คำถามของพระยายมราช

การไต่สวนของพญายมราชและหน้าที่ของพญายม

การไต่สวนของพญายมราชและหน้าที่ของพญายม



คตินิยมทางพระพุทธศาสนาที่ปรากฏในไตรภูมิพระร่วงและตามเรื่องราวของพระมาลัยเถระนั้นกล่าวเอาไว้อย่างชัดเจนว่าองค์พญายมราชนี้เป็นเทวดาชั้นผู้ใหญ่ที่มีคุณธรรมและมีจิตใจเมตตาเป็นอย่างยิ่งมิได้เป็นภูตผีปีศาจแต่อย่างใด หากแต่พระองค์ทรงรับหน้าที่ในการปกครองดินแดนนรกดินแดนแห่งการลงทัณฑ์มีหน้าที่ไต่สวนดวงวิญญาณต่างๆที่จำบุญบาปของตนไม่ได้


สำหรับการไต่สวนดวงจิตวิญญาณเพื่อตัดสินความนั้น พญายมจะตั้งคำถาม 5 ข้อให้ดวงวิญญาณตอบโดยมีรายละเอียดดังนี้

ข้อที่.พญายมราชจำทำการไต่ถามถึงปัญหาข้อที่ว่าดูกรท่านผู้เจริญท่านเคยเห็นเด็กแดงๆ ยังอ่อนนอนแบเบาะ นอนเปื้อนมูตรคูถของตนบ้างไหมเห็นแล้วรู้สึกอย่างไร?”ถ้าตอบว่าเห็น แต่ไม่มีความรู้สึกอย่างไรพญายมราชก็จะบอกให้ทราบว่าเจ้าเป็นผู้มีความประมาท ไม่กระทำความดีทางกาย วาจา ใจไม่เคยคิดเลยว่าการเกิดมานั้นเป็นทุกข์ดังที่เห็นอยู่เมื่อท่านประมาทเช่นนี้นายนิรยะบาลจะทำการลงโทษท่านแล้วพญายมราชก็ปลอบใจผู้กระทำบาปเหล่านี้โดยถามเป็นปัญหาที่สองเพื่อว่าดวงวิญญาณนั้นๆ อาจคิดถึงบุญได้ยามเมื่อฟังปัญหาต่อไป


ข้อที่๒.เมื่อพญายมราชได้ปลอบโยนเอาอกเอาใจแล้วก็ได้ถามปัญหาข้อที่๒ว่าดูกรท่านผู้เจริญ ท่านเคยเห็นคนแก่อายุ ๘0,0,00 ปี หลังโก่ง คดงอ ถือไม้เท้าเดินงกเงิ่น ผมหงอก หนังเหี่ยว ตกกระ ในหมู่มนุษย์บ้างไหมเห็นแล้วท่านรู้สึกอย่างไร?”ถ้าตอบว่าเห็นแต่ไม่มีความรู้สึกอย่างไรพญายมราชก็กล่าวชี้แจงให้ทราบว่าท่านเป็นผู้ประมาท ไม่พิจารณาเห็นโทษของความแก่ไม่ขวนขวายในการทำบุญทำกุศลตั้งอยู่ในความประมาทนายนิรยบาลจะลงโทษท่านต่อจากนั้นพญายมราชก็จะพูดปลอบใจและถามปัญหาต่อไป


ข้อที่ ๓.พญายมราชจะถามว่าท่านเคยเห็นคนป่วยไข้ที่กำลังได้รับความทุกข์เวทนาบ้างหรือไม่เมื่อเห็นแล้วรู้สึกอย่างไร?”ถ้าตอบว่าเห็น แต่ไม่รู้สึกอย่างไรพญายมก็จะชี้แจงให้ทราบถึงเหตุผลว่าการเจ็บป่วยนั้นเป็นทุกข์ที่ไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงได้จะต้องขวนขวายในการกระทำความดียิ่งๆขึ้น เพื่อให้พ้นจากสิ่งเหล้านี้ท่านได้ชื่อว่าเป็นผู้ประมาทนายนิรยบาลจะลงโทษท่านพญายมราชจะพูดปลอบอกปลอบใจและถามปัญหาข้อที่ ๔ ต่อไป


ข้อที่๔.พญายมราชได้ภามปัญหาด้วยจิตเมตตาต่อไปว่าท่านเคยเห็นคนที่ถูกจองจำ เช่นโจร ผู้ร้าย ผู้กระทำผิด ซึ่งถูกลงโทษด้วยวิธีต่างๆ เช่น การโบยด้วยแส้ โบยด้วยหวายตีด้วยกระบอง ตัดมือบ้าง ตัดเท้าบ้าง ตัดหูตัดจมูกบ้าง ตลอดจนยิงเป้า แขวนคอนั่งเก้าอี้ไฟฟ้า หรือการฉีดยาพิษเข้าสู้ร่างกายเพื่อให้เสียชีวิตบ้างหรือไม่เห็นแล้วรู้สึกอย่างไร?”ถ้าตอบว่าเห็น แต่ไม่รู้สึกอย่างไรพญายมราชจะชี้แจงให้ทราบว่าท่านเป็นผู้ตกอยู่ในความประมาทไม่ขวนขวายในการทำบุญทำกุศล เพื่อให้พ้นจากวัฏสงสารเหล่านี้นายนิรยบาลจะลงโทษท่านพญายมก็พูดปลอบโยนเอาอกเอาใจและถามปัญหาในข้อต่อไป


ข้อที่.พญายามราชก็จะถามปัญหาว่าท่านเคยเห็นคนตายบ้างหรือไม่เห็นแล้วรู้สึกอย่างไรถ้ายังตอบเหมือนเดิมอีกคือเห็นแล้วไม่มีความรู้สึกอย่างไรและไม่ได้ขวนขวายในการที่จะกระทำคุณงามความดียิ่งๆขึ้นก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้ตกอยู่ในความประมาท ซึ่งไม่ใช่ความผิดของบิดามารดา ญาติพี่น้องมิตรสหายหรือเทวดาดลใจแต่เห็นความผิดของท่านเอง นายนิรยบาลจะลงโทษท่านเมื่อพญายมราชได้พูดปลอบใจแล้ว นายนิรยบาลก็จะจับผู้ประมาทนั้นมาจองจำ๕ประการด้วยกัน คือ นำมือข้างที่ ๑ มาตรึงด้วยตะปูด้วยเหล็กแดง นำมือข้างที่ ๒มาตรึงด้วยตะปูเหล็กแดง น้ำเท้าข้างที่ ๑ มาตรึงด้วยตะปูเหล็กแดง นำเท้าข้างที่ ๒มาตรึงด้วยตะปูเหล็กแดงและตรึงตะปูที่ทรวงอกตรงกลางสัตว์เหล่านั้นย่อมเสวยทุกขเวทนาอย่างแรงกล้าอยู่ในนรกแต่ก็ยังไม่ตายตราบเท่าที่บาปกรรมยังไม่หมดสิ้น


ในการถามปัญหา ๕ ข้อนี้ ท่านจะคอยถามว่ายามเมื่อมีชีวิตอยู่นั้นได้ทำบุญทำบาปอะไรไว้บ้างนอกจากนี้ยังถามว่าเคยเห็นเด็กทารกที่นอนจมกองอาจมหรือไม่เมื่อเห็นแล้วเคยรู้สึกสังเวชในการเกิดการเป็นการอยู่เคยตรึงตรองถึงธรรมการเกิดขึ้นของมนุษย์หรือไม่ต่อจากนั้นพญายมราชก็จะซักถามต่อไปอีกว่าเคยเห็นคนเจ็บป่วยไม่สบายหรือไม่เห็นแล้วรู้สึกอย่างไรสังเวชในธรรมของการเป็นการอยู่ของมนุษย์เราหรือไม่ เป็นคติเตือนใจเราเองได้หรือไม่แล้วถามอีกว่าเคยเห็นคนแก่ชราหรือไม่เมื่อเห็นแล้วเคยน้อยกลับมาดูตัวเองหรือไม่ว่าเราเองต้องแก่เหมือนกันและไม่อาจหลีกเลี่ยงไปได้ เคยได้ตรึกตรองในสัจธรรมความจริงข้อนี้หรือไม่สุดท้ายก็ถามย้ำอีกว่า แล้วเคยเห็นคนตายไหมเคยคิดหรือไม่ว่าตัวเราเองหรือไม่ว่าตัวเองต้องแก่ชราเช่นนั้นเหมือนกันไม่ว่าวันใดก็วันหนึ่งเคยนึกได้เช่นนี้บ้างไหม


การที่ท่านถามนี้ก็เพื่อว่าบุคคลใดก็ตามที่เคยเห็นแล้วพิจารณานึกได้เกิดความสังเวชในชีวิตบ้างนับว่าบุคคลนั้นยังมีจิตใจเป็นบุญกุศลยังมีจิตใจเป็นบุญเป็นกุศลเพราะจิตเคยเข้าสู่การพิจารณาสังเวชในธรรมเป็นไปตามที่พระองค์ท่านให้พิจารณาจิตที่พิจารณาถึงธรรมสังเวชเห็นความเกิด แก่ เจ็บ ตายได้นับว่าบุคคลผู้นั้นมีปัญญาและมีจิตระเอียดอ่อน การที่จิตตกอยู่ในธรรมสังเวชนั้นแลจะเป็นบุญแก่จิตรของบุคคลผู้นั้นและนับเป็นบุญมหาสารได้หากขณะที่องค์พญายมราชไต่สวนเราหมดแล้ว ยังไม่อาจระลึกในสิ่งที่เป็นบุญกุศลได้เลยแน่นอนว่าย่อมมีทุคติภูมิหรือนรกเป็นที่ไป


ก่อนที่พญายมราชจะส่งดวงวิญญาณทั้งหลายไปลงนรกนั้นพระองค์จะไต่สวนให้เที่ยงธรรมเสียก่อนว่าดวงวิญญาณทั้งหลายนั้นเคยทำบุญกุศลอะไรบ้างหรือไม่หากเคยทำบุญกุศลบ้างพระองค์จะได้ไปส่งไปยังสุคติแต่หากดวงวิญญาณทั้งหลายเหล่านั้นไม่สามารถระลึกถึงกุศลได้เลยก็แน่นอนว่าย่อมถูกส่งไปยังนรกชั้นต่างๆตามโทษทัณฑ์ที่ดวงวิญญาณนั้นจะได้รับอย่างสาสม


หากผู้ใดได้ประกอบกุศลกรรมอยู่เป็นนิจ ในดวงจิตก็จะมีความสำนึกในกุศลกรรมนั้นเมื่อถึงวันที่ต้องอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ของพญายมราชยามที่ได้ยินคำถามของท่านก็จะสามารถระลึกถึงจิตอันเป็นกุศลของตนได้และยอมได้ไปสู่สุคติภพในที่สุด