ตาสาไปอยู่เมืองปายปี 2552 ได้รู้ ได้เห็นเบื้องหน้า เบื้องหลังของเมืองปาย ไม่มากแต่ก็ไม่น้อย

การเปลี่ยนแปลงเป็นนิรันดร์ ... แม้ไม่มีนักท่องเที่ยว เมืองปายก็ต้องเปลี่ยนแปลง บ้านเรือน อาคารร้านค้าต่างๆ ก็ต้องเป็นตึกอยู่วันยังค่ำ-ไม่ค่ำก็สว่างละครับท่าน

คำถามสำคัญ คือ เปลี่ยนอย่างไร จึงจะเรียกว่าดี เรียกว่าเหมาะสมกับทุกบริบท โดยเฉพาะสิ่งแวดล้อม สังคมและวัฒนธรรมท้องถิ่น .... การจัดการสังคมชนบทที่เปลี่ยนเป็นสังคมเมือง จะต้องจัดการอย่างไร .. พื้นที่สีเขียว สวนสาธารณะ ถนนหนทาง ที่ฝังกลบกำจัดขยะ ฯลฯ เหล่านี้ ทั้งหมด เห็นว่ามีหลายหน่วยงานทำแล้ว มีแผนของเทศบาลสวยงาม รวมทั้งวิสัยทัศน์การจัดการเมืองท่องเที่ยวระดับนโยบายประเทศด้วย ... อันนี้ ก็เป็นเลิศ ... ในแผนพัฒนา

บุคคลสำคัญในการผลักดัน วิสัยทัศน์การจัดการเมืองท่องเที่ยวให้เกิดการพัฒนาอย่างสมบูรณ์ ทั้งระดับเศรษฐกิจชุมชนและระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิตโดยรวม ให้สามารถไปด้วยกันได้นั้น ต้องอาศัยความร่วมมือและร่วมใจร่วมกันระหว่าง ก) เทศบาลตำบลเมืองปาย ใครคุม ข) สนง. อ. ปาย ใครคุม ค) อบต. โดยรอบ ใครคุม และ ง) หน่วยงานสนับสนุนทั้งในระดับจังหวัดและประเทศ ... ที่สำคัญ จ) ชาวเมืองปาย

ที่ว่าใครคุมนี่ แปลความได้หลายอย่าง คำวิชาการอาจเรียกว่า ภาคประชาสังคมก็ได้ นักปกครองก็ได้ ก็แล้วแต่หน้าที่ของใคร ของใคร แต่ที่สำคัญสูงสุดคือ ความเอาใจใส่ในการพัฒนาบ้านเมืองอย่างมีสติปัญญา เอาวิถีคนกล้าเพื่อรักษาโคตรเหง้าของเมืองปายไว้ให้ได้ ไม่ใช่ปล่อยให้วัฒนธรรมบ้าบอคอแตก อย่างที่เห็นๆ มานำการโฆษณาจนกลายเป็นแฟชั่น ... แล้วก็มาก่นด่ากันว่า ปายตายแล้ว ปายตายแล้ว

คำว่าสติปัญญาในการพัฒนาเมืองปาย คือ ความรู้จริงว่า คำว่าพัฒนาเมืองปาย คืออะไร ลงทุนอะไร จะได้อะไร จะเสียอะไรไปบ้าง .... ไอ้หัวเน่าๆ เหม็นๆ ชนเผ่าเร๊กเก๊ บ้าบอนี่ ใช่สิ่งที่เจริญหรือกับเมืองปาย การอนุญาตออกแบบสิ่งปลูกสร้าง ก็ดูดีๆ ไม่ใช่ปล่อยดีไซด์บ้าบอๆ ซุ้มดอกเห็ดก็ไม่ใช่ ดอกผีบ้าอะไรก็ไม่รู้

ตาสาเหนื่อยบ่นแล้ว ....

ไว้วันหลังจะมาบ่นใหม่ เห็นว่ามีงานเลี้ยงกินฟรีอีกแล้ว ใครนะที่ชอบเลี้ยง (หัวคะแนน) ฟรี

เอ้า ... ตำจอก