ความเดิม ; KM LASA l คือ อะไร...
เมื่อเราแยกกลุ่มเพื่อตั้งวงเล็กๆ คุยกันในเรื่องราวของ LASA ในโรงพยาบาลยโสธร...
เป็นมิติใหม่ของการทำงานที่คนหน้างานเกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่คุ้นชิน เพราะส่วนใหญ่คือ มานั่งรับฟังข้อมูลและเรื่องราว พร้อมทั้งถูก fort ข้อมูล...และกลับไปทำงาน แต่วันนี้เรานำกระบวน share & Learning มาเพื่อสกัดความรู้ที่ได้จากคนหน้างานที่ผ่านประสบการณ์จริงของการเผชิญต่อปัญหาเรื่อง LASA
กระบวนการเริ่มต้นเริ่มด้วย...เภสัชกรจำปี และน้องหนุ่ย - สุภาภรณ์ ทำหน้าที่เป็นคุณอำนวยให้เกิดบรรยากาศของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เมื่อเข้าสู่วงเล็กๆ บรรยากาศของความเป็นกันเองและผ่อนคลายมีมากขึ้น ความลื่นไหลของกระแสแห่งสายธารทางปัญญาที่เชื่อมต่อกันและกันดั่งสายน้ำที่ไหลทอดต่อกัน ทำให้หัวใจของคนหน้างานเกิดเป็นพลังแห่งความบันดาลใจที่อยากจะทำงานในเรื่องนี้

กลุ่มเภสัชกรจำปี...ร่วมคิดร่วมกันมองถึงเรื่อง LASA นี้ว่า..."เป็นความเสี่ยง"
มีสองรูปแบบที่ได้ออกมา คือ เมื่อพบปัญหาแล้วหาทางแก้ปัญหา ไปสู่การวางแนวทางแก้ไข หาจุดประสานเชื่อมต่อ เช่น หากว่าความคลาดเคลื่อนเกิดขึ้นจากที่แพทย์เขียนยาผิดหรือไม่ชัดเจน ก็ประสานไปที่แพทย์ หรือหากว่าเป็นเภสัชกรจ่ายยาผิดก็ประสานกลับไปที่เภสัชกร...
เป็นรูปแบบของการ feeback...
หรือในอีกแนวทางหนึ่ง คือ ค้นหาปัญหาก่อน เป็นเส้นทางของการหาหนทางป้องกัน ซึ่งเรื่องเล่านี้ได้มาจากน้องๆ ในทีม ICU เด็ก
โดยสรุปกลุ่มนี้มองว่า...เหตุแห่งที่มาของ LASA คือ คนเราใช้ความเคยชินในการทำงาน จึงมักทำให้เกิด error จาก LASA
หนทางแห่งการแก้ไข...คือ ต้องตระหนักในปัญหา และพัฒนารูปแบบการประสานงานที่สามารถลดความขัดแย้งได้ด้วย (ประเด็นนี้ข้าพเจ้ามองว่านำไปใช้ในการพัฒนาเป็นคำถาม R2R ต่อได้เลย)
กลุ่มน้องหนุ่ย-สุภาภรณ์ ;
ชวนกันมองสองระบบ คือ ระบบภายในตนเอง และระบบนอกตนเอง
ระบบนอก คือ อะไร ... คือ การเขียนใบสั่งยาของแพทย์ เช่น ลายมือไม่ชัดเจน ซึ่งประเด็นนี้ทางกลุ่มมองหารูปแบบไว้ให้เรียบร้อยแล้วด้วยว่า ถ้าหากมีการเขียน Dx ในใบสั่งยาด้วยก็น่าจะเป็นหนทางหนึ่งของเภสัชที่อาจพอทราบข้อมูลว่าแพทย์สั่งยาอะไร
หรืออาจใช้ระบบ computer ช่วยลดปัญหาในเรื่องลายมือแพทย์ได้...แต่ทางกลุ่มก็เสนอว่า อาจต้องระวังในเรื่องการลืมความเป็นมนุษย์ เพราะลืมใส่ใจในเรื่องผู้ป่วย หากว่ามัวแต่จดจ่อแต่ในจอคอมพิวเตอร์เท่านั้น
อีกแนวทางหนึ่ง...คือ การ screen อย่างต่อเนื่อง จากตั้งแต่แพทย์ ==> พยาบาลหน้าห้องตรวจ ==> ห้องยา ==> หรือการ conferm แพทย์อีกครั้ง
เมื่อมามองระบบในตนเองบ้าง...อาจใช้วิธีการ Double Check, พี่ช่วยน้อง, การถ่ายทอดความรู้ระหว่างคนหน้างานด้วยกัน...
อีกหนทางหนึ่งที่สามารถดำเนินการได้ คือ การใช้สิทธิในการป้องกัน LASA ==> แบบฟอร์มใบรายงานคุณภาพผลิตภัณฑ์ รายงานกลับมาที่ห้องยา เพื่อลดความเสี่ยง เมื่อเกิด error ซึ่งเป็นการใช้สิทธิ์ระบุสาเหตุ...
จากการได้เปิดประตูไปสู่โอกาสการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ผ่านสุนทรียสนทนาครั้งนี้ ความงดงามที่ได้จากการล้อมวงคุยกัน คือ ...
"จุดประสานงาน ให้ถาม ให้คุย"
ถามกันมากขึ้นคุยกันมากขึ้น
ที่สุดแล้วปัญหาจะได้รับการแก้โดยปราศจากความขัดแย้ง

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้...
เราได้เครือข่ายคนหน้างาน LASA ที่มองเรื่องนี้เป็นจุดร่วมเดียวกัน ... กลุ่มที่มาไม่ใช่มาจากคำสั่งหรือการแต่งตั้ง หากแต่มาด้วยใจ ... ใจของคนหน้างานอย่างแท้จริง และมองเห็นเรื่องนี้เป็นความสำคัญ...อันไม่ใช่เพียงแค่ว่าสำคัญเพราะเป็นเรื่อง HA หากแต่เป็นเรื่องสำคัญ...ที่ส่งผลลัพธ์ไปสู่ญาติ พี่น้อง ประชาชนผู้มารับบริการจากโรงพยาบาลอย่างแท้จริง
แรงบันดาลใจที่เกิดขึ้น ตลอดจนเกิดเป็นความตระหนักและมีหลายคนที่จะนำสิ่งทีได้จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้...ไปต่อยอดที่หน่วยงานของตนเอง
ข้าพเจ้ามองว่าการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกิด CoP = Community of Practice อย่างแท้จริง
เป็นชุมชนนักปฏิบัติที่ปราศจากการถูกสั่งการ หรือคำสั่ง หากแต่มาร่วมมือร่วมใจกันมองในเรื่องนี้ หากว่าการพัฒนาคุณภาพบริการได้นำกระบวนการทำงานด้วยหัวใจของคนหน้างานมาร้อยเรียงให้มุ่งเป้าไปที่ผู้มารับบริการได้รับบริการที่ดี มากกว่าการมุ่งเป้าเพียงแค่ผ่านประเมิน HA แล้ว ข้าพเจ้ามองว่าคุณค่าที่จะเกิดขึ้นต่อโรงพยาบาลยโสธร จังหวัดยโสธร ประเทศไทย และโลกคงมีมากกว่านี้เป็นอย่างแน่แท้...
แนวคิด LASA ยังเป้นแนวคิด drug oriented อยู่ ทำให้เภสัชกร ไกลห่างออกไป
จากผู้ป่วย ในการ เน้น งาน ดูแลตาม ยาแต่ละชนิด ทำให้เภสัชกร มองข้ามผู้ป่วยไป
เช่น ผู้ป่วยไตวาย ผู้ป่วยหัวใจขาดเลือด อาจมีปัญหาด้านยามากมาย
แต่อาจไม่ได้มียา LASA หรือ high alert drug เลย ก็ได้
ปัจจุบันเภสัชกร ทั่วโลก (ยกว้นประเทศไทย) จะเน้น งาน patient focus มาก
ขึ้น ในแนวคิด case management หรือ disease management program
สวัสดีค่ะน้องกะปุ๋ม
ยินดีกับรพ.ยโสธรและ
ขอชื่นชมกิจกรรมดีๆนี้
ขอบคุณค่ะ เภสัชกรเอกที่มาชวนคิดชวนคุยเพิ่มเติมในเรื่องนี้
ด้วยเหตุนี้ เภสัชกรจำปีมองว่า ... แนวคิด LASA ไม่น่าจะผูกขาดไปเป็นเรื่องของเภสัชกรอย่างเดียว หากแต่เป็นเรื่องที่คนหน้างานที่ทุกคนมีส่วนร่วม เป็นการลองสร้างเครือข่ายร่วม เพื่อให้เกิดการพัฒนาในเรื่องนี้อย่างแท้จริง และตรงหรือสอดคล้องกับบริบทของที่ทำงานของเรา
จึงนำแนวทาง KM มาใช้และสร้าง CoP ที่เกิดขึ้น ... แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันไปขนานกับรูปแบบการทำงานเป็นคำสั่ง แต่งตั้ง และเป็นคณะกรรมการ ที่เมื่อทำงานจริงๆ ก็ไปไม่ถึงแก่นแห่งปัญหาและแนวคิดที่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง...
วันนี้จากการทำกระบวนการ...เราได้เรื่องราวผ่านคนหน้างานที่แท้จริง
จากเดิมที่จดจำแต่แนวคิดและหลักการมานำการทำงาน แต่วันนี้สิ่งที่เราได้มีคุณค่าอย่างมาก เพราะเป็นการได้มาจากปัญญาของคนหน้างานที่ทำงานนี้ด้วยใจที่ตั้งมั่นที่ผู้มารับบริการ...
สวัสดีค่ะ..พี่ นาง...มณีวรรณ
ขอบคุณที่มาทักทายค่ะ...คือ ความดี ความงามแห่งการงาน
ที่เราพยายามก้าวเดินออกมาจากกรอบการทำงานแบบเดิม เพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายสุดท้ายอย่างแท้จริงคือ ประโยชน์และผลดีทุกอย่างเกิดขึ้นกับผู้มารับบริการ