เวทีเสวนาพูดคุยคุณกิจและคุณอำนวยในงานนิทรรศการศึกษาธิการสัญจรครั้งที่ 4 จังหวัดสงขลา วันที่ 13 พฤษภาคม 2549 มีเรื่องน่าสนใจอีกมาก เพราะมีวิทยากรร่วมพูดคุย 10 คน แบ่งเวลากันไปคนละ 5- 10 นาที ( สอง ชั่วโมงหมดไปอย่างรวดเร็ว ผู้เข้าร่วมไม่ได้แสดงความเห็นเลย)  มีความเห็นจากประธานเครือข่ายเกษตรอินทรีย์อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช คือ พ.ต.ชำนาญ รัตนมูณี ซึ่งเป็นวิทยากรในวงด้วย นำเสนอไว้อย่างน่าสนใจว่า เพราะเกษตรการขาดความรู้ เป็นผู้บริโภคที่ถูกนายทุนพ่อค้าคนกลางเอาเปรียบ พึ่งพาคนอื่นเป็นหลักไม่พึ่งพาตนเองและไม่พึ่งพากันเอง จึงต้องเป็นคนจนตลอดไป เกษตรกรจึงเริ่มต้นเรียนรู้เรื่องทำอย่างไรให้อยู่รอด ลดต้นทุนการผลิตได้ ได้ใช้ของดี กำจัดเศษสิ่งวัสดุเหลือใช้ได้ด้วย  ที่บ้านหนองน้ำวน ตำบลท่าเรือ ที่เป็นบ้านของท่าน ท่านจึงได้ชักชวนกันทำปุ๋ยหมัก ได้ร่วมกับโครงการกำจัดผักตบชวาในแหล่งน้ำ ตามโครงการพระราชดำริลุ่มน้ำปากพนัง นำผักตบชวาในแหล่งน้ำมาเป็นส่วนผสมของปุ๋ยหมัก ได้นำไปทดลองใส่พืชผักแต่ละชนิด แล้วนำมาแลกเปลี่ยนกันว่าผลเป็นอย่างไร ชาวบ้านชอบ แต่ประธานเครือข่ายฯกล่าวว่าเนื่องจากต้องใช้แรงงานมากในการกวาดเก็บผักตบชวาขึ้นจากลำคลองแหล่งน้ำ และเนื้อปุ๋ยที่ได้จากส่วนผสมที่เป็นผักตบชวามันได้น้อยไม่เหมือนกับส่วนผสมอย่างอื่น (ไม่ได้น้ำหนักมากเท่าที่ควร ไม่พอแบ่งกับสมาชิกกลุ่ม ผักตบชวามีการยุบตัวมาก) จึงได้เปลี่ยนไปใช้ส่วนผสมอย่างอื่นในระยะหลัง เช่น ขุ๋ยมะพร้าว เป็นต้น กำลังเริ่มต้นที่จะทำการวิจัยเปรียบเทียบการปลูกข้าวระหว่างนาข้าวใช้ปุ๋ยหมัก กับนาข้าวปุ๋ยเคมี  แต่ประธานฯเห็นว่าการเรียนรู้จะต้องเรียนรู้ข้อมูลอื่นๆอีกมากมาย  ความรู้ในกลุ่ม (กลุ่มประธานฯมี 40 คน )ไม่เพียงพอ จึงได้ผลักดันเครือข่ายเกษตรอินทรีย์อำเภอเมืองนครศรีธรรมราชขึ้น โดยรวมเอากลุ่มปุ๋ยหมักต่างๆอีก 10 กลุ่ม ในอำเภอเมืองฯมาเป็นสมาชิกเครือข่าย มีการระดมทุน จัดตั้งระเบียบข้อบังคับ  มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินงาน มีกิจกรรมการดำเนินงานที่ชัดเจน ทุกวันที่ 28 ของเดือนมีการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการของกันและกัน มีการประชุมไปแล้ว 4 ครั้ง  เป้าหมายต่อไปของเครือข่ายฯ คือการทำวิสาหกิจชุมชนร่วมกัน ยังไม่แน่ว่าจะเป็นอะไร คงต้องที่ประชุมร่วมกันพิจารณา ที่สุดอย่างไรแล้ว ในฐานะที่ผมเป็นที่ปรึกษาเครือข่ายฯผมจะได้เล่าความคืบหน้าต่อไป