การ jogging ที่เหมาะกับสมรรถภาพ

การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อมนุษย์มากเพราะมันเป็นเสมือนภูมิคุ้มกันที่สำคัญอย่างหนึ่ง หากร่างกายเราแข็งแรงแล้วโรคภัยก็ไม่สามารถเข้ามากล้ำกลายเราได้ ทำให้เราดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุขโดยการออกกำลังกายก็มีได้หลายวิธี การ jogging ก็เป็นวิธีออกกำลังกายที่ได้รับความนิยมอย่างมาก หากเราสังเกตดูจะพบว่าหลายคนสามารถ jogging ได้ระยะทางไกล ๆ ขณะที่เราไม่สามารถทำได้เช่นเขา นั่นเพราะว่าสมรรถภาพของแต่ละบุคคลแตกต่างกัน ในฐานะที่เป็นนักศึกษาก็ได้สังเกตพฤติกรรมของเพื่อนนักศึกษาที่ออกกำลังกายด้วยการ jogging พบว่าหลายคนจะ jogging เบาเกินไปเมื่อเทียบกับสมรรถภาพที่มี ในกรณีที่ jogging ไม่เหมาะกับสมรรถภาพ จะไม่ช่วยพัฒนาสมรรถภาพทางการของเราให้ดีขึ้นได้วิธีประมาณความหนัก-เบา ของการ jogging ที่เหมาะกับสมรรถภาพนั้นเราจะอาศัยอัตราการเต้นของชีพจรต่อนาที หาก jogging หนักชีพจรจะเต้นเร็วกว่าปกติมากในทางตรงข้ามถ้า jogging เบา ชีพจรจะเต้นเร็วกว่าระดับปกติไม่มากนักในระดับนักศึกษานั้นอัตราการเต้นของชีพจรในกรณีที่ jogging เหมาะกับสมรรถภาพจะมีค่ามาตรฐานประมาณ 170 ครั้งต่อนาที โดยผู้เขียนได้ทำการทดลองอย่างง่าย จากการ jogging ที่หนัก-เบาต่าง ๆ กัน ในระยะทาง 2.4 kmอย่างต่อเนื่องกันโดยไม่หยุดแล้ววัดอัตราการเต้นของชีพจรโดยการนับทันทีหลังจาก jogging จนครบระยะทางดังกล่าวเราจะนับอัตราการเต้นในช่วงเวลาสั้น ๆ จะทำให้ได้ค่าที่ใกล้เคียงค่าจริงในที่นี้จะนับอัตราการเต้นของชีพจรในช่วงเวลา 10 วินาที แล้วนำค่าที่ได้ ไปคูณกับ 6 ก็จะได้อัตราการเต้นของชีพจรในหนึ่งนาที พร้อมกันนั้นเราก็บันทึกเวลาที่เรา jogging ด้วยว่าได้เวลาเท่าไร (ซึ่งผู้เขียนวัดอัตราการเต้นของชีพจรได้ 168 ครั้งต่อนาทีโดยใช้เวลา jogging ประมาณ 13 นาที)แล้วนำค่าชีพจรที่ได้ไปดูว่าใกล้เคียงกับค่ามาตรฐานหรือไม่ หากใกล้เคียงก็ควร jogging ในระดับนั้น จะทำให้เหมาะและช่วยพัฒนาสมรรถภาพของเราต่อไป