ความเป็นมนุษย์กับการเข้าถึง
สิ่งสูงสุด
ความจริง
ความดี
ความงาม
ในวิกฤตการณ์ปัจจุบัน มนุษย์ ไม่มีทางออกในภพภูมิทางวัตถุธรรม
นอกจากหันไปใช้ศักยภาพของความเป็นมนุษย์
ที่สามารถเข้าถึง
สิ่งสูงสุด
หรือ
ความจริง ความดี ความงาม
อันจะก่อให้เกิดจิตสำนึกใหม่
และการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในตน
ศานติสุขบนพื้นพิภพนี้
จึงจะเกิดขึ้นได้
เช้านี้ข้าพเจ้าต้องนำเรื่องการงานมาทบทวนต่อความคิดความเชื่อ ที่นำไปสู่สภาวะแห่งความเข้าใจในตนเองต่อการนำหนทางการพัฒนางานประจำมาสู่การทำวิจัย ก่อนหน้านี้สักพักข้าพเจ้าจัดโต๊ะทำงานที่บ้านพักที่ขอนแก่น ...ได้หยิบเจอหนังสือของท่าน ศ.นพ.ประเวศ วะสี ... ทำให้ข้าพเจ้าเกิดสภาวะคลิกและเข้าใจในกระบวนการทำงานของตนเอง และวิถีแห่งการงานที่ดำเนินมา นำไปสู่ความเชื่อมั่นมากขึ้น
แล้วความเชื่อมั่นดังกล่าวนั้น นำไปสู่การสั่งสมอัตตา ในตนเองหรือไม่
เป็นคำถามที่ข้าพเจ้าถามต่อตนเองอยู่เสมอ เพราะในบางทัศนะที่ข้าพเจ้าเชื่อมั่นในวิถีแห่งการงานที่ตนเองดำเนินอยู่ เป็นต้นว่า ในการขับเคลื่อน R2R นั้นข้าพเจ้าจะระวังไม่ให้พลาดพลั้งและตกลงไปสู่กระแสของการนำอำนาจแห่งการเงินมาเป็นตัวผลักและดันให้เกิด...
มนุษย์เรานั้นมักคอยเคลื่อนเข้าไปสู่กระแสอำนาจแห่งเงินตราและการสั่งการ
แต่ไม่เชื่อในกระบวนการแห่งธรรมชาติที่มนุษย์มีอยู่ กระบวนการแห่งธรรมชาติที่มีอยู่นั้นน่ะ คือ ศักยภาพของความเป็นมนุษย์ที่ได้เกิดมาพร้อมโครงสร้างทางสมองที่สามารถนำไปสู่การพัฒนาทางปัญญาอันเป็นเครื่องมือที่จะทำให้ "จิต" นี้เจริญขึ้น
การนำแนวคิด R2R มาใช้ในบ้านเกิด และภายใต้ความศรัทธาในธรรม และความเข้าใจในมนุษย์
สิ่งหนึ่งที่ข้าพเจ้าต้องใช้สติและปัญญาที่มีอยู่เท่าพลังอำนาจแห่งตน(พละ๕)ที่มี ระแวดไม่ให้การงานอันงดงามนี้เคลื่อนไปสู่สภาวะแห่งอำนาจที่เสมือนเป็นร่างแหหว่านและเหวี่ยงลงมาให้มนุษย์ติดกับดักนี้ และตกลงไปในหลุมดำที่เสมือนที่ขุมขังให้ปราศจากอิสระภาพแห่งความเป็นมนุษย์
กับดัก..ที่ว่า คือ กระแสแห่งโลกธรรม ลาภ ยศ ชื่อเสียง ทุกข์...
กับดักที่มักนำเรื่อง ... เงินตรา และอำนาจแห่งการสั่งการ และคอยครอบงำมนุษย์ด้วยกันให้คิดไม่ได้ คิดไม่เป็น อำนาจของการแบ่งกั้นด้วยตำแหน่ง หน้าที่ หรือสถานะทางสังคม
ชีวิตมนุษย์...เป็นชีวิตที่ผูกติดไว้กับการงาน
การงานเป็นเรื่องที่มนุษย์ต้องทำเพราะ นั่นน่ะคือความหมายของการเกิดมา การงานนั้นที่สำคัญ คือ การงานแห่งภายใน ที่อาศัยการงานภายนอกเป็นเส้นทางแห่งการทำงานแห่งภายใน
การงานแห่งภายในคือ อะไร...
คือ การงานที่เรามีเป้าหมาย นำไปสู่สภาวะจิตที่เจริญขึ้น
การงานภายนอกคือ...งานที่เราต้องได้ทำ และที่ทำอยู่อย่างที่เห็นๆ อยู่ เช่นเป็นแพทย์ พยาบาล เภสัช ชาวนา พ่อค้า แม่ค้า หรืออะไรต่างๆ อีกมากมาย ... การงานภายนอกที่ปรากฏขึ้นต่อชีวิต ทำไมเราต้องทำ คำตอบก็คือ เพราะเราต้องอาศัยสิ่งนี้เป็นเครื่องมือในการทำงานภายใน ... การทำงานภายในเพื่อให้จิตเจริญขึ้น จึงไม่ใช่เป็นเพียงแค่นั่งหลับตาทำสมาธิ หากแต่ต้องทำงานภายนอก เพื่อให้สภาวะจิตนี้เจริญขึ้นอันเนื่องมาจากการมีปัญญาเพิ่มขึ้น
เส้นทางเพื่อเคลื่อนเข้าสู่กระแสแห่งธรรม(ชาติ) คือ... การงาน
ดังนั้นการงานจึงอาจไม่ได้จำกัดเพียงแค่ การทำงานในแปดชั่วโมงเท่านั้น หากแต่การงานคือ สภาวะที่เราหายใจเข้าและออก อยู่ทุกขณะจิต
ความหมายของการทำ R2R ในทัศนะของข้าพเจ้าเองจึงไม่ได้หมายเพียงถึง ว่าสนับสนุนคนทำงานประจำเพียงเพื่อให้ทำวิจัยได้หรือวิจัยเป็นเท่านั้น หากแต่มีเป้าหมายที่ไปสู่การพัฒนา...งาน ... ที่ไม่ได้ขีดเส้นเฉพาะงานภายนอก แต่หากมุ่งไปสู่สภาวะการงานแห่งภายใน
เมื่อใดที่บุคคลหรือคนหน้างาน นำพาตนเองเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ R2R ... นั่นน่ะหมายถึง เขาได้ก้าวลงไปสู่สภาวะการเคลื่อนไปเรียนรู้การพัฒนาจิตในตนเอง หากว่าคนหน้างานมีเป้าหมายเพียงแค่ว่า จะต้องสร้างงานวิจัยเท่านั้นเรื่องเท่านี้เรื่อง หรือมีชื่อเสียงจากงานวิจัย R2R นั่นน่ะ คือ สภาวะติดกับดักแห่งโลกธรรมเข้าไปอย่างไม่รู้ตัว
แต่หากว่า คนหน้างาน มี "ใจ" ที่มุ่งมั่นอยากให้การทำงาน...ของตนเองดีขึ้น ผลลัพธ์ของงานดีขึ้น
และเป็นความดีขึ้นที่ปราศจากการตอบแทนแล้ว นั่นน่ะแสดงว่าหัวใจของคนหน้างานเคลื่อนไปสู่สภาวะจิตใจที่น้อมลงเข้าสู่สภาวะแห่งธรรม(ชาติ) มากขึ้น ดังนั้น ในทัศนะส่วนตนจึงมองว่าในการขับเคลื่อน R2R จึงไม่ได้มุ่งเป้าหมายเพียงให้คนที่มีอำนาจมาเป็นตัวละครนำในการขับเคลื่อน ... คนที่มีอำนาจต้องมีสภาวะของประตูใจที่เปิดออกและมองเห็นความดีหรือความงาม แห่งคุณค่าในการทำ R2R อย่างแท้จริง
การทำ R2R ต้องพึงระวัง...ในเรื่องการเบียดเบียนและการตกลงไปในหลุมดำ
การขับเคลื่อน R2R ต้องใช้ศิลปะแห่งอำนาจมาเป็นเครื่องมือนำในการทำงาน...ซึ่งศิลปะแห่งอำนาจที่แท้จริง คือ เรื่อง "พละห้า" อันประกอบด้วย ศรัทธา ความเพียร สติ สมาธิ และปัญญา มากกว่าการนำอำนาจภายนอกที่ผู้คนมักหลงใหล นั่นคือ อำนาจในการบงการ จัดการ และครอบครอง
อำนาจภายในนั้น คอยเกื้อหนุนให้มนุษน์ไม่ตกเป็นทาสแห่งกิเลสหรืออัตตาสามารถปล่อยวางจากเกียรติยศชื่อเสียงที่หลั่งไหลเข้ามาในยามสำเร็จ รวมทั้งเป็นอิสระจากวิพากษ์วิจารณ์ในยามที่ประสบความล้มเหลว...
การนำ R2R มาเป็นเครื่องมือแห่งการงาน จึงควรเป็น...หนทางที่ปลดปล่อยมนุษย์คนหน้างานให้เป็นอิสระจากพันธการต่างๆ เพื่อก้าวไปสู่ความเป็นอิสระเพื่อให้การดำรงอยู่ของชีวิตนี้มีคุณค่า และมีความหมายมากขึ้น...

สภาวะปิ๊งแว๊บ!ของคุณ ka-Poom ช่วยให้รู้สึกอยากทำ R2R (ที่รพ.เริ่มทำกันแล้วแต่ตัวเองยัง..)
ขอบคุณที่ให้ไอเดียร์นะคะ
อ่านแล้วชอบตรงนี้ค่ะ
"การนำ R2R มาเป็นเครื่องมือแห่งการงาน
จึงควรเป็น...หนทางที่ปลดปล่อยมนุษย์คนหน้างาน
ให้เป็นอิสระจากพันธการต่างๆ เพื่อก้าวไปสู่ความเป็นอิสระเพื่อให้การดำรงอยู่ของชีวิตนี้มี
คุณค่า และมีความหมายมากขึ้น...
แล้วก็เกิด R2R...2R...2R ต่อไปเรื่อยๆค่ะ
ขอบคุณค่ะคุณ kunrapee
ที่รู้สึกอยากทำ R2R และขอน้อมนำการทำนั้นเคลื่อนเข้าไปสู่สภาวะ "ธรรมวิจัย" แห่งการงานภายในตนนะคะ
ขอบคุณค่ะพี่ ใบบุญ
ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นดีเสมอ...และยิ่งหากเราได้ลงทำในสิ่งที่ดีและงามนี้ คุณค่าของการได้เกิดมาก็มีความหมายยิ่งขึ้นค่ะ
สภาวะจิตนี้เจริญขึ้นอันเนื่องมาจากการมีปัญญาเพิ่มขึ้น มีปัญญาเพิ่มขึ้นเพราะผ่านพ้นปัญหามากขึ้น
กว่าจะมีปัญญาก้าวสู่สภาวะ"...อิสระจากพันธการต่างๆ เพื่อก้าวไปสู่ความเป็นอิสระเพื่อให้การดำรงอยู่ของชีวิตนี้มีคุณค่า และมีความหมายมากขึ้น..." ต้องผ่านกระบวนการหลายลำดับขั้นจังเลยค่ะอาจารย์ ในนามของปุถุชนได้เรียนรู้การก้าวสู่อิสระนี้บ้างเล็กน้อยผ่านการเอาชนะใจตนเองค่ะ น้อมใจยอมรับทุกสิ่งที่ที่เกิดขึ้นโดยเรากำหนดเองไม่ได้ ด้วยการเอาชนะใจตนเองอย่างแท้จริง จึงจะผ่านด่านนี้ไปสู่อิสระและคุณค่าในตน
ขอบพระคุณ หลักการใช้ศิลปะแห่งอำนาจที่แท้จริงของอาจารย์ค่ะ แสดงว่าอำนาจมีอยู่ในตน ของคนทุกคน จริงมั๊ยคะ
ขอสมัครเป็นสมาชิก"ธรรมวิจัย"ด้วยคนนะคะ
ขอบคุณพี่นกค่ะมาแวะมาเยือนในค่ำคืนนี้...
ความงดงามในจิตใจ เราเท่านั้นคือผู้สั่งสมด้วยตัวเราเอง...การเคลื่อนไปจากสภาวะแห่งปุถุชน "ความอดทน" เป็นสิ่งหนึ่งที่เราพึงมีอย่างเกื้อหนุนกันกับสติ ... มีสติทำให้เราอดทน ความอดทนทำให้เรามีสติ... และที่สุดแล้วเราจะเกิดปัญญา
ทุกอย่างๆ ที่ปรากฏคือ ความเกื้อหนุนกันและกัน...
แต่หากว่าถอดประสบการณ์ของกะปุ๋มเอง... "ความอดทน" ทำให้กะปุ๋มเคลื่อนไปและก้าวเดินไปในชีวิตได้อย่างไม่พ่ายแพ้ต่อสิ่งต่างๆ ... ดังนั้นเวลาที่ใครรู้สึกหนักต่อวิถีชีวิต สิ่งสำคัญที่ตนเองจะบอก ก็คือ ให้อดทนและตั้งใจ
อำนาจที่แท้จริง(พละห้า)...ดังกล่าวนั้น มีอยู่แล้วในตัวเรา เพียงแต่เราใช้อำนาจนั้นไม่เป็น และอาจมองไม่เห็น เมื่อไรที่เรามองเห็นเมื่อนั้นเราจะใช้อำนาจนั้นได้ ความไม่รู้นั้นทำให้เราถูกอำนาจภายนอกครอบงำ ดังนั้นจึงพึงนำพาตนเองออกจากอำนาจภายนอกเพื่อเคลื่อนไปสู่การใช้อำนาจที่แท้จริงแทนนะคะ