คัดค้านการถวายฏีฏาขอพระราชทานอภัยโทษให้คุณทักษิณ

เหตุการณ์บ้านเมืองช่วงนี้อึมครึมยังไงชอบกล

 

                หรือถ้าไม่คิดอะไรมาก...การเมืองไทยก็เป็นเช่นนี้...มันเป็นยังนี้ เป็นอย่างที่มันเป็น เป็นมาตั้งนานแล้ว  แรกๆ ตอนอายุ 20 30 ก็สนใจติดตามข่าวการเมืองตามประสาของเด็กหนุ่ม  เห็นเหตุการณ์บ้านเมือง พฤติกรรมของนักการเมืองทุกเหล่าทุกกอ ทุกพรรค  หลายครั้งก็เครียดไปกับมัน...เช่นว่า  ไม่ชอบนักการเมืองคนนั้น แต่ชอบคนนี้ เพราะเหตุผล....สรุปแล้วก็คือ ชอบกับไม่ชอบ  ภาษาธรรมท่านเรียกว่า เกิด เวทนา นั่นเอง

                พอทำให้เกิดความรู้สึก ชอบ ไม่ชอบ ความรู้สึกนั้นก็พัฒนาขึ้นไปสู่ ความเกลียด ความชัง นักการเมือง การเมือง  ทำให้ไม่อยากติดตามการเมือง  ข่าวการเมือง  กิจกรรมทางการเมือง  เฮ้อ...มันก็สายธารแห่งกิเลสนั่นเอง

                พออายุปาเข้าเลข 3  ก็เริ่มเข้าใจอะไรขึ้นมานิดหนึ่ง อาจจะเป็นเพราะว่า อายุเลข 3 เป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาอีกนิด  สติสัมปะชัญญะมีมากขึ้นมาอีก ทำให้เพ่งมองความเป็นไปของโลกได้ละเอียดขึ้น

                ทำให้มองเห็นว่า...เหตุการณ์บ้านเมืองเราทุกวันนี้ มันเป็นไปด้วยการห้ำหั่นของคนกลุ่มต่าง ๆ ที่มีความโลภ  ความโกรธ  ความหลง กันทั้งนั้น  คนนั้นหวงทรัพย์  คนนั้นหวงอำนาจ  คนนั้นหวงตำแหน่ง  โดยมีเวลาเป็นแผ่นดินไทย  และมีผู้ชมและตัวละครเป็นคนตาดำๆ เช่นเราเช่นท่าน

                บางเวลา กลุ่มหนึ่งชนะ  บางเวลาอีกกลุ่มก็ผลัดขึ้นมาชนะบ้าง  กลับไปกลับมา เป็น วัฏฏะของสังคมไป

                ทุกประเทศคงจะเป็นเช่นนี้ เพราะทุกประเทศมีนักการเมือง  นักการเมืองคือผู้แย่งชิงอำนาจ  เพียงแต่จะแย่งชิงอำนาจกันในรูปปแบบใดเท่านั้น

                แต่ก็ถือว่าโชคดี  ที่ไทยเรามี องค์เทพคอยโปรดอยู่ องค์เทพนั้นคือ พระมหากษัตริย์

                พระมหากษัตรย์คือเทพที่พวกเราชาวไทย เคารพบูชา รักและห่วงแหนสถาบัน  เราทุกคนที่เป็นคนไทย ไม่ว่าเด็กเล็กแดง ต่างก็รักท่านทุกคน  จะด้วยการแสดงออกด้วยวิธีการใดก็ตาม  แต่ในความรักของทุกคนที่แสดงออกต่อพระองค์ท่าน  ก็มีความรักของบางคนที่กำลังจะแปลงเปลี่ยนเป็นความระคายเคืองพระยุคลบาทของพระองค์ ด้วยความไม่รู้  ไม่เข้าใจ  อำนาจฝ่ายต่ำ หรือถูกชักจูงด้วยอำนาจของเงินก็เป็นได้

 

                วันที่ 17 สิงหาคม 2552   นี้  กลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า คนเสื้อแดงแดงทั้งแผ่นดิน ฯลฯ ต่าง ๆ นานา ตามแต่จะเรียก กำลังจะนำรายชื่อ ประชาชน ผู้มองเห็นไม่ทันปัญหา ขึ้นถวายฏีฏา ต่อองค์พระมหากษัตรย์ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใด หรือช่องทางใด  จะถูกต้องหรือผิดธรรมเนียม ประเพณี จารีต หรือกฎหมาย ยังไงก็ตาม  เหตุการณ์วันนั้นก็คงต้องเกิดขึ้น ไม่ว่าจะทางใดทางหนึ่ง  เว้นแต่ว่าเวลาที่เหลือ 3 วันก่อนจะถึงนี้ มีหนึ่งในสามเกลอหัวขวดหรือคนที่อยู่แดนไกล เกิดสำนักในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านขึ้นก่อน แล้วออกมาประกาศว่า ไม่ถวายฏีฏาแล้ว เท่านั้น  แต่คงจะยากพอการ  เพราะติดตามดูมาตลอดว่า พวกนี้ ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ที่ผ่านมา  ไม่อยู่ภายใต้ ธรรมในใจ  แต่อยู่ภายใต้ เกม ของคนกลุ่มหนึ่ง หรือบุคคลหนึ่ง ที่สร้างขึ้นเพื่อการทวงอำนาจล้วน ๆ  มันจึงเป็นลักษณะของ  เกมหนึ่งแพ้  ก็คิดเกมใหม่ขึ้นมาเล่นต่อ  เมื่อแพ้อีกก็คิดต่ออีก  ความพ่ายแพ้แต่ละเหตุการณ์ จึงเป็น ความพ่ายแพ้รายย่อย รวมกันหลายๆ ครั้ง ก็ยอมไม่ได้ ก็คิดอุบายใหม่ขึ้นมาเรื่อย ๆ และเพิ่มความฉงนสนเท่ห์ให้คนดูมากขึ้น  การถวายฏีฏาครั้งนี้ ก็เช่นเดียวกัน มันคือความฉงนสนเท่ห์ที่พวกเขา เสื้อแดง คิดขึ้นมาเล่น  ไม่ได้หวังว่าจะช่วย คนนอก จริง ๆ หรอก อาจเป็นเพียงการ หยั่งเชิง  วัดใจ  วัดเสียง  วัดคะแนน

                อีกฟากหนึ่ง ก็รู้สึกเป็นห่วง ผู้ที่เซ็นชื่อถวายฏีฏานั้น จะรู้เรื่องอย่างจริงๆ จังๆ หรือไม่ว่า ขั้นตอนการถวายฏีฏาต่อพระเจ้าอยู่หัวนั้น มีมาแต่ไหนแต่ไร  มีขั้นตอนอย่างไร ใครควรถวาย ใครไม่ควรถวาย จะถวายได้ในกรณีใด

                คงต้อง ให้ธรรม  ให้ความรู้  ให้ความกระจ่าง แก่คนเหล่านี้(ซึ่งก็คือคนไทยด้วยกัน แต่ถูกชักจูงให้หลงผิดไปในความเข้าใจ)

                จึงไม่สำคัญว่า จำนวนรายชื่อผู้ถวายกีฏา จะมีกี่ล้านชื่อ หรือจำนวนรายชื่อผู้คัดค้านการถวายฏีฏา ที่กระทรวงมหาดไทยดำเนินการนั้น จะมีกี่รายชื่อ  บ้านเมืองของเราไม่ควรจะพัฒนาไปได้ด้วยการเอายอดตัวเลขที่หาความกระจ่างของธรรมไม่ได้ มาเปรียบเทียบกัน แล้วสรุปว่า ใครชนะใคร

                ดูสิ  พวกเราประชาชน พระองค์ท่าน มิได้ลงมาข้องเกี่ยวอันใด พระองค์ทรงไว้ซึ่งฐานะที่ใครไม่อาจแตะต้องได้ ไม่ว่าจะมีใครดึงท่านลงมา  ท่านก็มิไหวติงไปกับสถานการณ์ พระองค์ท่านทรงเป็นเทพ  สมมติเทพตามความหมายของผู้บรรลุแล้ว  ตราบใดที่คนไทยไม่ฆ่ากันเองอีกครั้ง พระองค์ท่านคงไม่ลงมาไกล่เกลี่ย

                สถานการณ์ขณะนี้  ผู้ไกล่เกลี่ยควรจะเป็น รัฐบาล ต่างหาก  ควรจะทำอะไรสักอย่าง ที่บอกว่า อย่าให้ใคร....รบกวนพระองค์ท่านเลย   ควรจะร่วมกันปกป้องท่านตามหน้าที่ของพวกเรา คนไทยผู้สว่างในพระธรรม

                ไม่ว่าเหตุการณ์ ถวายฏีฏา ในวันที่ 17  สิงหาคม  จะเกิดขึ้นหรือไม่

                ผมคิดว่าคนไทยควรวตั้งสติ  แล้วพิจารณา พวกนักการเมือง กันดีกว่าว่า ใครพวกไหน ดำเนินการอย่างไร  ประพฤติอย่างไร ต่อเหตุการณ์นี้ และจะพัฒนาตนเองต่อไปอย่างไร ต่อสถานการณ์บ้านเมืองเช่นนี้  และเช่นเดียวกันพวกเราที่ต้อง  พัฒนาความคิดด้านการเมืองของตนเองให้ก้าวหน้าทันต่อเกมที่พวกนี้สร้างขึ้นในช่วงเวลาต่าง ๆ ของเหตุการณ์ทางการเมือง

                ในฐานะที่เป็นประชาชน  ไม่ว่าใครจะถวายฏีฏาหรือไม่  ผมก็ไม่เห็นด้วยเพราะทำให้เป็นการระคายเคืองพระยุคลบาทของพระองค์

                ประเทศไทยสงบมาได้ทุกวันนี้ เนื่องด้วยประเทศไทยมี สถาบันพระมหากษัตริย์ นั่นเอง