กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ...

            ตั้งแต่ไข้หวัดใหญ่ 2009 ระบาด  ได้มีโอกาสไปงานแต่งงานที่มีเลี้ยงโต๊ะจีน 2 งาน  คือที่จังหวัดสุโขทัย  และนครสวรรค์   สังเกตพฤติกรรมการกินของทั้ง 2 งานไม่แตกต่างกัน  คือไม่ใช้ช้อนกลาง  ต่างคนต่างก็ใช้ช้อนของตัวเองตัก  และเพราะโต๊จีนที่เห็นแถว ๆ นี้ไม่มีช้อนกลาง  ไม่ทราบที่จังหวัดอื่นมีหรือไม่?  โต๊ะจีนที่ดีมีมาตรฐานก็คงมี  แต่ที่เจอมักจะไม่ค่อยดี

            ตอนไปงานที่สุโขทัย  ได้ไปนั่งร่วมโต๊ะกับคนที่ไม่รู้จัก  ขณะนั้นมีอาหารอยู่ 2 จาน มีคนนั่งในโต๊ะอยู่ก่อนแล้ว 3-4 คน  กำลังกินกันอยู่ด้วยช้อนของตัวเอง  ดิฉันจึงจิบน้ำไปเรื่อย ๆ ไม่แตะอาหารนั้น  พออาหารจานใหม่มา  จึงรีบเอาช้อนที่เหลือบนโต๊ะทำเป็นช้อนกลางทันที  (ไม่งั้นอด)  ตักเป็นตัวอย่างให้เห็น  ปรากฏว่าเขาก็ทำตาม 

            ไปอีกงาน  พออาหารมาเสริฟเมื่อไรก็จะใส่ช้อนกลางทันที  แต่ปรากฎว่า  คนในโต๊ะเขาก็ไม่สนใจช้อนกลาง   ยังใช้ช้อนของตัวเองตัก  แม้กระทั่งน้ำจิ้มต่าง ๆ  ก็ยังตักกันไม่เห็นเขาจะคิดอะไร  สังเกตโต๊ะอื่น ๆ ก็ช้อนใครช้อนมันแทบทั้งงาน   นอกจากนี้ภาชนะถ้วยจานแก้วล้างไม่สะอาดเป็นคราบ  สังเกตช้อนที่นำมาเสริพบางอันยังมีผักชีแห้งติดช้อน มองไปจุดที่แม่ครัวกำลังทำอาหาร เห็นจานออเดริฟ ที่มีอาหารอยู่เต็ม  วางซ้อน ๆ กันเป็นสิบจาน ก้นจานใบข้างบนก็วางทับอาหารในจานใบล่าง  เขาบอกว่าไม่ทำแบบนี้มันไม่ทันเพราะเสริฟเป็นร้อยโต๊ะ  ส่วนแผนกผัดข้าวในกระทะใหญ่เสร็จแล้ว ใช้จานตักข้าวผัดใส่จานเปลหยิบแตงกวาด้วยมือ  ทั้งแม่ครัวทั้งคนเสริฟต่างก็เหงื่อไหลไคลย้อย  บางรายเผ้าผมรุงรัง  นอกจากกรรมวิธีในการปรุงการเสริฟที่ไม่ถูกสุขลักษณะแล้ว  วัตถุดิบด้อยคุณภาพ  เช่นอาหารพวกเนื้อสัตว์ไม่สด  กุ้งตัวเละ  สรุปแล้วงานนี้  ไม่ Clean Food 

           ถ้ามีการควบคุมมาตรฐานโต๊ะจีนอย่างจริงจัง  โต๊ะจีนต้องผ่านการอบรม  มีใบรับรองมาตรฐาน  คงจะดีไม่น้อย  หลายครั้งมีคนท้องเสียจากโต๊ะจีน  แต่ถูกมองว่าเป็นเรื่องเล็ก

           การประชาสัมพันธ์ทางโทรทัศน์ หรือสื่ออื่น ๆ ในระยะนี้บ่อย ๆในเรื่องรณรงค์   " กินร้อน       ช้อนกลาง  ล้างมือ "  เพื่อป้องกันไข้หวัดใหญ่2009  นั้น จะเกิดผลเพียงใด  ต้องมองกันต่อไป...