โอกาสพัฒนาที่ได้ในสองวันที่ผ่านมากับภาระกิจที่ฝืดฝืน...

บางครั้งการได้สัมผัสกับรสชาติของชีวิตที่หลากหลาย การปรับเปลี่ยนชีวิต ความรู้สึกแบบฉับพลัน จากขาวเป็นดำ  จากสุขเป็นทุกข์ทำให้เราได้เรียนรู้มากขึ้น เรื่องราวแบบนี้มักจะเกิดขึ้นอย่างไม่สม่ำเสมอในชีวิตของพอลล่า แต่เมื่อเกิดแล้วเราต้องทำให้ผ่านไปอย่างดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้...ถามตัวเองทุกครั้งและทบทวนตัวเองอยู่เสมอ ว่า อะไรที่เรายังทำไม่เต็มที่ อะไรคือโอกาสในการพัฒนาของเรา...? และมันคงจะต้องเกิดขึ้นบ่อย มากขึ้น แต่นี้ ต่อไป ..จนกว่าเราจะคุ้นชิน

บางครั้งการทำงานบางอย่าง เราไม่ชอบเอาเสียเลย แล้ว เราจะทำอย่างไรดี....ในเมื่อสิ่งนั้นก็คืองานอย่างหนึ่งของเรา  แต่หากสองวันนี้ ยังทำใจยอมรับได้น้อยกับสิ่งที่เรียกว่า...ฝืนใจ ฝืนความรู้สึก ความเชื่อของเราที่มีเสมอมา...

โอกาสพัฒนาที่ได้ในสองวันที่ผ่านมากับภาระกิจที่ฝืดฝืน...

1.   อยู่กับปัจจุบัน มีสติ จิตมีสมาธิ ตั้งมั่น ตะโกนก้องอยู่ในใจว่า ฉันทำได้!! สู้โว้ย

2.   ต้องบริหารจัดการเวลาให้ลงตัว priority งานด่วน งานสำคัญ ให้ชัดเจนกว่านี้ เรารู้สึกว่า ทำแต่งานด่วนๆ

3.   การศึกษาข้อมูลที่จำเป็นอย่างห้อยแขวนไม่ตัดสิน ในข้อมูลนั้นๆ แต่เก็บเอามาวิเคราะห์เพื่อมองภาพรวมให้ออก คงต้องพัฒนาทักษะ Analytical thinking และ conceptual thinking ให้มากๆ

4.   การศึกษามาตรฐานอย่างเข้าใจและจริงจัง(สำหรับพอลล่าต้องเน้น ว่า จริงจัง)  จะทำให้เราทำงานนี้ได้ง่ายขึ้น ที่เราว่ายากเพราะเราไม่ได้ศึกษาจริงจัง อย่างเข้าใจนั่นเอง

5.   การตั้งคำถามในเชิงเรียนรู้และต่อยอด(learning and education) ก็ยังเป็นโอกาสพัฒนา การต่อยอดทางความคิด เกิดมาจากการฟังอย่างตั้งใจ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ที่ตรงกับบริบทของเขา

6.   จำเป็นต้องศึกษาบริบทให้มากขึ้น หากเราเข้าใจบริบทของโรงพยาบาล จะทำให้เรา approach ได้ตรงกับเขา คือเป็นพวกเดียวกับเขาและเข้าใจเขานั่นเอง หากเข้าใจบริบทแล้ว เราจะชื่นชมและให้ข้อเสนอแนะที่เป็นตัวเขามากขึ้น

7.   พัฒนาการ approach โดยใช้ เป้าหมายของแต่ละเรื่องให้ชัดเจน ซึ่งถ้าเข้าใจเป้าหมายแล้วจะเป็นตัวผลักดันให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน มีหลาย รพ.ที่ไม่เข้าใจเป้าหมาย หากเราเปลี่ยนเป็นคำว่า ต้องการเห็นอะไรในเรื่องนั้น หรือคาดหวังอะไร จะทำให้รพ.เข้าใจมากขึ้น สองวันนี้ พบว่ารพ.มักทำแต่กิจกรรม และนำเสนอภาพกิจกรรมที่มากมาย มหาศาล และเป็นความภาคภูมิใจของเขากับงานที่สั่งสมมาเป็นระยะเวลานาน เตรียมเพื่อที่จะเสนอให้เราเห็นภาพของเขาที่มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถ้าเป็นเราคงเหนื่อยมากๆ แต่ถ้าถามกลับไป ว่า คาดหวังอะไรกับการทำกิจกรรม ทีมมักไม่แน่ใจ เรื่องเป้าหมายเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะเป็นตัวบอกเราว่า...เท่าไหนพอ มีรพ.มักจะถามเสมอว่า พัฒนาคุณภาพเท่าไหร่ ถึงจะพอ ...เราตอบท่านไม่ได้ แต่รพ.ต้องบอกตัวเอง ได้ว่าสิ่งที่ทำบรรลุเป้าหมายของคุณ มากน้อยแค่ไหน ถ้าเป้าหมายชัดแล้ว ตัววัดผลจะชัดตามมาค่ะ ลองทบทวนกันดูนะคะ

8.   เรียนรู้เรื่องการมองระบบ ของรพ.ให้มากขึ้น พบว่ารพ.มักทำกิจกรรม หรือจัดการแก้ปัญหาเป็นรายกรณี แต่ไม่สามารถสรุปภาพรวมของแต่ละเรื่องให้เห็นจุดดี จุดอ่อนได้ชัดเจน ตัวอย่างเช่น ทีมมีการทบทวนการส่งต่อ เกือบทุกครั้งที่มีการส่งต่อ แต่ไม่สามารถบอกภาพรวมของการส่งต่อได้ชัดเจน ว่าโอกาสพัฒนาอยู่ในเรื่องใด โรคอะไรที่ส่งต่อมากที่สุด ปัญหาที่พบเป็นเรื่องใด การส่งตรวจซ้ำผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่พบบ่อย เป็น lab ตัวใดบ้าง....เรื่องนี้จำเป็นต้องมีทีมมาช่วยมองและวิเคราะห์ข้อมูล ถ้าไม่สามารถบอกภาพรวมได้ จะทำให้การพัฒนาเชิงระบบอาจทำได้ยาก

9.   วันนี้เราทำได้ดี ในเรื่องการ Empower ทีมที่ให้การดูแลผู้ป่วยด้วยหัวใจ เราพูดคุยและให้กำลังใจกันและกัน จนหัวใจพองโต นึกถึงแล้วขนลุก อิอิ....... คุณภาพบางเรื่องก็วัดไม่ได้ด้วยตัวเลข แต่เรื่องเล่าที่ดีสามารถสะท้อนคุณภาพได้เป็นอย่างดี เพราะมีจิตวิญญาณ ความรู้สึกของคนทำงานอยู่ในนั้น เรื่องสร้างเสริมสุขภาพนั้นวัดเป็นตัวเลข หรือ clinical outcome ที่เปลี่ยนไปอาจไม่สามารถบอกได้ อาจจะวัดด้วยพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป โดยใช้ outcome mapping นั่นเอง