มีนักวิจัย R2R แวะมานั่งรำพันกับข้าพเจ้าเมื่อสักครู่นี้ที่ห้องทำงาน...
"ช่วงนี้หนูคงต้องหยุดการทำ R2R เพราะ...สั่งให้ทำ KM ให้มาช่วยทำ KM"
ข้าพเจ้านิ่งฟังด้วยความเข้าใจและการมองเห็นความเชื่อมโยงของการพูดเรื่องราวการทำงานประจำที่เกิดขึ้น... ซึ่งโรงพยาบาลยโสธรเพิ่งกลับมาจากการไปเรียนรู้การทำ KM ...ทำไมการเดินทางไปร่วมเรียนรู้ KM ครั้งนี้ของคนหน้างานถึงไม่เกิดพลังแห่งความสุขเกิดขึ้น
ทำไมเดินไปถามใครๆ มีแต่ความครุ่นคิด...และกังวล
ข้าพเจ้าถอยกลับมามองและใคร่ครวญ...
อีกไม่กี่วันข้าพเจ้าจะร่วมกับงานเภสัช...จัด KM ตามสไตล์ที่ตนเองดำเนินมาคือ ไร้รูปแบบและกระบวนท่าหากแต่มีเป้าหมายของการเดิน กระบวนการจะปรากฏสอดรับและล้อไปตามวิถีแห่งผู้มาเข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้...หากแต่อยู่ใต้บรรยากาศของความสุขและสุนทรียแห่งอารมณ์...
โจทย์ใหม่ ที่ปรากฏสำหรับหน้างานแห่งการขับเคลื่อน R2R ของข้าพเจ้าเกิดขึ้นอีกแล้ว
ช่างเป็นโจทย์แห่งความท้าทายเสียจริง...โจทย์แห่งความไม่เข้าใจและการแยกส่วน
แต่ข้าพเจ้าก็ยังคงยืนยันต่อการทำงานของตนเอง...ที่ข้าพเจ้าไม่ได้มีตำแหน่งหรืออำนาจ หรือคำสั่งใดใดในการทำงานขับเคลื่อน R2R หากที่ข้าพเจ้าได้ทำ เพราะใจของข้าพเจ้าน้อมลงและมองเห็นความดี ความงาม ของการทำครั้งนี้ ...
ข้าพเจ้าเชื่อว่าสักวัน...น้องนักวิจัย R2R เหล่านี้จะเข้าใจ KM มากขึ้น
KM ที่ไม่ใช่เพียงแค่การสั่งการ หากแต่คือ KM ที่เนียนเนื้อเข้าไปในวิถีแห่งชีวิตและการงาน

ที่มาของภาพ ; http://www.thaiplumvillage.org/dharma_shared_002_01.html
เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ
ขอบคุณค่ะคุณ panjarat
สวัสดีครับ
ผมว่าทั้งสองไปด้วยกันได้ เพราะ KM เป็นทุกอย่างในชีวิตอยู่แล้ว เพียงแต่การนำมาผสมผสานกัน+การจัดเวลาในการดำเนินการ+จัดการบุคลากรให้มาร่วมกันอย่างเหมาะสม จะไปด้วยกันได้ดี ครับ
เรื่องนี้เป็นเรื่องของ "งานราฏฯ" และ "งานหลวง"
ผู้บริหารจัด KM ไว้เป็น "งานหลวง" เพราะ KM สามารถนำไปเป็น KPI ในการชี้ชะตาความเป็น ความตาย ของ "ผู้บริหาร" ได้
ส่วน R2R นั้น ถูกมองเป็นแค่ "งานราษฯ" เพราะเป็น "แค่" ความเป็น ความตายของ "คนไข้" ผู้บริหาร (ที่ไม่ดี) เขาจะไปใส่ใจอะไรกับแค่ความเป็น ความตายของคนแค่คนคนเดียว
นี่แหละหนอชีวิต "ผู้บริหารไทย" มักจะใส่ใจผลประโยชน์ตนเองก่อนผลประโยชน์บุคคลอื่นเสมอ ๆ
ขอให้ท่านเดินทางนำพา "มดงาน" ตัวเล็ก ๆ ทำงานเพื่อชีวิต "ราษฎร" คนไข้ ผู้ใช้บริการ ซึ่งเป็นประชาราษฎฯ" ตาดำ ๆ
รักษาชีวิตเขา ด้วยการวิจัยที่ "เนียน" เข้าไปในเนื้องาน
ทำงานด้วยชีวิต เพื่อชีวิต
ชีวิตนี้ย่อมสุขแน่ด้วย "ปีติ..."
ขอบพระคุณค่ะ อ.ต้อม กะปุ๋มก็เชื่อเช่นนั้นค่ะ
คือการเนียนเนื้อเป็นหนึ่งดียว...สักวันสภาวะนั้นจะดำเนินไปถึงความเนียนเนื้ออย่างเป็นธรรมชาติและกลมกลืนค่ะ
"ขอให้ท่านเดินทางนำพา "มดงาน" ตัวเล็ก ๆ ทำงานเพื่อชีวิต "ราษฎร" คนไข้ ผู้ใช้บริการ ซึ่งเป็นประชาราษฎฯ" ตาดำ ๆ
รักษาชีวิตเขา ด้วยการวิจัยที่ "เนียน" เข้าไปในเนื้องาน
ทำงานด้วยชีวิต เพื่อชีวิต
ชีวิตนี้ย่อมสุขแน่ด้วย "ปีติ..."
เป็นกำลังใจอันงดงามค่ะ...
ขอบพระคุณค่ะ
KM ใกล้ กันมาก ครับ R2R หากเข้าใจแล้ว
ก็ดีเองครับ
การทำงานแบบไร้ัอัตตา
วิถีสู่ความเป็นมนุษย์เดิมแท้
ขอบคุณค่ะ...เชื่อเช่นนั้นเช่นกัน