หนูน้อยอัลแลน

 



หนูน้อยอัลแลน
(Edgar Allan By John Nevfeld)
แววตา/แปล
สนพ.ผลึก /พิมพ์ (ธันวาคม ๒๕๓๐)


~ เรื่องราวอันเจ็บปวด สะเทือนใจลึกซึ้งของครอบครัวคนผิวขาวที่ยอมรับเด็กผิวดำเป็นลูกบุญธรรม ~

 




หนังสือเล่มเล็ก ๆ บาง ๆ แสนจะเก่าแก่เล่มนี้วางแอบอยู่บนชั้นมานานเนิ่น
ไม่แน่ใจด้วยซ้ำไปว่าได้มาอย่างไร...
อาจจะซื้อเองในราคาเล่มละสิบบาทตามกองหนังสือเก่าที่ใดที่หนึ่ง...
หรือใครให้มา...? (แต่ปกติถ้าเป็นหนังสือที่มีคนให้มาก็น่าจะจำได้นะว่าใครให้ เนื่องในโอกาสอะไร...?)
หรือเป็นหนังสือของพ่อ ของพี่ ของน้อง ...?

แต่ช่างเถอะ จะหนังสือของใครก็...มันอยู่บนชั้นในบ้านฉัน มันก็คงรอให้ฉันอ่านมันนั่นแหละ...

แล้ววันนี้ฉันก็ได้หยิบมันลงมาอ่าน ด้วยมีแรงบันดาลใจจากภาพข่าวการเข้าพิธีรับตำแหน่งประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของสหรัฐฯ เมื่อสองวันก่อน...
จะด้วยอะไรก็ตาม ฉันน่ะแอบเชียร์บารัค โอบามามาตั้งแต่ตอนที่เขาขับเคี่ยวกันมากับฮิลลารี่ คลินตันเพื่อชิงตำแหน่งตัวแทนพรรคโน่นแล้ว...
ถึงแม้ใจหนึ่งจะแอบอยากเห็นปธน.สหรัฐฯผู้หญิงคนแรกอยู่บ้างก็เถอะ...
แต่ส่วนลึกจริง ๆ กลับอยากเห็นคนผิวสีสามารถฝ่าข้ามอคติทั้งหลายทั้งปวง ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำของประเทศยักษ์ใหญ่ที่มีเรื่องราวของการแบ่งแยก เหยียดผิวให้เราได้ร่วมรับรู้ผ่านวรรณกรรมและสื่อต่าง ๆ อยู่เยอะแยะมากมาย...
และเมื่อเขาทำได้สำเร็จจริง ๆ ก็รู้สึกยินดีไปกับเขา ทั้ง ๆ ที่เราไม่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับเขาเลย...ก็เป็นแค่ความรู้สึกเล็ก ๆ ของคนเล็ก ๆ คนหนึ่งที่อยากเห็นคนมองคนที่เนื้อในมากกว่าสีผิวที่ฉาบอยู่เพียงภายนอก...

(แหะ ๆ กำลังอินกะซีรียส์อเมริกัน 24 อยู่ด้วยแหละ...ฉะนั้นช่วงนี้หากจะห่าง ๆ บล็อกไปบ้างก็โปรดเข้าใจนะคะ... แม่ไก่กำลังจะกลายเป็น(แม่)นกฮูกอยู่ในไม่ช้านี่แล้ว...)


กลับมาที่หนังสือเล่มนี้ดีกว่าค่ะ....
อ้อ...หนังสือเล่มนี้ไม่ได้มีเนื้อหาใด ๆ เกี่ยวข้องกับท่านประธานาธิบดีคนใหม่เลยแม้แต่น้อยค่ะ
แต่ที่โยงไปหากันได้ก็เพราะตัวละครเอกของเรื่องนี้...เอ็ดการ์ อัลแลนนั้นเป็นเด็กผิวสี...เท่านั้นเอง

เป็นหนังสือที่อ่านได้เพลิน ๆ รวดเดียวจบ...เพราะเล่มบางมาก...
อีกสำนวนภาษา(แปล)ก็เรียบลื่น ไม่สะดุด
แต่เนื้อในหนังสือนี่สิ....
อ่านจบแล้วอึ้ง...หนึบ ๆ หน่วง ๆ อยู่ภายใน มีทั้งความเข้าใจและไม่เข้าใจปะปนกัน
มีหลายจุดหลายตอนที่กระทบ กระแทกใจ...
ก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือน...แม้ไม่มากแต่ก็พอรู้สึกได้นั่นแหละ

นับว่าเป็นหนังสือเล่มเล็กอีกเล่มที่...
ถึงอ่านจบไปแล้วจะยังคงประทับมั่นอยู่ในใจไปอีกนานทีเดียว




เรื่องย่อ (บางส่วนจากคำนำหนังสือ)

"...'เอ็ดการ์ อัลแลน' เป็นชื่อของเด็กน้อยผิวดำผู้หนึ่ง ซึ่งในระยะหนึ่ง ได้มีโอกาสเข้ามาอยู่ในครอบครัวของคนผิวขาวในฐานะลูกบุญธรรมอย่างมีความสุขตามประสาเด็กวัยสามขวบ
และเมื่อถึงจุดตึงเครียดที่ต้องพลัดพรากจากกัน หนูน้อยผู้นี้ก็กลายเป็นชนวนที่จุดไฟกองใหญ่ไว้ในครอบครัวนั้น
ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอันใหญ่หลวงขึ้น นั่นคือ ทำให้ทุกคนได้ซาบซึ้งถึงการมีชีวิตที่เท่าเทียมกันของมนุษย์
และตระหนักถึงความเด็ดเดี่ยว ที่จะยืนหยัดทำในสิ่งที่ตนคิดว่าดีงามและถูกต้อง
โดยไม่หวั่นไหวต่อกระแสต่อต้านและปัญหารอบข้าง..."


เป็นเรื่องเล่าที่...เล่าด้วยสำนวนภาษาที่เรียบง่าย ซื่อ ๆ ตรงไปตรงมาของเด็กชายวัย ๑๒ ปี...ไมเคิล...ลูกชายคนที่สองของสาธุคุณโรเบิร์ต ฟิกเก็ตต์
เขาเล่าเรื่องได้น่ารัก และอบอุ่นเป็นธรรมชาติมาก...
แต่ก็แฝงไว้ด้วยแง่คิด มุมมองที่น่าสนใจทีเดียว

อย่างตอนที่เขาเปิดเรื่องด้วยการเล่าถึงพ่อของเขากับพระเจ้า...

"นี่คือเรื่องราวเกี่ยวกับพ่อของผมและพระเจ้า...ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้ล้วนแต่ยากที่จะเข้าใจ...
พ่อเป็นคนมีอารมณ์ขัน แต่พ่อดูจริงจังในยามที่พ่อจำต้องเป็น และอาจทำให้คุณรู้สึกกริ่งเกรงได้บ้างหากคุณกำลังนั่งฟังพ่อเทศน์อยู่ในโบสถ์....
...........
ส่วนเรื่องพระเจ้า ผมคงพูดอะไรได้ไม่มากนัก และคิดว่าคงไม่มีใครทำได้เช่นกัน
แต่พระองค์เป็นผู้ที่สำคัญต่อครอบครัวของเรา......
แม่ชอบพูดว่าพระผู้เป็นเจ้าสถิตอยู่ ณ ทุกหนทุกแห่ง
และเพียงแต่คุณจะเข้าใจในพระองค์เท่านั้น คุณก็จะรู้ว่าพระองค์สถิตอยู่ ณ ที่แห่งใด..."


แม้บางตอนเขาจะทำให้เรารู้สึกว่าเขาออกจะเป็นเด็กช่างคิด และโตเกินวัยอยู่พอสมควรทีเดียว
ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจนัก เพราะเขาเป็นลูกของบาทหลวงที่จะต้องได้รับการคาดหวังจากคนอื่น ๆ ในสังคมว่าจะต้องเป็นเด็กดีและต้องทำดี...
ไมเคิลคิดว่า...มันอาจจะไม่น่าสนุกเท่าไหร่ที่จะต้องเป็นอะไรบางอย่างที่แสนดี และเขาต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะพิสูจน์ให้ใคร ๆ เห็นว่าเขาเองก็เป็นเด็กธรรมดา ๆ คนหนึ่ง...
แต่บางทีมันก็ค่อนข้างจะยากและทำให้เขารู้สึดขัดแย้ง เขาจึงหันมาใช้เวลาอยู่กับตัวเองเป็นส่วนใหญ่ เขากลายเป็นหนอนหนังสือตัวยงและหลงใหลในเรื่องราวของประวัติศาสตร์เป็นชีวิตจิตใจ...

เขามีความเชื่อมั่น ศรัทธาและภาคภูมิใจในผู้เป็นพ่อมาตลอด...
จนกระทั่งวันที่เอ็ดการ์ อัลแลนก้าวเข้ามาในครอบครัว...
อีเอ...(ซึ่งไม่ได้ย่อมาจาก Edgar Allan อย่างที่เราคิด หากแต่ย่อมาจาก Early Afternoon )ได้ก่อให้เกิดกระแสต่อต้านและขัดแย้งทั้งภายในครอบครัวของเขาและสังคมในชุมชนเล็ก ๆ ที่พวกเขาอาศัยอยู่...
ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นเพียงเด็กน้อยวัยสามขวบ ที่มีความน่ารักและซื่อใสบริสุทธิ์เช่นเดียวกันกับเด็กวัยนี้ทั้งหลายจะเป็น
แล้วจู่ ๆ เพียงชั่วระยะเวลาสองสามเดือน ท่ามกลางความขัดแย้ง...อีเอก็จากไป
ไมเคิลรู้สึกสับสนและขัดแย้ง...
นั่นทำให้ความเชื่อมั่นที่เขาเคยมีในตัวพ่อของเขา...เริ่มสั่นคลอน...
หรือเขาจะตัดสินอะไร(หรือใคร)ฉาบฉวยเกินไปอย่างที่แม่บอก...?


บอกได้สั้น ๆ ว่าชอบและประทับใจมาก...ทั้งกินใจ กระแทกใจจริง ๆ
(คิดในใจว่า...น่าจะหยิบมาอ่านเสียตั้งนานแล้ว...)

หนังสือเล่มนี้แม้จะเล่าเรื่องโดยเด็ก และเป็นเรื่องราวของเด็ก ๆ แต่ก็ไม่อาจจัดให้อยู่ในกลุ่มวรรณกรรมเยาวชนได้ เพราะแท้ที่จริงแล้ว เนื้อหาในหนังสือนั้นคนเขียนเขาตั้งใจที่จะสื่อให้กับ"ผู้ใหญ่" ที่มองเด็กผิวดำคนหนึ่งเพียงรูปลักษณ์ภายนอก โดยไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่าเขานั้นเป็นเด็กที่ร่าเริง เฉลียวฉลาดและน่ารักปานใด...

อ้อ...นำรีวิวของ The NewYork Times สั้น ๆ มาฝากไว้ตรงนี้ด้วยค่ะ

"เรื่องนี้มิใช่นิยายที่เกี่ยวกับอคติ หรือเรื่องการแบ่งเชื้อชาติ หรือความเป็นพี่น้องกัน
หรืออะไรก็ตามที่เป็นเรื่องธรรมดาอย่างนั้น
หากแต่เป็นเรื่องราวของเด็ก ผู้เยาว์วัย และผู้ใหญ่
เกี่ยวกับความรักและความล้มเหลวการสูญเสียและการค้นพบ
ซึ่งกลายเป็นเงื่อนไขระหว่างคนคนหนึ่งกับคนอื่น ๆ

กล่าวโดยสรุปแล้ว Edgar Allan คืออีกรูปแบบหนึ่งของงานศิลปะ"