วันที่ ๑๗ ก.ค. ๕๒ หลังจบงาน มหกรรม R2R ที่จัดโดย สวรส. และภาคี ผมบอก นะ. พงษ์พิสุทธิ์ ผอ. สวรส. ว่า ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่เกินความคาดหมายครั้งนี้ เป็นเพราะได้เกิด emergence เล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ขึ้นแล้ว คือได้มี “ความเป็นเจ้าของร่วม” (shared ownership) ของขบวนการ R2R เกิดขึ้นในสังคมไทย
ถือเป็นโชคอย่างมหาศาลของสังคม และ สวรส. ก็ได้ผลงานไปในตัว ผมบอกหมอพงษ์ว่า ต้องรักษาและรดน้ำใส่ปุ๋ยสิ่งนี้ไว้ให้ดี
นี่คือความสนุกสนานในชีวิตบั้นปลายของผม ผมโชคดีที่เขาไว้วางใจให้ผม “นั่งหัวโต๊ะ” คิดการใหญ่แบบไม่ค่อยเป็นทางการ แล้วมีทีมไปทำงาน
คล้ายๆ ผมทำหน้าที่ พี่เลี้ยง มีน้องๆ หรือรุ่นลูกศิษย์ เป็นผู้ต่อย
ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่ต่อยมวย แต่ทำงานแบบเชื่อมโยงหลากหลายฝ่ายมาร่วมกันลงมือทำ ทำแบบทำด้วยใจ คือทุ่มเทอย่างหนัก ซึ่งผมคิดว่าเกิดจากความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วม
สังคมไทยเราขาดการทำงานแบบร่วมมือกัน มักจะต่างหน่วยต่างทำ และบางครั้งก็แก่งแย่งกัน ทำให้ประเทศชาติส่วนรวมก้าวหน้ายาก เพราะเรามีจริตแบบมองแคบ มองเฉพาะส่วนตน ไม่มองเน้นที่ส่วนรวม
การที่ สวรส. สร้างบรรยากาศเจ้าของร่วมได้เช่นนี้ ถือเป็นประโยชน์ยิ่งใหญ่ต่อบ้านเมือง ไม่เฉพาะเป็นประโยชน์ต่อวงการ R2R เท่านั้น
วิจารณ์ พานิช
๒๔ ก.ค. ๕๒