ตอนที่ 31
ขยันทำมาหากินจึงจะได้ใจ
ผมรู้อยู่ก่อนหน้านี้แล้วว่าการเป็นลูกเขยคนจีนนั้น จะต้องเป็นคนทำมาหากิน เพราะคนจีนส่วนใหญ่จะไม่ยอมให้ลูกสาวแต่งงานกับคนไทย หรือพูดง่ายว่าชอบลูกเขยที่เป็นคนจีนด้วยกันมากกว่า สาเหตุอาจจะเป็นเพราะว่าคนจีนส่วนใหญ่มองคนไทยว่าไม่ค่อยขยันทำมาหากิน สำหรับผมแล้วผมคิดว่าไม่ยากที่จะทำให้ความคิดของพ่อตาและแม่ยายเปลี่ยน หลังจากที่ผมแต่งงานบ้านหรือเรือนหอก็คือบ้านพักของพนักงานการไฟฟ้าฯ ซึ่งอยู่ในเหมือง ซึ่งคนแถวนั้นเรียกว่าบ้านพักโครงการก่อสร้าง
สิ่งที่ทำได้ในเบื้องต้นในการสร้างครอบครัวก็คือการเก็บออม ใช้จ่ายอย่างประหยัด ลำพังเงินเดือนทั้งสองคนรวมกันสมัยนั้นรวมกันหมื่นต้น ๆ ความคิดที่จะหาเงินได้เพิ่มเติมจะทำอย่างไร จึงปรึกษากันว่าจะทำอย่างไรผมเองมีความถนัดอยู่แล้วในเรื่องการค้าการขาย เดือนหนึ่งผมและภรรยาจะเข้ากรุงเทพฯ 1 ครั้ง เพราะภรรยาต้องมาเยี่ยมพ่อแม่ และพี่น้อง เพื่อไม่ให้ต้องเสียค่ารถฟรี ๆ เมื่อมากรุงเทพฯ แล้ว ผมและภรรยาจะไปหาซื้อของที่จำเป็นที่ผู้ชายส่วนใหญ่ต้องใช้ เช่นชุดชั้นใน และถุงเท้า ในตอนแรกภรรยายังไม่ค่อยกล้าที่จะขายชุดชั้นในของผู้หญิงจึงยังไม่เอามาขาย สินค้าที่เอามาขายส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าที่มีราคาป้ายติดไว้เรียบร้อย เราจึงขายได้ตามราคาป้าย แต่ถ้าใครซื้อหลายตัว หรือหลายคู่ เราก็ลดให้พิเศษ
ในตอนแรกเอาสินค้าไปทดลองขายไม่มากอย่างละแค่ 5 โหล สินค้าขายดีหมดภายในวันเดียว ไม่ได้ไปวางขายที่ไหนหรอกครับขายกันในสถานที่ทำงานนั้นแหละในช่วงพักเที่ยง หลังจากนั้นผมและภรรยาเป็นพ่อค้าและแม่ค้ากันโดยปริยาย จากการขายสินค้าเงินสดก็มาขายเป็นสินค้าเงินผ่อน สินค้าจากเดิมที่จำกัดก็ไม่จำกัดสามารถสั่งได้จะเอาอะไรขอให้บอกเอามาขายให้ได้ทุกอย่าง จากเดิมซื้อสินค้าที่โบ้เบ้ ก็จะมีสินค้าอย่างจำกัด จึงมุ่งสู่ตลาดคลองเตย ที่ตลาดคลองเตยสมัยนั้นมีสินค้าหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นจาน ชาม เป็นชุด ผ้าห่มผ้าปูที่นอนหลากหลายสีหลายสไตล์ รวมถึงของเด็กเล่น เรื่องราคาแน่นอนเราสืบราคาในตลาดลำปางแล้วว่าราคาอยู่ที่เท่าไหร่เราเอามาขายต้องถูกกว่า ขายเป็นเงินสดเราเอากำไรไม่มาก ส่วนใหญ่เราจะกำไรตรงสินค้าเงินผ่อน ไม่น่าเชื่อว่าของบางอย่างเรากำไรเกือบ 3 เท่าของราคาสินค้า แต่อาศัยว่าเราต้องใจเย็นในการเก็บเงิน สินค้าบางอย่างเก็บเงินเป็นปี ภรรยาจะทำบัญชีรายชื่อผู้ซื้อสินค้าเงินผ่อน เงินบางส่วนที่เห็นว่าน่าจะเก็บไว้คิดว่าจะฝากธนาคารดอกเบี้ยได้ไม่มาก ภรรยาจึงนำเงินนั้นไปเล่นแชร์ สมัยนั้นการที่จะมีการเบี้ยวหรือการโกงแชร์ไม่มีครับ เพราะเล่นกันอยู่ภายในสถานที่ทำงาน ทำมาค้าขายได้ประมาณเกือบสองปีจึงเริ่มที่จะหยุดเพราะภรรยาเริ่มตั้งครรภ์
ก่อนหน้าที่เราจะหยุดค้าขาย สาเหตุด้วยความเป็นห่วงจากพ่อตาแม่ยายเป็นห่วงในเรื่องสุขภาพของภรรยา และประการสำคัญอยากให้ลูกสาว ซึ่งเป็นคนสุดท้องย้ายกลับมาอยู่ที่บ้าน ผมรับปากพ่อตาแม่ยายว่าผมจะลองพูดกับเจ้านายดูว่าผมจะขอย้ายไม่รู้เหมือนกันว่าจะย้ายได้หรือเปล่า เพราะผมเองเข้างานที่แม่เมาะการย้ายเข้ากรุงเทพฯ คงยาก ส่วนภรรยาคงไม่มีปัญหาเพราะภรรยาผมไปปฏิบัติงานชั่วคราว จะกลับเมื่อไหร่คงจะไม่มีปัญหา
พ่อตาแม่ยายทำเรือนหอให้เรียบร้อย ไม่ใช่เรือนหอใหม่ที่ไหนหรอกเป็นที่บ้านพ่อตาแม่ยายนั้นแหละแบ่งเป็นห้องให้เราเรียบร้อยพร้อมที่จะมาอยู่ได้เลย ตอนนั้นคิดหนักอยู่เหมือนกันว่าเราจะอยู่กับครอบครัวของภรรยาได้หรือไม่ เวลามาเยี่ยมพ่อตาแม่ยาย ก็จะมาอยู่ที่ห้องที่ทำไว้ให้เราเป็นส่วนตัว ทั้งพ่อตาและแม่ยายในตอนนั้นอยากให้เรามาอยู่ด้วยที่บ้าน โดยเฉพาะแม่ยายหากมีอะไรขาดแม่ยายจะหามาให้ทุกอย่าง ในส่วนของพ่อตาเมื่อเที่ยบกับตอนแรกที่เราไปเที่ยวบ้านก่อนแต่งกับหลังแต่งแล้วแตกต่างกันมาก อาจจะเป็นเพราะว่าเราเป็นคนทำมาหากินพ่อตาจะถามถึงเรื่องค้าขายว่าเป็นไงขายดีไหม ซื้ออะไรไปขายบ้างอยู่เป็นประจำ แม้จะพูดไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ท่านก็พยายามที่จะพูดคุยกับผม
พูดถึงเรื่องการย้ายเข้ากรุงเทพฯ จริง ๆ แล้วผมคิดว่าผมอยู่ที่ไหนก็อยู่ได้ และที่สำคัญการค้าขายเริ่มเห็นผล ถ้าจะคิดเข้าข้างตนเองแม่และพี่น้องผมส่วนใหญ่จะอยู่ในแถบพิโลก และอุตรดิตถ์ ผมก็น่าจะอยู่ที่ลำปางเหมือนเดิม ด้วยความเป็นห่วงภรรยา ประกอบกับภรรยามีความประสงค์ต้องการที่จะกลับไปอยู่กรุงเทพฯ ผมจึงเริ่มที่จะดำเนินการในการขอย้าย