“ผู้นำ” คำนี้เป็นคำที่ใครหลายคนไม่กล้าใช้กับตัวเอง คนส่วนใหญ่มักมองว่าหมายถึงคนที่มีความพร้อม มองว่าเป็นสิ่งที่จำกัดต่อตัวบุคคลที่เหมาะสมเท่านั้นหรือคนที่มาพร้อมด้วยพรสวรรค์ ผมก็เคยคิดเช่นนั้นเนื่องจากลักษณะนิสัยไม่กล้าแสดงออกและความไม่มั้นใจในตนเอง จนวันหนึ่งผมได้มาพบกับอีกคำหนึ่งคือ “ภาวะผู้นำ” จากหนังสือแต่งโดย Ronald A. Haifetz

Ronald A. Haifetz สอนที่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด

บรรยากาศการเรียนการสอน



หนังสือที่แต่งโดย Ronald A. Haifetz
ผมก็ได้ความเข้าใจใหม่ว่า “ผู้นำคือ คนบวกกับภาวะผู้นำ” ประโยคนี้มีความหมายอย่างมาก มันทำให้ผมเข้าใจใหม่ว่าในโลกนี้ไม่มีคำว่า “ผู้นำ” มีก็เพียงแต่คำว่า “ภาวะผู้นำ”ที่นำไปสู่คนคนหนึ่งเท่านั้น หากคนไหนได้ฝึกรับภาวะผู้นำในกรณีเฉพาะนั้นๆก็จะมีความสามารถในกรณีนั้นๆมากขึ้นไม่ใช้พรสวรรค์แต่ประการใด ซึ่งมันก็ไม่ต่างอะไรกับศิลปะการแสดงนั้นเองที่เราต้องค่อยๆฝึกฝนให้ชำนาญ โดยอาจจะเป็นงานเล็กหรือใหญ่ก็ได้ตามที่เราต้องการเพื่อเราจะได้ดึงประสบการณ์จากภาวะผู้นำเข้ามาปรับปรุงแก้ไขต่อไป
ผมจึงเริ่มจากการเป็นหัวหน้ากลุ่มงานเล็กๆและขณะเดียวกันก็ฝึกจัดการกับปัญหาต่างๆและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้ได้มากที่สุด จนได้มีโอกาสมาลองเป็นหัวหน้าโครงงานบูรณาการที่โรงเรียนมัธยมซึ่งจะมีปัญหาเข้ามามากขึ้นและหลากหลายจากเดิม จึงได้เห็นมโนทัศน์ของการทำงานมากขึ้น โดยการทำงานอาจเปรียบเหมือน กลุ่มคนที่กำลังทำงานในห้องมืดแม้ทุกคนจะเข้าใจในหลักการแต่ก็ไม่อาจปรับความคิดให้เข้ากันได้ แต่จะมีภาวะผู้นำเปรียบเสมือนไฟฉายที่จะส่องไปที่คนที่ถูกเรียกว่าผู้นำซึ่งจะเป็นจุดสว่างที่รวมความเข้าใจและความคิดของคนให้ตรงกันจนนำพาทุกคนไปสู่จุดมุ่งหมายได้ แต่ความสว่างนี้เองที่มันแสดงความเด่นชัดส่งผลให้หากเราทำผิดพลาดก็จะมีคนเห็นได้โดยง่ายไม่เหมือนในมุมมืดที่เห็นได้ยากกว่า ผู้คนจึงใส่ใจในข้อเสียนี้มากเกินไปจนปิดกั้นศักยภาพของตนเอง
ผลของการเรียนรู้ภาวะผู้นำคือนอกจากจะได้ฝึกภาวะผู้นำแล้วเรายังจะได้ความรู้ในเรื่องที่เราทำงานมากขึ้นเพราะเราอยู่ในจุดสว่างที่รวมความเข้าใจและความคิดของทุกๆคน ทุกคนจะมองเห็นข้อผิดพลาดของเราที่ควรจะปรับปรุงแก้ไขต่อไป นอกจากนี้เรายังได้มองเห็นภาพรวมที่กว้างกว่าสมาชิกคนอื่นๆอีกด้วย
ข้อคิดจากภาวะผู้นำที่ได้คือเราควรมองภาวะผู้นำให้เหมือนศิลปะการแสดงซึ่งมันคือบทบาทที่ต้องฝึกซ้อมในภารกิจนั้นๆหากเราพร้อมที่จะลงมือก็อย่าปล่อยให้มันผ่านไป เพราะช่วงภาวะผู้นำเราจะได้รับการช่วยตรวจสอบจุดบกพร่องจากทุกคน ได้รับแรงกดดันให้ฝึกสมาธิและปัญญาและได้เห็นภาพรวมมากกว่าผู้อื่น ซึ่งทั้งหมดจะเป็นปัจจัยที่จะเพิ่มประสบการณ์อย่างรวดเร็วที่สุดและได้รับทักษะภาวะผู้นำมาไว้กับตัว
เชิญชมวีดีทัศน์ของRonald A. Haifetz
เรื่อง The nature of adaptive leadership
สื่ออ้างอิง
http://www.hks.harvard.edu/about/faculty-staff-directory/ronald-heifetz
ภาคผนวก
คำนิยามต่างๆเกี่ยวกับผู้นำ
http://www.nrru.ac.th/article/leadership/page1.1.html
การพัฒนาภาวะผู้นำสมัยใหม่
http://pdamobiz.com/forum/forum_posts.asp?TID=6239&PN=1
http://www.oknation.net/blog/goodcoach/2009/07/08/entry-1
บันทึกวันที่ 8 สิงหาคม 2552
ปรับปรุงครั้งล่าสุดวันที่ 9 สิงหาคม 2552
ทุกคนมีภาวะผู้นำอยู่ในตัว
เพียงแต่กล้านำมันออกมาใช้รึป่าว??
ต้นเป็นคนมีหลักการ เสียสละและรอบคอบ เหมาะสมต่อการเป็นผู้นำ
ขอให้พัฒนาฝีมือต่อไปเรื่อยๆนะ
^ขอบคุณที่มาแสดงความคิดเห็นนะครับ
แต่ผมเองยังขาดประสบการณ์อีกมาก คงไม่กล้ารับคำชมนี้อย่างแน่นอน
ที่ทำเรื่องนี้เพราะได้อ่านหนังสือที่มีแนวคิดดีๆเท่านั้น
เพียงแต่ถ้าทุกคนปรับความเข้าใจร่วมกันจะได้มาช่วยกัน
ฝึกศิลปะแขนงนี้อย่างสบายใจยังไงละคับ
เห็นด้วยนะ เราก็เคยเป็นหัวหน้าห้อง
ตอนนั้นรุ้สึกทำงานหนักเหมือนกัน
แต่มันทำให้เราได้อะไรหลายอย่างจากการทำงาน
ต่างกันกับตอนที่เราเป็นผู้ตาม...
เราเชื่อเหมือนกันว่าต้นมีความเป็นผู้นำ
ดึงมันออกมาใช้นะ...
เพื่อนๆจะได้เห็นในความสามารถ
สู้ๆต้น
ยินดีด้วยครับ ที่สามารถนำเอาภาวะผู้นำที่มีในตัวออกมาใช้ได้
ขอให้ประสบความสำเร็จกับการพัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำนะครับ
ผมเชื่อว่าเพื่อนทำได้ สู้ๆครับ
ผู้นำ
เยี่ยมมาก
เราต้องฝึกบ้างละ