จากที่ตัวเองได้ติดตามความก้าวหน้าการจัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ โดย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษา (สกอ.) ที่ได้กำหนดกรอบการจัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาเป็น 4 กลุ่ม คือ
1. มหาวิทยาลัยวิจัย(Research University) และมหาวิทยาลัยบัณฑิตศึกษา (Graduate University)
2. มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี /มหาวิทยาลัยเฉพาะทาง (Specialized University) มหาวิทยาลัย Comprehensive
3. มหาวิทยาลัยสี่ปี(4-year University) และมหาวิทยาลัยศิลปศาสตร์ (Liberal Arts University)
4. วิทยาลัยชุมชน (Community Colleges)
มีโอกาสได้ติดตามข่าวความคืบหน้าของอุดมศึกษาในช่วงเดือนกรกฎาคม สิงหาคม 2552 ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็เลยสรุปความคืบหน้าชองการปผลักดันการจัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษา ของ สกอ. ให้เพื่อนๆ ที่สนใจ ได้ทราบ 2 ประเด็นนะคะ
ประเด็นที่ 1 : มหาวิทยาลัยวิจัย
สกอ. ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมการวิจัยในสถาบันอุดมศึกษาและการพัฒนามหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ และกำหนดงบประมาณการดำเนินโครงการมหาวิทยาลัยแห่งชาติจำนวน 12,000 ล้านบาท เป็นโครงการต่อเนื่อง 3 ปี ตั้งแต่ปี 2553-2555 โดยหวังผลให้ประเทศไทยได้มีมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติเกิดขึ้น 7-10 แห่ง ส่งผลให้มหาวิทยาลัยของไทยติดอันดับสูงขึ้นในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก และเกิดผลงานวิจัยนำไปสู่การพัฒนาในภาคเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นภาคการผลิต การส่งออก ภาคบริการ รวมทั้งภาคสังคมมากขึ้น มีผลงานวิจัยที่สามารถนำไปใช้ได้จริงมากขึ้น นอกจากนี้โครงการยังช่วยให้สถาบันอุดมศึกษาของประเทศไทยมีความเข้มแข็งและสามารถรองรับโครงการสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาในภูมิภาคได้อย่างเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลถึงการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
โดย สกอ. เริ่มเปิดรับสมัครมหาวิทยาลัยที่จะเข้าร่วมการคัดเลือกเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 1-15 กรกฎาคม 2552 ทำการตัดสินและประกาศผลการคัดเลือก วันที่ 17-20 สิงหาคม 2552 และนำเข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อประกาศเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติต่อไป โดยสำหรับมหาวิทยาลัยที่มีสิทธิ์สมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ จะต้องมีคุณสมบัติสำคัญคือ ต้องอยู่ในลำดับการจัดลำดับมหาวิทยาลัยโลก ของ THE-QS ไม่ต่ำกว่าอันดับที่ 500 หรือไม่ติดอยู่ใน 500 อันดับ ก็จะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
· ต้องมีผลงานวิจัยในระดับนานาชาติ ซึ่งได้รับการบันทึกไว้หรือได้รับการยอมรับไม่น้อยกว่า 500 เรื่อง ใน 5 ปีล่าสุด
· ต้องมีผลงานวิจัยระดับนานาชาติที่โดดเด่น อย่างน้อย 2 ใน 5 สาขา ที่ได้รับการตีพิมพ์
· ต้องมีอาจารย์ที่จบปริญญาเอก เกินกว่า 40% ของอาจารย์ที่มีอยู่ทั้งหมดในมหาวิทยาลัย
สกอ. ได้เสนอรายชื่อมถาบันอุดมศึกษา 9 แห่ง ที่ได้รับคัดเลือกจากรายชื่อทั้งหมด 15 แห่ง ต่อคณะกรรมการอำนวยการคัดเลือกเพื่อพิจารณายกระดับเป็นมหาวิทยาลัยแห่งชาติ ดังนี้
1.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
2.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
3.มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
4.มหาวิทยาลัยมหิดล
5.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
6.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
7.มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
8.มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ
9.มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ประเด็นที่ 2 : วิทยาลัยชุมชน
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติวิทยาลัยชุมชน ซึ่งมีหลักการสำคัญกำหนดให้มีการจัดตั้งสถาบันวิทยาลัยชุมชนขึ้น โดยรวมวิทยาลัยชุมชนที่มีอยู่ทั้ง 19 แห่งทั่วประเทศ เป็นสถาบันวิทยาลัยชุมชน มีฐานะเป็นนิติบุคคล อยู่ภายใต้กำกับสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาต่ำกว่าปริญญา เพื่อจะช่วยให้วิทยาลัยชุมชนมีอิสระและคล่องตัวมากขึ้นในการบริหาร และสนองตอบต่อความต้องการของชุมชนมากขึ้น โดยสรุปสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ ได้ดังนี้
· กำหนดให้สถาบันวิทยาลัยชุมชนมีฐานะเป็นนิติบุคคล และเป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
· กำหนดให้สถาบันวิทยาลัยชุมชนมีรายได้จากเงินงบประมาณแผ่นดินที่รัฐจัดสรรให้เป็นรายปี รายได้ หรือผลประโยชน์ที่ได้จากการใช้ที่ราชพัสดุหรือจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุซึ่งสถาบันปกครอง ดูแล ใช้ หรือจัดหาประโยชน์ เงินอุดหนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และรายได้หรือผลประโยชน์อื่น โดยรายได้ของสถาบันไม่เป็นรายได้ที่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง และกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ
· กำหนดให้สภาสถาบันวิทยาลัยชุมชนเป็นองค์กรกำกับดูแลสูงสุดของสถาบัน โดยมีหน้าที่หลักคือ การกำหนดนโยบายและแผนพัฒนาสถาบัน การกำกับมาตรฐานการศึกษา การติดตามประเมินการบริหารจัดการ โดยสภาสถาบันประกอบด้วยนายกสภาสถาบัน กรรมการโดยตำแหน่ง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ มีวาระการดำรงตำแหน่ง คราวละ 4 ปี
· กำหนดให้มีสภาวิชาการสถาบันมีหน้าที่กลั่นกรองและเสนอแนะการวางนโยบายและแผนพัฒนาวิชาการ พิจารณาเกณฑ์มาตรฐานการจัดการศึกษาและการประกันคุณภาพ เสนอแนะการพัฒนาหลักสูตรการศึกษา การเปิดสอนการปรับปรุงและการยกเลิกหลักสูตร
· กำหนดให้มีคณะกรรมการส่งเสริมกิจการวิทยาลัย
· กำหนดให้อธิการเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดและรับผิดชอบการบริหารงานของสถาบันวิทยาลัยชุมชน และมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี
· กำหนดให้สภาวิทยาลัยเป็นองค์กรกำกับดูแลการบริหารจัดการของวิทยาลัยชุมชนแต่ละแห่ง เพื่อให้วิทยาลัยชุมชนมีความเป็นอิสระและคล่องตัวในการดำเนินการ และได้รับมอบอำนาจหน้าที่จากสภาสถาบัน
· กำหนดให้ผู้อำนวยการเป็นผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบการบริหารงานของวิทยาลัยชุมชนมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี และมีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบในการบริหารกิจการของวิทยาลัยชุมชนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และนโยบายของสภาสถาบัน
· กำหนดให้สถาบันมีอำนาจให้อนุปริญญาหรือประกาศนียบัตรในสาขาวิชาที่มีการสอนในสถาบัน และร่วมให้อนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรชั้นใดชั้นหนึ่งในสาขาวิชาที่มีการจัดการศึกษาร่วมกับสถานศึกษาอื่น
· กำหนดให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้สิน เงินงบประมาณ และรายได้ของสำนักบริหารงานวิทยาลัยชุมชน สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มาเป็นของสถาบันตามพระราชบัญญัตินี้
· กำหนดให้นำพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๗ มาใช้บังคับโดยอนุโลมกับข้าราชการพลเรือนสามัญ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งปฏิบัติงานอยู่ในสังกัดสถาบันวิทยาลัยชุมชน
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
อ้างอิงจาก......
ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 230/2552 โครงการพัฒนามหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี 229/2552 มติ ครม. 30 มิถุนายน 2552 กรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว 15 ปี ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2551-2565) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
โดยที่การจัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาเป็นแนวทางการแก้ปัญหาอุดมศึกษาที่ไร้ทิศทาง มีความซ้ำซ้อนและขาดประสิทธิภาพ โดยการจัดกลุ่มนี้จะเน้นความแตกต่างกันที่ พื้นที่บริการ พันธกิจและบทบาทในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของประเทศและระดับการศึกษา
เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอุดมศึกษาที่จะเป็นต่อประโยชน์ ดังนี้
· สถาบันอุดมศึกษามีความเป็นเลิศตามพันธกิจของตนเอง
· ตอบสนองต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศดีขึ้น
· ส่งผลทางบวกต่อการพัฒนาบุคลากรของสถาบัน
· สามารถปรับจำนวนบัณฑิตในสาขาที่เป็นความต้องการของประเทศได้
· ลดภาวะการว่างงานของบัณฑิต
แวะเข้ามาเรียนรู้ครับ พอดีอยากรู้พอดี
แวะเข้ามาเรียนรู้ครับ พอดีอยากรู้พอดี
จากการได้อ่านกรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว15 ปี ฉบับที่ 2(ปี 2551 - 2565) ; อ่านแบบสรุป ยังไม่ละเอียดมากนัก
ประกอบกับได้อ่านสรุปของ อาจารย์ แจ๋วแหวว ... ขอแชร์ ความคิดนะคะ
ข้อสังเกตุ ที่น่ากังวลอยู่ (ส่วนตัว) คือ การเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับสถิติประชากร จำนวนกลุ่มเป้าหมายที่จะเข้าศึกษา ในระดับอุดมศึกษา ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มมหาวิทยาลัยประเภทใดก็ตาม จำนวนนักเรียนเหล่านั้น ลดน้องลง ในขณะที่ จำนวนผู้สูงอายุ มีมากขึ้นประกอบกับ ค่านิยมสังคมเกี่ยวกับการศึกษา ที่มุ่งเน้น "ปริญญานิยม" มากกว่า การเรียนเพื่อประกอบวิชาชีพ
วิทยาลัยชุมชน น่าจะมองโอกาสนี้ เป็นจุดเชื่อมต่อ กับ อุดมศึกษา ประเภทปริญญา 4 ปี เพื่อรองรับ การศึกษาต่อ ทั้งในเวลา และนอกเวลา อาจจะทำให้ กลุ่มนักศึกษา ได้มีโอกาส ทั้งการศึกษา และการพัฒนาทักษะวิชาชีพ ไปพร้อมๆ กัน แต่รายละเอียด จะเป็น อย่างไร ในการบริหารจัดการ ... กลุ่มสถาบันอุดมศึกษา อาจต้องทบทวน ร่วมกันเพื่อพัฒนา การศึกษา ของชาติ ในภาพรวมต่อไป
จากการได้อ่านกรอบ
แผนอุดมศึกษาระยะยาว15 ปี ฉบับที่ 2 (ปี 2551 - 2565) ; อ่านแบบสรุป ยังไม่ละเอียดมากนัก ประกอบกับได้อ่านสรุปของ อาจารย์ แจ๋วแหวว ... ขอแชร์ ความคิดนะคะ
ข้อสังเกตุ ที่น่ากังวลอยู่ (ส่วนตัว) คือ การเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับสถิติประชากร จำนวนกลุ่มเป้าหมายที่จะเข้าศึกษา ในระดับอุดมศึกษา ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มมหาวิทยาลัยประเภทใดก็ตาม จำนวนนักเรียนเหล่านั้น ลดน้องลง
ในขณะที่ จำนวนผู้สูงอายุ มีมากขึ้นประกอบกับ ค่านิยมสังคมเกี่ยวกับการศึกษา ที่มุ่งเน้น "ปริญญานิยม" มากกว่า การเรียนเพื่อประกอบวิชาชีพ
วิทยาลัยชุมชน น่าจะมองโอกาสนี้ เป็นจุดเชื่อมต่อ กับ อุดมศึกษา ประเภทปริญญา 4 ปี เพื่อรองรับ การศึกษาต่อ ทั้งในเวลา และนอกเวลา อาจจะทำให้ กลุ่มนักศึกษา ได้มีโอกาส ทั้งการศึกษา และการพัฒนาทักษะวิชาชีพ ไปพร้อมๆ กัน แต่รายละเอียด จะเป็น อย่างไร ในการบริหารจัดการ ... กลุ่มสถาบันอุดมศึกษา อาจต้องทบทวน ร่วมกันเพื่อพัฒนา การศึกษา ของชาติ ในภาพรวมต่อไป
ดีจังค่ะได้รับความรู้ใหม่เพิ่มเติม เท่าที่ทราบ กรณีวิทยาลัยชุมชนจะเน้นในเรื่องของการประกอบอาชีพ จะไม่เน้นเรื่องต่อยอดถึงระดับอุดมศึกษา ซึ่งถ้าลองพิจารณาดีๆก็ดีนะคะ เพราะปัจจุบันสถาบันอุดมศึกษามีจำนวนมาก ทั้งภาครัฐและเอกชน และต่างก็มีการพัฒนาหลักสูตรอย่างต่อเนื่องทั้งเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของรัฐฯและทั้งเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เรียน ดังนั้นถ้าวิทยาลัยชุมชนจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาต่ำกว่าปริญญา(ตามที่ได้อ่านจากข้อความของคุณแจ๋วนะคะ) ก็จัดว่าเป็นช่องทางการศึกษาที่ดีอีกช่องทางหนึ่งสำหรับกลุ่มประชากรที่ไม่ได้คาดหวังคำว่า “ปริญญา” แต่คาดหวังคำว่า “อาชีพ” ที่สามารถเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้อย่างพอเพียง ทั้งนี้และทั้งนั้นก็อยากให้มีการทุ่มเทและสนับสนุนอย่างจริงจังนะคะไม่ใช่แค่เป็นการเสนอโครงการแล้วดำเนินการให้จบ แต่ไม่ได้มีการคิดต่อยอดว่าหลังจากจบโครงการแล้วผู้เรียนหรือผู้เข้าร่วมโครงการจะเดินต่ออย่างไร ไม่แน่นะคะถ้ามีการบริหารจัดการดีๆเราอาจจะได้ไอเดีย หรือ สินค้าและบริการใหม่ๆ จากผู้เรียนกลุ่มนี้ก็ได้ค่ะ ^-^
ส่วนมหาวิทยาลัยวิจัย วันก่อนอ่านข่าวเจอเหมือนกันค่ะว่าไทยทุ่ม 1.2 หมื่นล้าน เพื่อสนับสนุนเรื่องนี้โดยเฉพาะ ซึ่งเห็นด้วยค่ะ ปัจจุบันกุ้งเห็นทุกมหาวิทยาลัยไม่ว่าจะไทยหรือต่างประเทศต่างก็ให้ความสำคัญเรื่องนี้มาก สนับสนุนทั้งอาจารย์และนักศึกษาให้มีงานวิจัย นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันในเรื่องของการได้รับการตีพิมพ์และเผยแพร่อีกค่ะ จนผู้กำลังศึกษาอย่างเราๆอ่านกันแทบไม่ทันค่ะ ตอนนี้อาทิตย์นึงอ่านผลงานวิจัยไม่ต่ำกว่า 5-10 เรื่องค่ะ แถมยังต้องมีทำวิจัยทุกวิชาเลยค่ะ ^_^ ประเด็นหลังนี่เป็นการบ่นให้ฟังนะคะ ^-^ ยังไงก็เป็นกำลังใจให้นะคะว่าที่ Dr.แจ๋ว สู้ สู้ ค่ะ^_^
อ่านแล้วก็ดีนะได้ความรู้ดี
เป็นความรู้ใหม่ที่น่าสนใจ สถาบันอุดมศึกษาควรจำแนกแยกประเภทให้เหมาะสม เพราะจะได้ทำหน้าที่ของแต่ละแห่งให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด มหาลัยวิจัยก็จะได้ทำหน้าที่วิจัยนวัตกรรมใหม่ ๆ มาช่วยพัฒนาประเทศชาติของเราต่อไป.............
ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่มีประโยชน์นะคะ
เป็นประโยชน์มาเลยค่ะพี่แจ๋วแหวว เอาข้อมูลแบบนี้มาบ่อยๆนะคะ
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆคับ
ก่อนอื่นต้องให้กำลังใจ ในการให้ข่าวความคืบหน้านะคะ
และมีข้อมูลที่จะให้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาด้วยค่ะ
การจัดประเภทหรือกลุ่มสถาบันที่กำหนดขึ้นไว้ภายใต้มาตรฐานสถาบันอุดมศึกษานั้น
แบ่งเป็น 4 กลุ่มคือ
กลุ่ม ก วิทยาลัยชุมชน
กลุ่ม ข สถาบันที่เน้นระดับปริญญาตรี
กลุ่ม ค สถาบันเฉพาะทาง
กลุ่ม ง สถาบันที่เน้นการวิจัยขั้นสูงและผลิตบัณฑิตระดับบัณฑิตศึกษา
ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา
และในการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม สมศ.ก็จะประเมินตามกลุ่มสถาบันนี้
ขอบคุณมากนะครับสำหรับข้อมูลด้านนี้ ... มีประโยชน์มาก ๆ ครับ ;)
ขอบคุณสำหรับข้อมูลของคุณจันทร์ลดาค่ะ
เป็นความรู้ใหม่นะเนี่ย ไม่ค่อยมีความรู้ด้านนี้ว่าเค้ามีการแบ่งประเภทมหาวิทยาลัย หรือวิทยาลัยแบบไหนกันบ้าง และก้อดีใจกับสถาบัน มช ของเรา ที่จะได้เป็นมหาลัยแห่งชาติ เพื่อทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติ และมีชื่อเสียงในระดับโลกต่อไป...
วันที่ 29 สิงหาคม 2552 นี้ กระทรวงศึกษาธิการจะประกาศรายชื่อมหาวิทยาลัยที่ได้รับการคัดเลือกเป็นมหาวิทยาลัยวิจัย(อย่างเป็นทางการ)แล้วค่ะ....อย่าลืมติดตามข่าวนะคะ
กำลังสนใจเรื่องของมหาวิทยาลัยวิจัยอยู่พอดีเลยค่ะ โดยส่วนตัวแล้วได้ติดตามอ่านบทความมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติของ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช จึงขออนุญาตนำ Link ของท่านมาประชาสัมพันธ์ให้กับเพื่อนๆ ที่นี่นะคะ http://gotoknow.org/blog/council/270036 บทความนี้ท่านได้กล่าวถึง 5 เงื่อนไขของการเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยที่ดี ซึ่งประกอบด้วย
หากเพื่อนๆ สนใจสามารถติดตามอ่านเพิ่มเติมได้จาก Link ดังกล่าวได้เลยนะคะ และท่านยังเขียนบทความที่น่าสนใจอีกมากมายในบทความชุด มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ ค่ะ
ขอบคุณที่ให้การสนใจข่าวความเคลื่อนไหวของวิทยาลัยชุมชน แสดงว่ามีคนในแวดวงการศึกษารู้จักวิทยาลัยชุมชนมากขึ้น
มีหลายคนตั้คพถามว่าจะมีอะไรใหม่ๆในพรบ.วิทยาลัยชุมชน มองภาพกันให้ชัดอีกนิดก็คือ สำนักบริหารงานวิทยาลัยชุมชน จะเปลี่ยนแปลงเป็น สถาบันวิทยาลัยชุมชน มีฐานะเป้นนิติบุคคล มีอธิการเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด และมีกฏระเบียบ ข้อบังคับ ของสถาบันเองเพื่อการบริหารงานวิทยาลัยชุมชน และเมื่อวิทยาลัยชุมชนมีพรบ.ไม่ได้เป็นการสร้างหน่วยงานใหม่ขึ้นมา ไม่มีผลกระทบต่องบประมาณ เพราะวัตถุประสงค์หลักของวิทยาลัยชุมชนคือ ทำให้ระบบวิทยาลัยชุมชนมีความเข้มแข็ง และสามารถดำเนินการจัดการศึกษาได้อย่างคล่องตัว เพื่อตอบสนองความต้องการของชุมชนในท้องถิ่น
ขอประชาสัมพันธ์ให้แก่ทุกท่านที่สนใจข่าวสารของวิทยาลัยชุมชน
สำนักบริหารงานวิทยาลัยชุมชนได้จัด โครงการสัมมนา "วิทยาลัยชุมชน : ทางเลือกอุดมศึกษาเพื่อปวงชน" ในวันที่ ๔-๖ กันยายน ๕๒ ที่ ห้องบางกอกคอนเว่นชั่น เซ็นทรัลลาดพร้าว หากท่านใดสนใจจะเข้าร่วมการสัมมนา สามารถลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่ www.bcca.go.th ตั้งแต่วันนี้เป้นตนไป
แล้วพบกัน
สวัสดีค่ะคุณแจ๋วแหวว
ขออนุญาติเสริมรายละเอียดเกี่ยวกับวิทยาลัยชุมชน
จากการที่ได้อ่านจุลสารวิทยาลัยชุมชน " ต้นกล้าชุมชน " ขอเสริมเกี่ยวกับวิทยาลัยชุมชน ดังนี้
วิทยาลัยชุมชนก่อกำเนิดขึ้นจากนโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 26 ก.พ.2544ที่มุ่งขยายโอกาสทางการศึกษาในระดับอุดมศึกษา การพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชากรวัยแรงงาน รัฐบาลจึงมีนโยบาย " จัดให้มีวิทยาลัยชุมชนขึ้น โดยเฉพาะในจังหวัดที่ยังขาดแคลนสถาบันอุดมศึกษา" กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศจัดตั้งวิทยาลัยชุมชนตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 ก.พ.2545 มีวิทยาลัยชุมชนรวม 19 จังหวัด (ข้อมูลเมื่อปี 2551)แต่ณ วันนี้ไม่ทราบว่ามีการเพิ่มวิทยาลัยชุมชนในจังหวัดต่างๆอีกหรือไม่ พอจะมีข้อมูลบอกไม๊ค่ะ และส่วนตัวมีข้อสงสัยว่าในการเปิดหลักสูตรว่ามีสาขาอะไรบ้าง เป็นผลมาจากการสำรวจความต้องการของชุมชนหรือดูจากภูมิปัญญาท้องถิ่นควบคู่กับปราชญ์ชาวบ้านที่มีอยู่ในแต่ละจังหวัดร่วมด้วย คล้ายกับว่าสร้างงานสร้างอาชีพให้คนในชุมชนนั้น แต่อย่าลืมเรื่องช่องทางการตลาดเสริมให้ผู้เรียนด้วยนะค่
นอกจากนี้ท่านสามารถอ่านบทความของท่าน ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ซึ่งได้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับวิทยาลัยชุมชนไว้ให้ผู้สนใจ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เป็นข้อมูลในการดำเนินงานต่อไปในอนาคตได้อย่างดี จึงขออนุญาตนำ Linkของท่านมาประชาสัมพันธ์นะคะ http://gotoknow.org/blog/council/251273
วันเสาร์ที่ 29 นี้ กระทรวงศึกษาธิการ และ สกอ.จัดเสวนา ม.วิจัยแห่งชาติ
และถ่ายทดสดช่อง 5 ตอนนี้เลยค่ะ (ตั้งแต่ 10.00 น.)