ทำงานที่ไหน เวลาใดก็ได ขอเพียงใจอยากทำ

เมื่อเดือนมิถุนายน2552ที่ผ่านมา

รพ.หนองคายเตรียมเพื่อรับการเยี่ยมจากพรพ. ตอนนั้นหน่วยไตเทียมที่ดิฉันรับผิดชอบได้รับเลือกให้นำเสนอเรื่องเล่าดีดี (แนว..การดูแลด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์) เรามีเรื่องเล่าที่หลายคนในโรงพยาบาลชอบ  เราตั้งชื่อเรื่องว่า จากกำลังใจ....สู่ชีวิตใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องราวดีดีของผู้ป่วยของเราที่เปลี่ยนไตแล้วได้มาช่วยเป็นกำลังใจแก่ผู้ป่วยที่ฟอกเลือดอยู่ (สำหรับเรื่องเล่าจะนำเสนอต่อไป)

วันที่16-17 มิย. 2552ดิฉัน ลูกชาย สามี และน้องดี้พยาบาลที่หน่วยไตเทียม ได้เดินทางไปกรุงเทพฯโดยรถไฟ(ตู้นอน) ขณะเดินทาง หลังจากที่เจ้าหน้าที่เขาปูเตียงแล้วดิฉันยังไม่รู้สึกง่วงเลย  นึกในใจตลอดเวลาว่าจะนำเสนอเรื่องเล่าอย่างไร จึงจะดูดี ดูซึ้งๆ คนฟังเกิดแรงบันดาลใจ(นี่คือโจทย์จากน้องอิ๊ดที่อยู่ศูนย์พัฒนาคุณภาพ) สรุปคือดิฉันคิดว่าจะเล่าเรื่องด้วยตนเองเองซักเล็กน้อยแล้วจะนำเสนอเป็นภาพประกอบเพลง จะใช้เพลงอะไรดีล่ะ..นั่นสิเดี๋ยวค่อยคิดนะ

ตอนนี้พล็อตเรื่องก่อน  ขณะที่หลายคนหลับแล้ว บางคนยังเดินไปมา   เสียงรถไฟที่ดัง ฉึก.. ฉัก ฉึก ..ฉัก ดิฉันแทบไม่ได้ยินเสียงเลยเพราะความคิดมันพรั่งพรู จนเขียนตัวหนังสือไม่ทันความคิด  และแล้วเรื่องเล่าของดิฉันก็แล้วเสร็จด้วยความอิ่มเอิบใจ  ดิฉันรู้สึกพอใจในผลงานตัวเองมาก มันเป็นความคิดที่ดีที่สุด  เพราะพอกลับมาถึงบ้านอ่านอีกกี่ครั้งก็รู้สึกว่าเขียนดีไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว 

วันรุ่งขึ้นเราเดินทางกลับโดยเครื่องบิน ลงที่จังหวัดอุดรธานี เราจ้างรถแท็กซี่ไปส่งที่หนองคาย(ห่างจากอุดรธานี 53 กม.) ขณะนั่งรถดิฉันก็อดที่จะคุยเรื่องเพลงประกอบเรื่องเล่าของดิฉันไม่ได้ ด้วยมีลูกเป็นวัยรุ่น น่าจะช่วยหาเพลงได้ดี มีสามีเป็นนักฟังเพลงด้วย และมีน้องดี้อยู่ด้วยน่าจะช่วยได้ อย่ากระนั้นเลย.. ดิฉันเริ่มสนทนากลุ่มในรถคันนั้นเพื่อระดมสมองหาเพลงที่เหมาะกับเรื่องเล่า

เพลงของเบิร์ดมั๊ย..

เพลงของโฮปมั๊ย..เพลงนี้มั๊ย.....

และเพลง.......

ใครเสนอเพลงอะไรก็ร้องตัวอย่างให้ฟังด้วย

  จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งแทรกมาว่า

เอาเพลงของไผ่.. พงศธรไหมครับ

   พวกเราเลยได้ฮากัน

  (เสียงนี้ให้ทายว่าเป็นใคร)

 

วันนั้นการเดินทางของเราเป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยเสียงเพลง  เสียงหัวเราะ และ รอยยิ้ม

รู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วมาก เผลอแป๊ปเดียวก็ถึงหนองคายพร้อมกับการประชุมกลุ่มของเราได้สิ้นสุดลง

เรื่องเล่าของดิฉันมีผู้มีส่วนร่วมมากมาย ทั้งคนในหน่วยงาน คนในครอบครัวและแม้แต่คนขับแท็กซี่

ในที่สุดดิฉันก็ได้นำเสนอเรื่องเล่าดีดี หลายๆคนอินกับมันมากจนน้ำตาซึม

 

 เห็นมั๊ยคะ เราทำงานที่ไหนก็ได้ เวลาใดก็ได้  ขอเพียงใจเราอยากทำ  งานก็ทำให้เกิดความสุข  ความปีติได้ ขอให้มองงานในแง่ดีนะคะชีวิตเราจะมีความสุขและสนุกกับงาน