เมืองที่ทุกคนฝันอยากจะมา

สวรรค์ของใครกัน

เอ่ยถึงอำเภอ"ปาย"จังหวัดแม่ฮ่องสอน ณ เวลานี้คงไม่ต้องสาธยายความใดๆให้มากเพราะเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเป็นเมืองเล็กๆที่ตั้งอยู่ในแอ่งกระทะเป็นสถานที่ในฝันอันเงียบสงบแสนโรแมนติกของใครหลายๆคนที่อยากสัมผัสเข้าถึงความเป็นปาย
       
       
ทว่าในความเป็นจริงปาย ทุกวันนี้จะยังเหลือความงดงามชวนฝันอีกสักเท่าไหร่กันจากเมืองเล็กๆซ่อนตัวในขุนเขาปายกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของภาคเหนือ
       
       
แน่นอนว่าเม็ดเงินที่ฟูฟ่องย่อมทำให้ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวพอใจทำให้ความเจริญทางวัตถุจากการท่องเที่ยวถาโถมเข้ามาอย่างรวดเร็วปายจึงเต็มไปด้วยโรงแรม เกตเฮาส์ และคนแปลกหน้าจากต่างถิ่นที่เดินทางเข้ามาปายมากขึ้นทุกทีจนบดบังวิถีของคนปายเสียสิ้น
       
       
สำหรับเจ้าของแผ่นดินเดิมอย่างคนปายแท้ๆที่เกิดและโตบนผืนแผ่นดินแห่งนี้พวกเขามีความคิดเห็นต่อปายยุคใหม่อย่างไรนี่เป็นส่วนหนึ่งของความเห็นจากคนปายแท้ๆที่มองเมืองปายด้วยสายตาเป็นห่วงต่อบ้านเมืองของพวกเขา

 อดีตที่ค่อยๆเลือนหาย
       
       
หากอยากจะฟังเรื่องของปายก็ต้องถามจากคนปาย อ.เกรียงศักดิ์ คำหอมเป็นหนึ่งในคนปายโดยกำเนิด ปัจจุบันเขาทำงานในตำแหน่งของ คณะกรรมการเสริมสร้างศักยภาพความเข้มแข็งของชุมชนอ.เกรียงศักดิ์เล่าถึงปายก่อนกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวอย่างในปัจจุบันให้ฟังว่า
       
       
แต่เดิมคนปายอยู่กันอย่างเงียบสงบมากตื่นเช้าจับ จอม เสียม ไปทำไร่ ไถนา ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง เกื้อกูลกันแก่กันคนที่อยู่ในปายมีด้วยกัน 7 ชนเผ่า เช้ามาที่ตลาดในตัวเมืองปายเราจะเห็นชนเผ่าต่างๆใส่ชุดประจำเผ่านำข้าวของมาขาย เป็นภาพที่งดงามเย็นตาเห็นวัฒนธรรมประเพณีสะท้อนออกมาจากการแต่งกายการพูดจา
       
       
เช่นเดียวกับอีกหนึ่งความคิดของคนที่มีถิ่นเกิดและอยู่ปายมาแต่กำเนิดอย่าง เสงี่ยม วงค์หล้า ผู้ใหญ่บ้านน้ำฮูที่มีความเห็นสอดคล้อดกับ อ.เกรียงศักดิ์ว่า ปายในอดีตเคยงดงามสงบอย่างไร

"ปายก่อนจะเจริญแบบนี้เราเคยอยู่กันอย่างพอมีพอกินไม่ต้องดิ้นรนต่อสู้ธรรมชาติงดงามไม่มีมลภาวะเป็นพิษชาวบ้านมีน้ำใจชุมชนของผมเป็นชาวไทใหญ่ก็นุ่งผ้าถุงไทใหญ่ ใส่เสื้อผ้าไทใหญ่มีการทำนาลงแขกเกี่ยวข้าวก็ช่วยกันคนปายใจเย็นไม่ต่างจากแม่น้ำปายเลย"ผู้ใหญ่เสงี่ยมเล่าถึงปายในอดีต

เมื่อปายแปรแปลี่ยน
       
       
ในฐานะคนเกิดเมืองปายอย่างบุญหล่อ อริยะวัตน์ผู้นำชาวจีนยูนนานแห่งหมู่บ้านสันติชนลูกหลานของชาวกองพล 93 (ทหารจีนคณะชาติ)ที่ถอยร่นการสู้รบวางปืนและเลือกสร้างถิ่นฐานที่หมู่บ้านสันติชนในปาย เล่าว่าเขาเกิดที่นี่หมู่บ้านของเขาตั้งอยู่ห่างจาก เมืองปาย 4 กิโลเมตรชื่นชอบปายมากดีใจที่มีโอกาสเกิดเป็นคนปาย
       
       
ที่หมูบ้านสันติชนของเขาไม่ค่อยปัญหาใหญ่อะไรนักเพราะนักท่องเที่ยวยังควบคุมได้และมีกฎของหมู่บ้านที่เชื่อมั่นว่าเข้มแข็งพอแต่ที่น่าเป็นห่วงคือในเขตเทศบาลเมืองมากกว่า ไปทีไรใจหายทุกครั้งความวุ่นวายมีมากการคมนาคมไม่สะดวก รถราเยอะ น้ำใจจากชาวบ้านเริ่มหายไปมีความเห็นแก่ตัวเข้ามาแทนที่
       
       "เมื่อก่อนที่ปายไม่เคยมีขโมยโจรผู้ร้าย จอดรถทิ้งไว้ยังไงก็ไม่หายแต่มาวันนี้ไม่แน่"ผู้นำบุญหล่อกล่าว
       
       
เดี๋ยวนี้จึงไม่แปลกเมื่อเขาพบว่าคนปายดั้งเดิมที่ส่วนใหญ่เป็นชาวไทใหญ่ที่อยู่ในตัวเมืองมักจะหนีความวุ่นวายขายบ้านออกมาอยู่สวนนอกเมืองกันหมดบ้านที่ขายคนซื้อก็คือนายทุนคนต่างถิ่น ที่นิยมเอาไปแปลงเป็นเกตเฮาส์ที่ตอนนี้มีมากกว่า 400 แห่ง ในอำเภอเล็กๆโอบล้อมด้วยหุบเขาที่กว้างใหญ่เจอแบบนี้เข้าไปจะอยู่ได้อย่างไรกัน
       
       
สิ่งที่ผู้นำบุญหล่อเห็นคล้อยคลึงกับสิ่งผู้ใหญ่เสงี่ยมเห็นเช่นกันผู้ใหญ่เสงี่ยมบอกกล่าวถึงการรุดคืบของคนต่างถิ่นที่เข้ามาอาศัยในปายว่ามีชุมชนแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองปาย ที่ตอนนี้คนในชุมชนจริงๆไม่มีแล้วมีแต่คนต่างถิ่นเข้ามาอยู่เป็นเพราะคนเฒ่าคนแก่ที่เขาเคยทำมาหากินอยู่อย่างสงบทนต่อไปไม่ไหวต้องละทิ้งถิ่นฐานที่ ปู่ ย่าสร้างมามาแผ้วทางที่ใหม่ ด้านธรรมชาติก็ถูกคุกคามที่ทิ้งขยะก็ไม่มี สุดท้ายก็ต้องทิ้งใกล้ชุมชนใกล้สนามบินเป็นปัญหาตามมาอีก

       ซึ่งทางอ.เกรียงศักดิ์เองก็ได้เฝ้ามองความเปลี่ยนไปของปายไม่ต่างจากอีก 2 ท่านอ.เกรียงศักดิ์เล่าว่า ตนเริ่มเห็นนักท่องเที่ยวเข้ามาในปายครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ.2534 ในปีเดียวกันเริ่มมีการสร้างเกตเฮาส์ขึ้น 2 แห่งแต่ดูเหมือนคนปายยังไม่ตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงเท่าไหร่
       
     
  "คงไม่มีคนปายคนไหนคิดกันหรอกว่าจะมองเห็นภาพปายเป็นดังทุกวันนี้"อ.เกรียงศักดิ์กล่าว

อ.เกรียงศักดิ์เล่าต่อไปถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับปายแผ่นดินเกิดของเขาว่าเมื่อความเจริญเริ่มเข้ามาแรกๆชาวบ้านก็เห็นดีเห็นงามด้วยเพราะในเชิงบวกทางเศรษฐกิจชาวบ้านมีอาชีพเสริมแต่พอนานไปคนมามากขึ้นก็เริ่มรู้สึกกันว่าค่าครองชีพสูงขึ้น
       
       
การไหลบ่าของสิ่งต่างๆไม่ว่าจะเป็นโรงแรมเกตเฮาส์ เริ่มผุดขึ้นจนในที่สุดสิ่งดีๆที่เคยเป็นปายกลับเสื่อมสลายถูกแทนที่ด้วยสิ่งเร้าใหม่ๆที่ไม่เคยรู้ไม่เคยเห็น ล่าสุดอย่าง "เร็กเก้" ดนตรีที่ไม่มีความเหมาะสมกับพื้นที่ซึ่งเป็นสิ่งที่นายทุนนำเข้ามา
       
       "
ดนตรีเร็กเก้ในตอนนี้ผมคิดว่าเป็นจุดเปราะบางที่ต้องเร่งแก้ไขของปายนายทุนที่นำเข้ามาเคยถามกันสักคนคำไหมว่าคนปายต้องการหรือเปล่ามาดีดกีตาร์ตามถนนคนเดินบ้าง มาดิ้นตามถนนบ้าง มองแล้วมันทุเรศตาปายวันนี้จึงเหมือนกับต้นไม้โดนปุ๋ยเร่งแล้วจะหยุดชะงักจนในที่สุดปายจะสูญเสียรูปแบบวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ดั้งเดิมจนหมดสิ้น"อ.เกร