เพิ่งเคยไปพักที่อุทยานแห่งชาติไทรโยคเป็นครั้งแรก เมื่อรถจอดเพื่อให้เราเข้าที่พักที่แพกิ่งไผ่อิงธาร โอ๊ะโอ่...สวยงามเหลือเกิน...เหมือนภาพยนตร์ในสมัยเกือบ 20 ปีที่แล้วเรื่อง Blue Lagoon

ในอุทยานแห่งชาติไทรโยคมีแพพักหลายที่ เช่นเดียวกับแพกิ่งไผ่อิงธารที่เราเลือก  ดังนั้นการเข้าพักต้องเผื่อค่าธรรมเนียมในการเข้ามาใช้บริการอุทยานด้วย จ่ายทั้งรถ ทั้งคนว่างั้น ส่วนใหญ่เป็นแพพักอยู่ติดกับแม่น้ำแควเลย   ลักษณะห้องสร้างยื่นลงไปในน้ำสนนราคา 800 บาทรวมอาหารเช้าที่เป็นข้าวต้ม กาแฟและปาท๋องโก๋ (เตียงคู่ มีฟูกเสริมอีก  1 ฟูก) เป็นห้องพัดลม

  • สนใจโทร 089-004-7971

 

  • ทางลงประมาณ 300 ม.จากจุดจอดรถ ซึ่งต้องเดินเท้า...
   

หากต้องการให้ลากแพไปยังจุดต่างๆ ซึ่งต้องคำนึงถึงการสั่งอาหาร เครื่องอุปโภคบริโภคให้ดี หลายกรุ๊ปเตรียมอาหารมาปรุงเอง มีตกปลาด้วย ดูน่าสนุกสำหรับแพลาก เห็นว่าไม่มีไฟฟ้า พอใกล้ค่ำทางที่พักจะจัดตะเกียงที่ต่อกับถังแก๊สเพื่อให้ความสว่าง

เราไปถึงประมาณ 5 โมงเย็น แดดร่มลมตก ยึดชานหน้าห้องพักที่เป็นแพยื่นลงไปในน้ำ หลายคนลงเล่นน้ำที่ไหลแรง อย่าลืมขอเสื้อชูชีพจากทางที่พักก่อนลงน้ำนะจ๊ะ นั่งไปนั่งมาไง๋เมาแพซะงั้น ก็ช่วงนี้กิจกรรมทางน้ำมีเยอะแยะ เช่น การล่องเรือหางยาวชมบรรยากาศ การลากแพ ทำให้เกิดลูกคลื่น...คนหัวใจอ่อนแออย่างป้าเลย..มาวก่อนใคร (เกี่ยวกับหัวใจอ่อนแอตรงไหนอ่ะ)น่าเสียดายบรรยากาศหน้าห้องพักจัง

 เมื่อนั่งหน้าห้องพักไม่ได้เราจึงอพยพมาที่ร้านอาหารที่อยู่ติดกันที่รู้สึกโยนเท้งเต้งน้อยกว่าหน้าห้องพัก พร้อมบอกขอให้ลงอาหารได้เลย ไม่ทราบว่าที่อื่นจะเหมือนกันหรือปล่าวที่ต้องสั่งอาหารล่วงหน้า ทั้งนี้เพื่อแม่ครัวจะได้ไปตลาดและทำอาหารได้ถูกใจนักท่องเที่ยว...อาหารขึ้นชื่อคือปลาคังนะคะ ไปแล้วอย่าลืมสั่งมาลองหล่ะ

 แปลกคน ปกติป้าจะจ้อเป็นต่อยหอย แต่ที่แพกิ่งไผ่ดันปากหนักไม่พูดไม่จากับใคร ทำให้ไม่รู้ว่าที่นี่จะตัดไฟตอนดึก ๆเพราะใช้ไฟปั่น ใกล้รุ่งทางที่พักจะเอาตะเกียงไปวางให้หน้าห้องแต่ละห้อง...รุ่งสางเรารึมะงุมมะงาหรา...ไม่รู้นี่นา...ไม่ทราบว่าแพอื่นๆ จ่ายไฟเป็นช่วงเวลาหรือป่าว...เพราะของแพกิ่งไผ่ก็จ่ายไฟให้ประมาณ 5-6 โมงเย็นเป็นต้นไปจนถึงดึก

 

 

ตั้งใจจะ Drinkfor Health กัน ก็ต้องพับไปก่อน เพราะในห้องตอนหัวค่ำ ค่อนข้างร้อน จะนั่งชานหน้าห้องก็มาวคลื่นไปเสียก่อน... 

เช้าตื่นขึ้นมาพร้อมกับพลังจากธรรมชาติ จัดการกับข้าวต้มหม้อใหญ่ที่แสนอร่อยเสร็จ คณะเราว่าเรือหางยาวไปชมน้ำตกละบรรยากาศโดยรอบ ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. (ราคาเรือต่อรองได้ 400 บาท)

 

 

 

 น่าเสียดายที่เรามีจุดหมายต่อ ครั้งต่อไปน่าจะพัก...ผ่อน...นอน...หลับ และชมจุดท่องเที่ยวในบริเวณนี้ให้เต็มอิ่ม...เช่น เดินป่าเล็กๆ ไปน้ำตก...ไปถ้ำ..

 

สรุปว่าหนาวนี้เมืองกาญจน์มาแรง แซงทางเหนือ...

ปล. แนบท้าย

  • บรรยากาศของอุทยานไทรโยคจะดีสุดๆ หากควบคุมเวลาการสัญจรของเรือหางยาวในการไปส่งของที่แพ...เช่นไม่กิน 2-3 ทุ่ม เป็นต้น ดึกๆไปเสียงที่ดังก็ทำลายบรรยากาศเน๊อะ...ขอมากไปป่าวนี่...ก็รักไทรโยคนี่นา
  • นับเป็นจุดด้อยของช่องทางการประชาสัมพันธ์ของที่พัก  เพราะหาสารสนเทศจากเว็บไม่ค่อยเจอ น่าจะมีเว็บรวมบรรยากาศแพ ราคา บริการ ซึ่งจะช่วยให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจได้ง่ายขึ้น  มีรายชื่อแพในอ.เมืองกาญจนบุรีที่พบในอินเตอร์เน็ต อาจจะเป็นประโยชน์บ้าง ขออนญาตนำมา Link ไว้นะคะ สำหรับนักท่องเที่ยวหากไม่เร่งรีบ และต้องการพักที่อุทยานแห่งชาติไทรโยคเป็นไฮไลท์น่าจะมาถึงที่อุทยานสักก่อนเที่ยง แวะเข้าดูที่พักหลายแห่งและทานอาหารเที่ยงไปพร้อมๆ กันเลย ถูกใจที่ไหนก็ว่ากัน  
  • ขออนุญาตเชื่อมโยง Link ภาพส่วนหนึ่งของแพกิ่งไผ่อิงธารในมุมมองของนักท่องเที่ยวท่านอื่น ซึ่งเป็นเรือนแพที่ตรงข้ามกับแพที่เราพักค่ะ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อนักท่องเที่ยวคนอื่นที่สนใจ...เที่ยวเมืองไทยทั้งกคัก และครึกครื้นค่ะ