ถ้าวันหนึ่งเราได้พบกับ คนที่เป็นหนึ่งในหกพันล้านสำหรับเรา
เราก็ควรจะดูแล คนๆ นั้นของเราให้ดีที่สุด
ไม่ทำให้เขา หรือเธอต้องเสียใจ
เพราะนั่นคือสิ่งที่วิเศษที่สุดสำหรับเรา
หรืออย่างน้อยก็เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องมานึกเสียใจภายหลัง
ว่าเราไม่น่าทำร้ายจิตใจของเขาเลย
แล้วการที่เราได้รักเขา
แม้ว่าบางครั้งจะทำให้เราเป็นทุกข์ เสียใจแทบเป็นแทบตาย
แต่ถ้าเราตัดความเห็นแก่ตัวของเราทิ้ง
ไม่คิดเพียงแต่จะครอบครอง
เรานึกถึงความรักที่เรามีให้เขา
เราได้รู้สึกว่าวันนี้เรารักเขาจังเลย
เราจะชอบความรู้สึกนี้อย่างไม่น่าเชื่อ
แม้ว่าการรักเพื่อที่จะรักเพียงอย่างเดียว
อาจจะเป็นสิ่งที่ทรมานที่สุดสิ่งหนึ่ง(สำหรับคนที่ยังเข้าไม่ถึง)
แต่เมื่อใดก็ตามที่เราทำได้อย่างสนิทใจ
เรารู้สึกว่าความสุขของการเป็นผู้ได้รัก
ยิ่งกว่าความสุขของการถูกรัก
เราก็จะเป็นคนที่โชคดีที่สุด
แล้วเราก็จะรู้สึกว่าเรามีความสุขมากที่สุดในชีวิต
..ธรรมะสวัสดีขอรับ..
ชอบบันทึกนี้มากค่ะ..คิดอย่างนั้นเหมือนกัน..
โดยเฉพาะชื่อบันทึกเนี่ย..ใช่เลยค่ะ..
..ขอบพระคุณค่ะ..^^
นมัสการพระคุณเจ้า
กราบนมัสการพระคุณเจ้า เจ้าค่ะ
ดังคำกล่าวเชยๆ ที่ว่า ความรัก คือ การให้ นะครับ
หากคนส่วนใหญ่รู้จักคิดเช่นนี้
กราบนมัสการค่ะ
การให้ความรัก รักที่ไม่หวังสิ่งตอบแทน ย่อมมีสุขค่ะ
ขอบคุณนะคะ ...
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด
โดนใจ คร๊าฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
กราบนมัสการเจ้าค่ะ
อ่านบันทึกจบแล้วชักอยากจะมีความรัก...
แต่ขอเป็นรักแบบพรหมนะคะ ประกอบไปด้วยเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา
แล้วก็คงไม่ได้จำกัดให้เฉพาะหนึ่งคนในหกพันล้านคน หากแต่อยากให้กับทุกๆ คนรอบๆตัว (แต่ดูเหมือนจะทำได้ยากจังเจ้าค่ะ)
ยากอีกแล้ว..อย่าคิดว่าง่ายและอย่าหมายว่ายากสิ..
(ขอบิณฑบาตรเถอะ)
แวะมาตักบาตรเจ้าค่ะ...ตักความยากใส่บาตรท่านธรรมฐิตก็แล้วกันนะเจ้าคะ
ถึงดาวจะบอกว่ายากก็ไม่ได้หมายความว่าดาวจะไม่ทดลองปฏิบัตินี่เจ้าคะ...ถึงยากแต่ก็จะพยายามเจ้าค่ะ
โอ๊ย ลืมไป ตักบาตรความยากให้ท่านธรรมฐิตแล้วนี่นา...เอาว่ากลางๆแล้วกันนะเจ้าคะ ไม่ยากไม่ง่าย