เมื่อศึกษานิเทศกไปโรงเรียน ตอนที่ 1
การนิเทศการจัดการศึกษา เป็นภารกิจและหน้าที่หลักของศึกษานิเทศก์ ข้าพเจ้าจะขอเล่าถึงประสบการณ์การออกนิเทศโรงเรียนในสังกัด
โรงเรียนบ้านทุ่งพรหมทอง “ราษฎร์สามัคคี” หมู่ 8 บ้านทุ่งพรหมทอง ตำบลบางลาย อำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร เป็นโรงเรียนขนาดกลาง มีนักเรียน จำนวน 198 คน ครู 11 คน (รวมผู้บริหาร) นักการภารโรง 1 คน มีเนื้อที่ประมาณ 7 ไร่เศษ ในอดีตเมื่อปี พ.ศ. 2543 โรงเรียนมีนักเรียนเพียง 120 คนเท่านั้น 9 ปีแห่งความพยายามพัฒนาระบบการบริหารโรงเรียนทั้งระบบของทีมงานของผู้บริหารที่ชื่อปัญญา มณีโชติ คณะครู นักการภารโรงและกรรมการสถานศึกษา ซึ่งข้าพเจ้าในฐานะที่เป็นศึกษานิเทศก์สังกัดสำนักงานการประถมศึกษากิ่งอำเภอบึงนาราง (ในอดีต) และเป็นผู้รับผิดชอบดูแลโรงเรียนโดยตรงเมื่อโครงสร้างปรับมาเป็นสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิจิตร เขต 2 มีความภาคภูมิใจที่ต้องนำเสนอความมุ่งมั่นในการทำงานครั้งนี้ ทั้งนี้ก็เพียงให้ศึกษานิเทศก์หรือท่านที่ได้เข้ามาเยี่ยมชม Blog นี้ได้แลกเปลี่ยนและนำเสนอทัศนคติของท่านเพิ่มเติม เพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่องต่อไป
ในตอนที่ 1 ข้าพเจ้าจะนำเสนอยุทธศาสตร์ที่ 1 เพียงยุทธศาสตร์เดียว และคาดว่าเพียง
ตอนที่ 1 ยุทธศาสตร์ที่ 1 นี้ก็ยังมีรายละเอียดที่ข้าพเจ้าต้องนำมาเพิ่มเติมในตอนที่ 2 ต่อเพื่อความสมบูรณ์ของความมีประสิทธิภาพในการบริหารงานและการทำงานของบุคลากรทุกคนในโรงเรียน
โรงเรียนบ้านทุ่งพรหมทองฯ มียุทธศาสตร์การบริหารโรงเรียนที่เกิดจากการวิเคราะห์สภาพแท้ของโรงเรียนด้วยความร่วมมือเป็นอย่างดีจากบุคลากรทุกฝ่าย ซึ่งข้าพเจ้าเองได้ร่วมประชุมด้วยหลายครั้งจึงประจักษ์แก่ใจว่าเป็นยุทธศาสตร์จริงของโรงเรียน และที่สำคัญ คือ เป็นยุทธศาสตร์เชิงรุก ที่มีความมุ่งมั่นส่งเสริมให้การจัดการศึกษาของโรงเรียนให้ได้ตรงตามมาตรฐานการศึกษา โดยโรงเรียนได้กำหนดประเด็นยุทศศาสตร์เป็น 7 ยุทธศาสตร์ ดังนี้
ยุทธศาสตร์ที่ 1 ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ
ยุทธศาสตร์ที่ 2 เสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมให้นักเรียนเป็นคนดี
ยุทธศาสตร์ที่ 3 ส่งเสริมสุขภาพอนามัยนักเรียนให้เป็นผู้มีร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์
ยุทธศาสตร์ที่ 4 พัฒนาอาคารสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกให้เอื้อต่อการเรียนรู้
และการบริหารงาน
ยุทธศาสตร์ที่ 5 พัฒนาการบริหารด้วยระบบการประกันคุณภาพการศึกษา
ยุทธศาสตร์ที่ 6 ส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษา
ยุทธศาสตร์ที่ 7 พัฒนาระบบการพัฒนาครูและบุคลากรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
ในการทำงาน
ยุทธศาสตร์ที่ 1 ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ
มีการกำหนดกลยุทธ์การทำงานไว้อย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรมเกี่ยวกับการพัฒนา ปรับปรุงและนำหลักสูตรสถานศึกษาไปใช้ให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางและท้องถิ่น , การส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้เรียนเพิ่มศักยภาพในการเรียนรู้ , การส่งเสริมด้านคุณธรรมและจริยธรรมให้กับนักเรียนได้เป็นคนดีในสังคม
ในส่วนของโครงการและกิจกรรมนั้นมีโครงการปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษาและ
หลักสูตรตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ ,โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ , โครงการจัดทำเอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษา , โครงการแหล่งการเรียนรู้ภายในและภายนอกสถานศึกษา , โครงการส่งเสริมศักยภาพผู้เรียนตามหลักสูตร , โครงการพัฒนาครูผู้สอนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน , โครงการส่งเสริมการผลิต การจัดหา/สร้างและการใช้สื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยีในการจัดการเรียนรู้ , โครงการนิเทศภายในโรงเรียน , โครงการการตรวจสอบคุณภาพการปฏิรูปการเรียนรู้ และโครงการพัฒนากิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา
มีการกำหนดตัวชี้วัดไว้อย่างชัดเจนด้านจำนวนหลักสูตรสถานศึกษาทั้งหลักสูตรปฐมวัย หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน และหลักสูตรตามกลุ่มสาระครบทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ มีการกำหนดค่าเฉลี่ยผลของการมีความรู้ความเข้าใจของครูผู้สอนไว้อย่างชัดเจน กำหนดจำนวนเอกสารประกอบหลักสูตร ได้แก่ ปพ.3 ,ปพ.4 , ปพ.5 ปพ.6 , ปพ.7 , ปพ.8 ปพ.9 และแบบ การวัดผลประเมินผลอย่างเป็นรูปธรรม , จำนวนแหล่งการเรียนรู้ภายในและภายนอกสถานศึกษา , จำนวนนักเรียนที่ได้รับเกียรติบัตร , จำนวนครั้งที่ครูได้รับการพัฒนาหรือจำนวนเอกสารที่ศึกษาค้นคว้า , จำนวนกิจกรรมการนิเทศ และจำนวนครั้งการนิเทศภายในโรงเรียน , แบบรายงานการตรวจสอบ และจำนวนกิจกรรมและเอกสารการพัฒนาผู้เรียน ที่สำคัญที่สุดในยุทธศาสตร์นี้ คือ การกำหนดจำนวนแผนการจัดการเรียนรู้ต่อครูผู้สอนประจำวิชา , จำนวนสื่อ นวัตกรรมและสถิติการใช้สื่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีของครูและนักเรียน ซึ่งข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นหัวใจของการจัด การเรียนการสอนของครู และการร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียนซึ่งจะสามารถตอบโจทย์ของการพัฒนาการจัดศึกษาไทยได้มาก
การปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษาและหลักสูตรตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ ของโรงเรียนบ้านทุ่งพรหมทองฯ ได้เริ่มทำการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 เนื่องจากโรงเรียนได้เป็นโรงเรียนเครือข่ายการใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมเป็นลำดับ การจัดการเรียนการสอนของคณะครูมุ่งสู่ผู้เรียนอย่างแท้จริง จะเห็นได้จากการจัดทำโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ และโครงการจัดทำเอกสารประกอบหลักสูตรสถานศึกษามาอย่างต่อเนื่องทุกปี เนื่องจากหลักสูตรสถานศึกษาต้องมีการปรับปรุงอยู่ทุกปีการศึกษาหลังจากที่คณะครูได้ใช้หลักสูตรในการจัดการเรียนการสอนก็ได้สะท้อนผลการใช้หลักสูตรไม่ว่าจะเป็นในด้านสาระการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง หรือคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนที่มากไปน้อยไป ทีมงานได้มีความพยายามและมุ่งมั่นในการพัฒนาหลักสูตรสู่การเรียนการสอนอย่างแท้จริง จึงมีหลักสูตรสถานศึกษาทั้งหลักสูตรปฐมวัย หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน และหลักสูตรตามกลุ่มสาระครบทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ เอกสารประกอบหลักสูตร ได้แก่ ปพ.3 ,ปพ.4 , ปพ.5 ปพ.6 , ปพ.7 , ปพ.8 ปพ.9 และแบบการวัดผลประเมินผลอย่างเป็นรูปธรรม ครูผู้สอนทุกคนมีความรู้ความเข้าใจหลักสูตรสถานศึกษาของตนเองเป็นอย่างดี มีการ วัดและประเมินผลต้องสอดคล้องกับสภาพจริงและเป็นแนวทางเดียวกันเพื่อความเป็นมาตรฐาน สำหรับการพานักเรียนไปแหล่งเรียนรู้ภายในและภายนอกสถานศึกษาคณะครูได้นำนักเรียนไปเรียนรู้จริง ซึ่งมีอยู่กิจกรรมหนึ่งที่ข้าพเจ้ามีความภาคภูมิใจที่จะได้นำเสนอ คือ การนำนักเรียนไปกลางทุ่งนาหลังโรงเรียนเพื่อไปศึกษาเห็ดเผาะที่ขึ้นเองโดยธรรมชาติใต้ต้นยาง แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายที่เมื่อปี พ.ศ. 2545 และ พ.ศ.2548 เกิดอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ จึงทำให้การเกิดขึ้น และการเจริญเติบโตของเห็ดเผาะตามธรรมชาติได้สูญพันธุ์ไปจากต้นยางต้นนั้น เนื่องจากน้ำได้พัดพาเอาสปอร์ของเห็ดเผาะไปเสียจนหมด นอกจากนั้นผู้บริหารโรงเรียนและคณะครูยังมีความยึดมั่นในหลักธรรมและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่หลักสูตรสถานศึกษา และได้ตั้งชื่อว่าโรงเรียนพอเพียง มีการดำเนินการร่วมกันระหว่างผู้บริหาร ครู นักเรียน กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานจัดให้มีแหล่งเรียนรู้ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ลานธรรมใต้ต้นโพธิ์ และมีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแก่ผู้เรียนอย่างเป็นระบบ ต่อเนื่องจริงจัง ส่งผลให้การส่งเสริมศักยภาพผู้เรียนตามหลักสูตรนั้นเป็นไปตามสภาพและศักยภาพของโรงเรียนและชุมชนอย่างแท้จริง สำหรับการพัฒนาครูผู้สอนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนนั้นมีการดำเนินการนิเทศภายในโรงเรียนอย่างเป็นระบบ ต่อเนื่องจริงจังเช่นกัน จะเห็นได้จากมีการตรวจสอบคุณภาพการปฏิรูปการเรียนรู้ และพัฒนากิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา รวมทั้งมีการส่งเสริมการผลิต การจัดหา/สร้างและการใช้สื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยีในการจัดการเรียนรู้
ซึ่งข้าพเจ้าเห็นว่ายุทธศาสตร์ที่ 1 ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ เป็นหัวใจของการจัดการศึกษาของโรงเรียน กระบวนการบริหารที่ส่งเสริมการเรียนการสอน ของครู และการเรียนรู้ของผู้เรียนซึ่งจะสามารถตอบโจทย์ของการพัฒนาการปฏิรูปการศึกษา และการเรียนการสอนของเด็กไทยได้มาก ในตอนที่ 2 ข้าพเจ้าจะนำเสนอรายละเอียดของโครงการกิจกรรมต่าง ๆ รวมทั้งการดำเนินงานตามโครงการ และผลของการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้เพื่อให้ท่านที่ได้เข้ามาเยี่ยมชมได้เติมเต็ม และจะได้นำไปพัฒนาต่อไป
ขอมูลมีประดยชน์มากค่ะ ถ้าจะดีหากมีตอนต่อไป