(๑)  
จริงดังเขาว่า  ความรักมักถูกหยอกเล่นด้วยความโศกเศร้าเสมอ
ฉันเชื่อว่า  ไม่แต่เฉพาะคนที่มีรักเท่านั้นที่เชื่อเช่นนี้ 
คนที่อาภัพรักก็คงเชื่อไม่ต่างกันนักหรอก 
เพราะในวาทกรรมแห่งโลกและชีวิตก็สรุปชัดแจ้งแล้วว่า
ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์ 
ซึ่งแปลกแต่ก็จริง  ถ้าเลือกได้  เราทุกคนก็ปรารถนาที่จะเลือกเป็นคนที่ได้รัก-และถูกรักด้วยกันทั้งนั้น

 

(๒)
ในโลกและชีวิตแห่งความเป็นจริง 
ฉันเรียนรู้ว่า  เราต่างล้วนเป็นเสมือนชู้ทางใจของกันและกันอย่างไม่ต้องสงสัย 
มนุษย์ปรารถนาที่จะได้เป็นผู้ถูกรักและให้ความรักแก่ใครสักคนเสมอ 
ไม่เว้นแม้แต่การได้รักและแอบรักคนของคนอื่น 
พร้อมๆ กับการแอบหลบหลีกมารักกันแบบไม่อาจปฏิเสธได้
ซึ่งนั่นก็รู้ทั้งรู้ว่ามันผิดและเป็นกบฏต่อคนรักของตัวเองอย่างที่สุด 
แต่จะทำยังไงได้ล่ะ  ในเมื่อวิถีนั้น คือ
พื้นที่แห่งความสุข อีกพื้นที่หนึ่งที่ชีวิตพึงสัมผัส

 

(๓)
การได้พบเจอกัน ถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์เสมอ
แต่ก็ไม่มีการพบเจอใด จะการันตีความมั่นยืนของมิตรภาพได้เสมอไป 
ดังนั้น เราจึงจำต้องเรียนรู้และเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับการจากพรากที่อาจมาเยือน
ได้ทุกขณะของลมหายใจ

 

(๔)
ณ ห้วงสั้นๆ ของการพบเจอนั้น
ฉันไม่เห็นอะไรสำคัญมากไปกว่าการใช้เวลาอันน้อยนิดนั้นให้คุ้มค่าที่สุด
บางทีอาจหมายถึงการรู้สึกว่า วันนั้น หรือห้วงนั้น คือครั้งสุดท้ายที่เราพึงได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน

  

 

(๕)
ความหลงผิดของฉันเอง...
ฟังดูมันธรรมดาเอามากๆ  และเกิดขึ้นได้เสมอสำหรับคนที่จริงจังและจริงใจต่อวิถีนั้นๆ

หากแต่ในความลึกเร้นของความรู้สึก
เมื่อรู้ซึ้งเท็จจริงของสถานะที่เธอมีต่อฉัน 
โดยที่ฉันเป็นคนธรรมดา ไร้ค่าและไร้ความสำคัญในใจเธอ
มันทำให้ฉันรู้สึกอาย-เจ็บ และชาในทั่วทั้งหัวใจ

(๖)
ใจดำ เลือดเย็น และใจร้าย
มันคือความรู้สึกที่ฉันปฏิเสธไม่ได้ต่อสิ่งที่เธอได้หยิบยื่นมาให้โดยไม่สนใจว่าวิถีแห่งฉันนั้น
จริงจัง ซื่อสัตย์  และจริงใจต่อเธออย่างมากมายสักแค่ไหน
เธอไม่ได้น่ารังเกลียดเลยสักนิด
แต่การโกหกและพฤติการณ์ที่เธอปฏิเสธต่อความจริงจัง ซื่อสัตย์  และจริงใจของฉันต่างหาก
คือสิ่งอันพึงน่ารังเกลียดอย่างที่ฉันคาดไม่ถึง

แต่ก็แน่ล่ะ  เราล้วนไม่จำเป็นต้องผูกมัดกันและกันด้วยพันธนาการใดๆ...
แต่มันก็ไม่จำเป็นต้องโกหกและหลอกหลวงกันเลยมิใช่หรือ

สำคัญมันขึ้นอยู่ว่า...
ฉันยังทานทนต่อความใจดำ เลือดเย็นและเย็นชานั้นได้อีกหรือ
และฉันยังต้องอภัยให้กับความโง่เขลาของตัวเองอีกอยู่หรือเท่านั้นแหละ

 

(๗)
อะไรคือความหมายระหว่างเรา
ใช่, ถึงวันนี้  ทุกอย่างได้ตอบชัดแล้วว่าไม่มีความหมายใดในวันที่ผ่านมา
มันไม่ใช่ทั้งหน้าที่และความผูกพัน....
มันคือความเลวร้ายที่ฉันไม่เคยหยั่งคิดเลยเองต่างหาก
แน่นอนล่ะ  หรือว่าตอนนี้ ฉันเริ่มจะเกลียดเธอขึ้นแล้ว

...

แรงบัลดาลใจ..
จากเรื่องราวของใครสักคน
ที่ผ่านเข้ามาให้ได้ร่วมรับรู้และซึมซับ
ในเย็นย่ำที่ฝนสาดเม็ดอย่างไม่หยุดยั้ง