13-8-52
เมื่อวานเป็นวันแม่ดิฉันถือโอกาส พาผู้มีพระคุณไปกินอาหารที่ร้านอาหารจีนโอวโถวฟู้ที่หน้ามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราศค่ะ
ปี50ดิฉันพาแม่สามีที่อายุ94ปีไปกินอาหาร แต่ปีนี้ขออนุญาตสามีว่าจะเลี้ยงญาติดิฉันค่ะ
ดิฉันมีพี่น้อง8คน เตี่ยเป็นคนจีนไม่ส่งเสริมให้ลูกเรียน เผอิญดิฉันเรียนดีได้ทุนการศึกษาจากกระทรวงศึกษาธิการจนจบมหาวิทยาลัย เมื่อสอบได้เตรียมอุดม เตี่ยบอกให้กลับบ้าน คุณครูประจำชั้นมาขอให้เรียนต่อทำให้ได้เรียนจนจบแพทย์ ส่วนพี่สาวได้เรียนจบชั้นประถม4 น้องสาวต้องออกจากโรงเรียนหลังจากจบ มศ 1 โดยมาเรียนตัดเสื้อต่อที่กรุงเทพในช่วงที่แม่ป่วยหนัก ส่วนน้องชายคนสุดท้องโชคดีที่พี่สาวและดิฉันส่งเรียนจนจบปริญญาตรีที่หอการค้าค่ะ
แม่ดิฉันเป็นผู้หญิงเก่ง ช่วยเตี่ยของแม่( ก๋ง )ซึ่งเป็นชาวจีนแผ่นดินใหญ่และติดฝิ่นโดยดูแลน้องๆและพี่ๆของแม่ตั้งแต่อายุ12ขวบ
พอแม่แต่งงานกับเตี่ยดิฉันซึ่งมาจากจีนแผ่นดินใหญ่พร้อมน้องชาย แม่ต้องเลี้ยงลูก8คน แม่และเตี่ยขายของเล็กๆน้อยๆ ขายอาหาร ขายผ้า จนกระทั่งพี่สาวคนนี้(คนที่4 )เริ่มโตครอบครัวเราจึงสบายขึ้น
ดิฉันเป็นลูกสาวคนที่ 5 ที่น่าจะสบายกว่าคนอื่นๆคือเรียนหนังสือโดยช่วยแม่เฝ้าหน้าร้านบ้าง หาบน้ำโดยตักน้ำจากบ่อบาดาลมาที่บ้านบ้าง หุงข้าวบ้าง เด็กๆดิฉันชอบหลบแม่ไปอ่านหนังสือ แม่คอยเรียกดิฉันให้มาเฝ้าหน้าร้านและช่วยขายของ(บ้านดิฉันอยู่ที่สีคิ้ว ใกล้ๆบ้าน ดร. กัลยา โสภณพานิช และ ดร. ธวัช มกรพงศ์ )
พี่สาวคนนี้เรียนจบประถม 4 ความจริงพี่เรียนเก่งแต่แม่และเตี่ยให้ออกมาช่วยขายของ พี่แต่งงานกันทนายความที่ทำงานที่ธนาคารเพื่อการเกษตร ด้วยความมีปัญญาทำให้มีเงินทองเก็บพอใช้จ่ายสบายๆ ลูกๆจบวิศวะทั้งสามคน จากม.เกษตร ขอนแก่น ลาดกระบัง
ส่วนน้องสาวฝาแฝดของดิฉันยังโสด
ทั้งพี่สาวและน้องสาวและแม่ช่วยส่งดิฉันเรียนแพทย์ ตัดชุดสวยๆให้ใส่ในขณะเป็นนักศึกษาแพทย์ ตัดชุดแต่งงานให้ ผ่อนรถให้ดิฉัน 1 คันเมื่อดิฉันเรียนจบเพื่อขับไปทำงานที่โคราชในช่วงใช้ทุน
แม่ดิฉันเสียมาหลายปี เพื่อนๆนักเรียนแพทย์จำแม่ได้เพราะแม่จะซื้อไก่ย่างมาฝากเพื่อนลูกๆที่เป็นนักเรียนแพทย์ที่หอพักแพทย์ที่ รพ.จุฬา บางทีก็ต้มแกงลาวหน่อไม้มาให้ แม่ต้องมากรุงเทพซื้อของไปขาย บางครั้งดิฉันก็ไปช่วยแม่ซื้อของไปขายที่ตลาดสำเพ็ง (แบกของหนักมากๆ ) แม่เก็บเงินซื้อตึกแถวและที่ดินบ้างทำให้แม่ยังมีทรัพย์สินให้ลูกๆ
เด็กๆแม่มักให้ดิฉันขี่จักรยานไปทวงหนี้คนที่มาซื้อของซึ่งมักจะเป็นแม่เพื่อนดิฉันดิฉันจะอายมากและไม่ชอบเลย แต่ต้องทำ สิ่งที่ไม่ชอบอีกอย่างคือใช้ขาสองข้างขึ้นไปเหยียบตามตัวแม่ให้หายปวด
เตี่ยดิฉันเป็นคนทำอาหารให้ลูกกิน และคอยห้ามแม่ไม่ให้ซื้อที่ดิน บ้าน
ปีนี้ดิฉันพาพี่ๆน้องๆมาเลี้ยงเนื่องในวันแม่ค่ะ เวลาเจอกันพี่เขยก็จะรำพันในสมัยที่ยากจน ต้องหยุดเรียน4ปีก่อนมาเข้าธรรมศาสตร์
ดิฉันและพี่สาวก็จะคุยกันเรื่องพี่สาวและน้องดิฉันมาแอบแม่บ้านที่ดูแลหอพักมานอนกับดิฉันที่หอพักจุฬาใกล้ๆ มาบุญครอง
เราไม่มีบ้านที่กรุงเทพทำให้ลำบากมากๆ เมื่อเรามีบ้าน หลานๆจะมาพักที่บ้านพี่สาวช่วงที่เรียนหนังสือ
พี่สาวยินดีเพราะนึกถึงในสมัยที่เราลำบากเรื่องที่พักค่ะ

พี่เขย พี่สาว น้องสาวค่ะ
หมอปาน ( คนยืน หลับตา )บอกว่าวันแม่ปีนี้ จะเลี้ยงก็ได้นะเพราะไม่ค่อยได้จ่ายเงินเวลาไปทานกลางวันกับแม่บ่อยๆ
ดิฉันบอกลูกว่าเอาไว้ปีหน้าจะให้ลูกสาวเลี้ยงค่ะ
ส่วนปีนี้ดิฉันให้สามี รูดการ์ดให้ค่ะ
ตั้งใจจะดูแลผู้มีพระคุณกับดิฉันให้สม่ำเสมอเพราะชีวิตเป็นของไม่แน่นอน ความดีอะไรทีพอทำได้ให้รีบๆทำนะคะ ก่อนที่จะเสียดายเวลาที่ผ่านไปค่ะ
ขอบพระคุณอาจารย์ที่กรุณาถ่ายทอดประสบการณ์เเละเเง่ อยากบอกว่า "อาจารย์น่ารักจังเลยครับ"
ขอโทษ เมื่อกี้ผมพิมพ์ผิดขอเพิ่มจาก "เเง่" เป็น "เเง่คิด" ครับ
ขอบคุณ คุณหมอโรจน์ที่มาเยี่ยมและให้กำลังใจค่ะ
ในช่วงที่ทำงาน บางทีก็ลืมครอบครัว เพราะมัวแต่หลงทำงาน หลงหาเงิน หลงการอบรม ทำให้เสียดายเวลาที่ผ่านไป เพราะนึกได้เวลาก็ผ่านไปเรียกคืนไม่ได้
พยายามรีบทำในสิ่งที่อยากทำเพราะชีวิตคนเราไม่แน่นอนค่ะ
ชอบการเล่าเรื่องของคุณหมออัจฉรามากเลยค่ะ ศิลาเพิ่งกลับมาจากข้างนอก กำลังง่วง ๆ ได้อ่านเรื่องดี ๆ ก่อนนอน นอนหลับสบายแน่เลยค่ะ
ขอบพระคุณนะคะ สำหรับข้อคิด การทำความดีไม่มีวันหยุด...กุศลจิต คิดดีทำดีมีความสุขเสมอค่ะ ศิลาจะขอจดจำไว้ค่ะ
ขอบคุณอาจารย์ ศิลาที่มาเยี่ยมค่ะ
ไปเชียงใหม่2-3วันเลยไม่ได้ไปเยี่ยมที่บล็อกเลยค่ะ
เคยพาแม่ไปกินอาหาร แต่แม่เป็นคนเกรงใจลูกๆทำให้หมอคิดว่าเราน่าจะทำอะไรให้แม่มากกว่านี้ คิดได้แม่ก็จากหมอไปแล้วค่ะ
ขณะนี้รู้สึกว่าถ้าอีก7วันเราอาจไม่อยู่ในโลกนี้ เราอยากทำอะไรให้รีบทำ ทำให้เรารีบทำในสิ่งที่ดีๆและมีเมตตาต่อผู้อื่นมากขึ้นค่ะ