ครั้งแรกที่ฉันย้ายมาทำงานที่โรงเรียนวิทยสัมพันธ์  เมื่อ ๖ ปีที่ผ่านมา  ฉันได้พบรูปแบบวิธีการปกครองนักเรียน  อย่างเอาใจใส่และใกล้ชิด  ขณะนั้นมีครูฝ่ายปกครองเป็นผู้ชาย นักเรียนขาดเรียนไม่ทราบสาเหตุหรือหนีเรียน  ครูประจำชั้นจะรายงานให้ครูฝ่ายปกครองทราบ 

         ครูฝ่ายปกครองจะออกติดตาม  โดยไปประกาศเสียงตามสายที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน  เมื่อนักเรียนได้ยินก็จะรีบมาโรงเรียน หรือผู้ปกครองได้ยินก็จะไปตามตัวเด็กให้มาโรงเรียน  ถ้าในกรณีที่ไม่ได้ยินทั้งสองฝ่าย ครูก็ออกตามบริเวณที่คาดว่าเด็ก ๆ จะไปที่นั่น ฉันได้เห็นผู้ปกครองต่างจ้าละหวั่นกับการออกติดตามลุก ๆ แต่คงไม่เป็นอันทำการทำงาน

        เมื่อเด็กกลับมาฉันสอบถาม  ได้คำตอบว่า "ไปอยู่ที่ห้างมาครับ"  แม้ว่าจะหนีไปห้าง  ครูก็ตามตัวเจอพวกเขาทุกครั้ง   ส่วนใหญ่เด็กขี้เกียจเรียนเหล่านี้มักจะพากันไปสุมหัว "นอนเล่นที่ห้างนาใกล้ ๆโรงเรียน" ถ้าเป็นเด็กในเมืองหนีไปห้างสรรพสินค้า ครูก็คงหมดปัญญาจะออกตาม  แต่เด็กที่นี่ไปห้างนาจึงทำให้ติดตามได้โดยง่าย 

       ภายหลังฉันได้มาทำหน้าที่ครูแนะแนวและเป็นส่วนหนึ่งในการรับผิดชอบดูแลนักเรียน  จึงได้เสนอให้ยุติการประกาศเสียงตามสายเกี่ยวกับการหนีเรียนของเด็ก  หันมาขานชื่อทุกชั่วโมง  ตามวิธีการที่ไม่ซ้ำกัน เช่นขานชื่อก่อนสอน ขานระหว่างสอน ขานหลังจากหมดชั่วโมงเรียน  ทำให้แก้ไขได้บ้าง  แต่ก็ยังมีหน้าเดิมหนีเรียนอยู่เสมอ ๆ  

       กระบวนการนักเรียนธรรมาภิบาลจึงได้เริ่มมีบทบาทในโรงเรียน  นักเรียนเสนอปัญหา  แสดงความคิดเห็นและหาแนวทางการแก้ปัญหาร่วมกัน  ลดการลงโทษโดยวิธีการรุนแรง ทำให้แก้ปัญหาการหนีเรียนได้ดีขึ้น  ปัจจุบันจะพบว่ายังมีหนีเรียนอยู่บ้างแต่น้อยมาก เป็นการหนีอยู่ภายในโรงเรียน  คือเข้าเรียนเป็นบางชั่วโมง  ไม่ออกนอกบริเวณโรงเรียน   เมื่อจับได้เด็กทุกคนจะสารภาพผิดว่าหนีเรียนเพราะอะไร  การที่เด็กกล้ารับความจริงและกล่าวขอโทษ สารภาพผิด  "ใครกล้าตำหนิหรือลงโทษเด็กบ้าง

       ครูเองเคยทบทวนตัวเองบ้างไหมว่า..... สมัยเป็นเด็ก ๆ ในวัยเรียนของครู เคยเบื่อเรียนเหมือนกันเมื่อเรียนในเรื่องที่น่าเบื่อ  ครูสอนไม่รู้เรื่อง บรรยากาศในห้องเรียนไม่น่าเรียน  แต่สังคมในสมัยนั้นอยู่ในวงจำกัดที่แคบกว่าในสมัยนี้   มีความคิดจำกัด จึงไม่กล้าหนีเรียน

      ขอขอบคุณ  สภาพท้องถิ่นและชุมชนที่โรงเรียนตั้งอยู่ ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้า  ไม่เช่นนั้นการหนีเรียนคงยุติไม่ได้ง่าย ๆ เช่นนี้ เพราะสภาพแวดล้อมของโรงเรียนเอื้ออำนวยต่อการหนีโรงเรียนได้สะดวกมา  ด้านหลังและด้านข้างโรงเรียนเป็นป่าและไร่ของชาวบ้าน

หมายเหตุ   ห้างนาเป็นภาษาพื้นถิ่น  หมายถึง กระท่อมกลางนากลางไร่ หรือขนำ หรือเคียงนา