย่างดี จนแทบไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่เลย (แม่เป็นโรคเท้าบวม รักษาอยู่สามปีกว่าก็เสียชีวิตในปี 42 ส่วนพ่อเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากรักษาอยู่ปีกว่าๆพ่อก็เสียชีวิตในปี 49)

จึงประกาศให้โลกรู้ได้เลย ว่าดูแลพ่อและแม่จนสุดความสามารถ...จนไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่เลย แต่ก็ภาคภูมิใจมากๆจ๊ะ ที่ได้ทำความดีเพื่อพ่อและแม่

ลุงเก

สวัสดีค่ะ...

ทุกวันนี้อยู่ไกลพ่อแม่เหลือเกิน อยากดูแลท่านให้มากกว่านี้ แต่ก็ติดเรื่องหน้าที่การงาน...ก็กลับไปเยี่ยมท่านทุกเดือน...นี่ย้ายมาอยู่เชียงใหม่ได้สองเดือนแล้วคะ...ลางานได้ก็แค่สองวัน แต่ก้อกลับอย่างน้อยท่านได้เห็นหน้าเรา (พ่อแม่อยู่สุพรรณค่ะ)ท่านก็มีความสุข รอวันหนึ่งที่จะได้กลับไปอยู่ด้วยกันจะดูแลท่าน

 

ขอบพระคุณบันทึกนี้มากๆนะค่ะ

คุณที่ไม่ปรากฏนาม.....

มีคนหนึ่งมาปรารภกับผม เป็นข้าราชการระดับหัวหน้าส่วนราชการ ต้องจากแม่มาทำงานถึงแม่ฮ่องสอน ขณะนี้แม่ป่วยด้วยโรคมะเร็งนอนอยู่ที่รพ.ในจังหวัดนครปฐม เป็นลูกคนเล็กแต่ห่างแม่ ในขณะเดียวกันแม่ก็ถามหาแต่ลูกคนเล็ก จำเป็นต้องเทียวไปเทียวมา มันไม่ง่ายเลยนะจากแม่ฮ่องสอนไปนครปฐม แต่ก็จำเป็นต้องไป ผมก็ได้แต่บอกเขาว่า "เสียสละเถิด วางงานลงบ้าง ทำเพื่อแม่ก่อนที่จะไม่มีแม่ให้เราดูแล"

อีกท่านหนึ่งเป็นเจ้านายผมเอง แม่เสียชีวิตที่บ้านเกิดจังหวัดนครราชสีมาเมื่อไม่กี่เดือนมานี้เอง สำหรับเจ้านายของผมแล้ว ไม่มีโอกาสได้ดูแลแม่เลย แม่ก็ไม่เห็นหน้าลูกก่อนตาย ท่านคงนึกเสียใจไม่น้อย (ผมเดาเอา)

ถ้ามีโอกาส ย้ายกลับไปดูแลแม่ก็ดีนะครับ บางทีก็ต้องเลือกเอาระหว่างความก้าวหน้ากับแม่ หรือความสุขส่วนตัวกับแม่

ทุกคน (ที่มีอายุแล้ว)เมื่อทั้งพ่อทั้งแม่จากไป ไม่เหลือใครเลย เขาจะรู้สึกถึงความว้าเหว่ ความเดียวดาย เหมือนที่ผมมีความรู้สึกอยู่ขณะนี้

ขอบคุณครับที่เข้ามาอ่าน

อาจารย์เก

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี