|
วิธีทำให้พนักงานรักกัน...และรักองค์กร นำมาจากเรื่องเล่าของ ผู้จัดการ ๓๖๐° ลงในเว็บเมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๒
ดิฉันได้อ่านเรื่องเล่าของผู้จัดการ ๓๖๐° ที่ได้รับเชิญจากบริษัทรับเหมาก่อสร้างระดับใหญ่แห่งหนึ่ง ให้ไปบรรยายพิเศษก่อนงาน Party ของพนักงานระดับหัวหน้าของบริษัท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวิศวกร เห็นว่ามีประโยชน์ สามารถปรับใช้ในกระบวนการทำงานได้ จีงนำมาให้อ่าน กิจกรรมนี้จัดที่รีสอร์ตสวยงามแห่งหนึ่งที่หัวหิน ห้องบรรยายเป็นสไตล์ผับริมหาดเป็นห้องกระจกเปิดโล่งเห็นทะเลและชายหาดสวยงาม ผู้บรรยายนั่งบนสตูลหน้าวงดนตรี (ที่ยังไม่ได้เล่น) ผู้ฟังนั่งตามโต๊ะเก้าอี้หลากหลายตามสบาย บรรยากาศแปลกดี ไม่มีเครื่องมือประกอบการสัมมนา ไม่มีกระดานให้เขียน มีแต่ไมโครโฟนให้พูด เหมือนให้มาร้องเพลงหรือมา Talk show ผู้บรรยายไม่รู้ตัวมาก่อนล่วงหน้าแต่ก็รู้สึกสนุกกับการบรรยายแบบนี้ ใช้วิธีการประยุกต์ตัวเองให้เข้ากับบรรยากาศทันที ผู้ บริหารที่เชิญไปบอกว่าขอให้พูดให้พนักงานซึ่งส่วนใหญ่เป็นวิศวกร ซึ่งไม่ค่อยรู้จักกันให้ได้รู้จักกันมากขึ้น และให้รักองค์กรมากขึ้น... นั่นเป็นโจทย์ที่ให้ ผู้บรรยายจึงตั้งหัวข้อเอาเองว่า “ด้วยรักและผูกพัน...กันเอง” การจะประสบความสำเร็จในการทำงานและชีวิตนั้น ไม่ใช่แต่เพียงเรียนเก่งหรือทำงานเก่งเท่านั้น แต่ต้องรู้จักสร้างมนุษยสัมพันธ์ สร้างความผูกพันตัวเองกับนาย–ลูกน้อง–เพื่อนร่วมงานไปด้วย และต้องมีจิตใจผูกพันกับองค์กร มีวิสัยทัศน์ที่ดี มีความสุข จึงจะเกิดความอยากทำงานให้ดีมากขึ้น วันนั้นได้ทำกิจกรรมสลับการวิเคราะห์และชี้แนะให้ผู้เข้าฟัง คือ ๑. มีกิจกรรมให้รู้จักกันมากขึ้น รู้จักสนใจในรายละเอียดของเพื่อน และมีมารยาทแบบสากลในการจะคบหากันต่อไป คำว่า“มารยาทสากล”นี้ สำคัญมาก บางคนเป็นคนดี คนเก่ง แต่ขาดมารยาทสากล ทำให้ไม่น่าคบหา และสร้างความสัมพันธ์ได้ยาก ๒. ให้มองโลกทางด้านดี ทั้งการมองตัวเอง คนอื่น และองค์กรในแง่ดี ผมได้ให้เทคนิคที่ควรรู้และนำไปใช้ได้จริง ส่วนใหญ่รู้ว่าการมองโลกในแง่ดีเป็นสิ่งดี แต่ไม่รู้วิธีคิดและวิธีปฏิบัติ ๓. มีกิจกรรมเพื่อให้เกิดความเข้าใจบทบาทที่ต่างกัน เพื่อให้เกิด Empathy หรือการสลับความคิดแบบเห็นอกเห็นใจมากขึ้น เพื่อให้รู้ว่า - ถ้าอยากให้นายทำกับเราอย่างไร = จงทำแบบนั้นกับลูกน้องของเราเถิด - ถ้าอยากให้ลูกน้องทำอย่างไรกับเรา = จงทำอย่างนั้นกับนายของเรา - ถ้าอยากให้เพื่อนร่วมงานทำกับเราอย่างไร = จงทำอย่างนั้นกับเขาก่อน กิจกรรมนี้ง่ายๆ แต่ทำให้เข้าใจและประทับใจดี ๔. นายต้องเที่ยงธรรมกับลูกน้อง เขาจะได้ภักดีต่อองค์กร เพราะนายคือสัญลักษณ์ (Symbol) ของพ่อที่เขาคาดหวังเอาไว้ จงใช้ไมตรีจิตและน้ำใจควบคุมมนุษย์ อย่าใช้อำนาจหรือเงิน ๕. ลักษณะอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นลักษณะที่คนไทยชอบ จงรู้จักวิธีสร้างมิตรโดยการยิ้มแย้ม ทักทาย ชมเชย ช่วยเหลือ ๖. ผู้นำควรแสดงความรับผิดชอบต่องานที่ทำ อย่าเกี่ยงงอน ๗. เมื่อทำงานประสบความสำเร็จ ควรมีการยกย่องชมเชยให้คนในองค์กรฟัง เสมือนเป็น “ข่าวดี” เพราะคนชอบฟังข่าวดี และเป็นการปรับปรุงนิสัยคนในองค์กรให้สนใจข่าวดี มองโลกในแง่ดี เพื่อการแสดงความยินดีต่อกันมากกว่าการนินทาหรืออิจฉากัน ๘. เป็นข้อที่สำคัญที่สุด คือให้ทุกคนรู้จักสร้างความสุขให้ตัวเอง โดยการรู้จักรักตัวเองให้เป็น ให้มากขึ้น สามารถชื่นชมตัวเอง สร้างกำลังใจให้ตัวเอง ช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้น ลดความคาดหวังตัวเองและคนอื่นลง ไม่ตำหนิตัวเองและคนอื่นด้วย
เพราะเมื่อคนสามารถรักตัวเองได้แล้ว เขาจะมีความสุข เขาจะอยากทำงานให้ดีมากขึ้น เพื่อเขาจะได้ภูมิใจกับผลตอบแทนดีๆ และเพิ่มความรักตัวเองได้มากขึ้น ถ้าจะให้เขารักองค์กรและเพื่อนร่วมงานโดยไม่รู้จักการรักตัวเอง ไม่สามารถมีความสุขจากการเป็นตัวเองแท้ๆ ให้ได้ก่อนนั้น เขาจะไม่สามารถรักองค์กรหรือคนอื่นได้เลย
ขณะผู้บรรยายพูดมีผู้บริหารระดับสูงนั่งฟังและร่วมกิจกรรมด้วยตลอดรายการ ด้วยความสนใจและเข้าใจทำให้เกิดสัมพันธภาพอันดีภายในองค์กรและจะได้เกิดแนวคิดและปฏิบัติไปทางเดียวกัน เพื่อนำไปสู่การรู้จักกัน รักกัน และรักองค์กรมากขึ้น เกิดความรู้สึก“ด้วยรักและผูกพัน....กันเอง” มากขึ้น
เห็นไหมคะเรื่องที่นำมาให้อ่านมีประโยชน์ทั้งลูกพี่และลูกน้อง
|
ส่วนใหญ่มักจะสร้างสุขให้ตนเอง โดยการแย่งชิงสุขของคนอื่นมาครับ
น้อยคนที่จะเข้าใจว่าสุขที่แท้จริงนั้น คือ การให้ และ ไม่ใช่ เอาเงินเป็นตัวตั้ง
ไม่ว่าเราต้องการสิ่งใดจากบุคคลอื่น ก็ให้สิ่งนั้นกับเขาก่อนคะ