คนพันธุ์สัตว์ (You’re an Animal,Viskovitz!)




คนพันธุ์สัตว์ (You’re an Animal,Viskovitz!)
Alessandro Boffa / เขียน
นาลันทา คุปต์ / แปล
สนพ.เอ็นเธอร์บุ๊คส์(ในเครือสนพ.แจ่มใส) / พิมพ์






หลากเรื่องราว(ชีวิต)สั้น ๆ แอบหักมุมของชุมนุมสิงสาราสัตว์ที่จิกกัดคนได้สะบัดถึงใจ...

คุณเคยสงสัยไหมว่า ในหนึ่งวัน สัตว์ทำอะไร คิดอะไร และรู้สึกรู้สาต่อสิ่งต่าง ๆ รอบตัวแค่ไหน...

"คุณจะรู้สึกอย่างไรหากวันหนึ่งลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองกลายเป็นสัตว์โน่นนี่มากมาย
วันหนึ่งเป็นนกแก้ว ต่อมาเป็นแมงป่อง
วันต่อไปลองเป็นกวาง เป็นฟองน้ำ เป็นเพนกวิน เป็นฉลาม ฯลฯ
คุณอาจจะยังนึกไม่ออกหรือบอกตัวเองว่าเป็นไปไม่ได้ แต่คงจะดี หากได้สัมผัสชีวิตของพวกมัน

เพื่อจะได้บทสรุปว่ามนุษย์เรานั้น มันก็แค่สัตว์อีกชนิดหนึ่งนั่นเอง "

โปรยปกหน้า-หลัง หนังสือ "คนพันธุ์สัตว์ "







ปรารภกับเพื่อนว่า เบื่อ ๆ อยากอ่านอะไร ๆ ที่มันหลุดโลก ๆ หน่อย เพื่อนก็แสนดี ส่งหนังสือเล่มนี้มาให้ยืม...

แถมกำกับมาด้วยว่ารับประกันความหลุดโลก
แต่...อ่านจบแล้วไม่ต้องคืนก็ได้นะ เพราะเค้าคงไม่อ่านซ้ำหรอก รอบเดียวก็เกินพอ !

เออแน่ะ...ท้าทายนักอ่านโรคจิตที่ชอบย้ำคิดย้ำทำ (คือมักจะอ่านหนังสือเล่มเดียวซ้ำ ๆ ซาก ๆได้หลายรอบ) อย่างเราชะมัด !

อ่านบทสองบทแรกอย่างงง ๆ ปนทึ่ง...
แต่อ่านไป ๆ ก็พอจับเค้า "สาร"ที่คนเขียนต้องการจะ"สื่อ" ได้บ้าง (ถ้า(ความพยายามที่จะ)เข้าใจไม่ผิดนะ)

คนเขียนเขียนในลักษณะเป็นบทบันทึกของ"ใคร"คนหนึ่งที่ชื่อ วิสโควิทซ์
เขาใช้สรรพนามแทนตัวเองว่า "ผม" แสดงว่าเป็นเพศชาย...

"ผม" ในเรื่อง ในแต่ละบทจะเป็นสัตว์สายพันธุ์ต่าง ๆ ร่วม ๒๐ สายพันธุ์ (บทละสายพันธุ์!) เป็นหนู เป็นปลา เป็นสุนัข เป็นนั่นเป็นนี่ เป็นนู่น...ฯลฯ

เมื่อเป็นสัตว์ชนิดหนึ่ง เขาก็จะมีพฤติกรรมที่แปรเปลี่ยนไปตามธรรมชาติของสายพันธุ์นั้น ๆ ทั้งในเรื่องของวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ ธรรมขาตินิสัยหรือสัญชาตญาณประจำสายพันธุ์ ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละประเภท

แต่ก็มีอยู่หลายสิ่งหลายอย่างที่คล้ายคลึงกัน และเหมือนกันไปหมด นั่นคือสัญชาตญาณของการดิ้นรนเอาตัวรอด การแก่งแย่งแข่งขัน การแบ่งแยกชนชั้น การเอารัดเอาเปรียบซึ่งกันและกัน(ในหมู่สัตว์สายพนธุ์เดียวกัน) ฯลฯ
กระทั่งการแสวงหาเกียรติยศ ชื่อเสียง และความรัก...(ผ่านเซ็กส์) ไปจนถึงการแสวงหาทางหลุดพ้น...

นี่มันพฤติกรรมและธรรมชาติของ "มนุษย์" อย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ชัด ๆ !
ถ้าสัตว์พวกนี้ ใช้ชีวิตเยี่ยงนี้จริง ๆ และคิดเช่นนี้จริง ๆ พวกเขาก็ไม่ต่างอะไรกับ "คน" อย่างเรา ๆ น่ะสิ

เฮ้อ...อ่านแล้ว(อยาก)หลุดโลกจริง ๆ !

มีประวัติคนเขียนสั้น ๆ ท้ายเล่มบอกว่าเขาจบการศึกษาด้านชีววิทยา
(เอิ่ม...น่าจะเป็นสัตววิทยานะนั่น) จึงมิพักต้องสงสัยในระบบความคิดของเขาสักเท่าใด...

ตัวอย่างนิดหน่อย...

"...หมาที่วัดเริ่มฝึกกำหนดลมหายใจแล้ว ข้าพเจ้าขัดสมาธิขาหลังในท่าดอกบัว เพ่งจิตอยู่ที่มุรธาราเพื่อฟื้นฟูหลังและบังคับให้ไหลไปสู่ดินแดนแห่งความหลุดพ้น ที่ซึ่งไม่มีความดีและความชั่ว ความสุขและความทุกข์ ไปสู่ใจกลางแห่งชีพจรที่เป็นต้นกำเนิดชีวิต ไปสู่ดวงตาแห่งปัญญาอันใสกระจ่าง ไปสู่ความสงบอันยิ่งใหญ่ ...ความสงบอันยิ่งใหญ่..."


อ่านบางตอนนึกไปถึง Animal Farm ของ George Orwell เพียงแต่รู้สึกว่าเล่มนี้จะเล่นแรงกว่า หยาบคายกว่าและเน้นเสียดสีในเรื่องของเซ็กส์มากกว่าปมอื่น ๆ ของมนุษย์...

บางช่วงนึกถึงเมตามอร์ฟอซิสต์ของคาฟคา (ที่อ่านไม่จบ)...

บางตอนก็คิดแว่บไปถึงเรื่องเล่าของหมูสาว ของดารีอุสเสคที่เคยอ่านเมื่อหลายปีก่อน เล่มนั้นอ่านจบต้องวิ่งไปอาเจียน! (หนังสือหายไปแล้ว เลยจำได้แต่ความรู้สึกหลังอ่านจบที่แรงมาก ๆ )
เล่มนี้...บางตอนก็อ่านแล้วชวนคลื่นเหียน สะอิดสะเอียนไม่แพ้กัน...
โดยเฉพาะบทพรรณาว่าด้วยการมีเซ็กส์...ซึ่งช่างตอกย้ำซ้ำซากเสียจนสงสัยว่าคนเขียนเขาเป็นอะไรหรือเปล่าเนี่ย...?

เฮ้อ...!