จงคว้ามันเอาไว้ .. ในวันที่ยังมีโอกาสทำได้

 

 

 

 

 

I went to the woods because I wanted to live deliberately.


I wanted to live deep and suck out all the marrow of life.


To put to route all that was not life and not when I had come to die,


Discover that I had not lived.

 

 

 

ข้าดุ่มด้นเข้าไปในไพรพฤกษ์

หมายเจาะลึกว่าความสุขอยู่หนไหน

แสวงหาถึงแก่นแท้เพื่อแน่ใจ

มิยอมสิ้นอายุขัยก่อนได้พบ

 

          ใครคนหนึ่ง .. ตัดสินใจทิ้งเงินเดือนเลข 6 หลัก ลาออกจากบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของต่างประเทศมาสมัครเป็นนักบินพานิชย์ ด้วยเหตุผลสั้นๆ ‘เพื่อตามฝันของตัวเอง’ และเพื่อแลกกับการทำให้ฝันนั้นกลายเป็นจริง ตัวเลขรายได้ที่หายไปคือสิ่งที่เขาต้องจ่ายไปเป็นค่าตอบแทน

          ‘มันบ้าว่ะ !!!’

          ไม่แปลกถ้าใครจะคิดอย่างนั้น เพราะบรรดาเพื่อนฝูง หรือญาติพี่น้องของเขาที่รับรู้การตัดสินใจในครั้งนั้น ก็ล้วนแล้วแต่หลุดคำพูดนี้ออกมาด้วยกันเกือบทุกคน

         ‘ค น บ้ า .. ไ อ้ บ้ า .. คิ ด บ้ า ๆ ..........’

          สถานภาพใหม่ที่ได้รับเพราะเหตุ  ‘คิดต่าง’  จากคนอื่น   ซึ่งคงไม่ใช่มีแต่เพียงเขาคนนี้ผู้เดียวที่ได้รับ ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายบนโลกใบนี้  ยังมีอีกหลากชีวิตที่เลือกจะไม่แยแสสนใจต่อคำพูดของคนรอบข้าง แล้วหันมาปลดปล่อยตนเอง ปลดปล่อยความฝันจากพันธนาการที่ถูกสร้างขึ้นด้วย  ‘แบบแผนความคิดทางสังคม’  ที่จองจำชีวิตให้ยึดติดอยู่กับ  ‘รูปแบบชีวิตที่สมบูรณ์พร้อม’  ที่ใครหลายคนมองว่ามัน  ‘ดีที่สุด’  สำหรับชีวิตมนุษย์ทุกผู้ทุกนาม

 
          .. ใช่หรือ .. ???

          ที่การแสวงหาสิ่งที่เชื่อว่า สามารถเติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับชีวิตตนเองได้มากที่สุด คือพฤติกรรมของคนบ้า

 
          .. แน่หรือ .. ???

          ที่ความสมบูรณ์พร้อมของชีวิต จะเกิดได้ก็แต่จากการทุ่มชีวิตจิตใจทั้งหมดให้กับตำราและการเรียน  หรือใช้เวลาค่อนชีวิตจมอยู่กับการงานที่ทำแต่เพียงเท่านั้น


          .. จริงหรือ .. ???

          ที่ตัวเลขในบัญชีธนาคาร ตำแหน่งการงานใหญ่โต สถานภาพที่ได้รับการยอมรับในสังคม คือคำตอบของชีวิตที่  ‘ดีที่สุด’  ซึ่งทุกคนจำเป็นต้องดิ้นรนไปอยู่ตรงนั้นให้ได้

 
          มีคนบ้ากลุ่มหนึ่งล่ะ ที่แสยะยิ้มอย่างไม่ยี่หระ พร้อมยืดอกปฏิเสธความจริงซึ่งถูกประกอบสร้างขึ้นมาเพื่อยัดใส่รอยหยักในสมองของผู้คนในสังคมเช่นนั้น และเลือกที่จะฉกฉวยวันเวลาซึ่งพวกเขายังมีโอกาสทำ .. ไขว่คว้าทำตามความฝันของตนเอง

 
          ถ้าความบ้ากับอัจฉริยะถูกกั้นด้วยเส้นบางๆ เส้นหนึ่งจริงอย่างที่หลายคนบอก ผมว่า  ‘ความบ้า’  กับ  ‘ความกล้า’  มันก็คงจะถูกกั้นไว้ด้วยเส้นบางๆ เส้นเดียวกันนั้นด้วยเช่นกัน

 

 

Gather you rosebuds while you may

Old time is still frying

And this same flower smile today

Tomorrow will be dying.

 

เก็บดอกไม้แรกแย้มบาน .. หวานชื่น

เพราะวันคืนบินลับ .. ไม่ย้อนกลับ

บุปผาบานวันนี้ .. สีวาววับ

พรุ่งนี้กลับ .. เหี่ยวเฉาโรยรา

 

          To the virgin to make much of time บทกวีนิพนธ์ที่สื่อความหมายให้มนุษย์รู้จัก  ‘ฉกฉวยวันเวลา’  เพื่อแสวงหาสิ่งสวยงามในชีวิตให้กับตนเอง  เพราะไม่ใช่ทุกสิ่งจะคงคุณค่าเพื่อให้มนุษย์เสพรับความสุขจากมันได้ตลอดไป

 
          วันนี้ .. กับอาชีพที่ได้รับการยกย่องที่มาพร้อมกับภาระอันหนักอึ้ง  ซึ่งต้องแลกมันมาด้วยสีสันของชีวิตช่วงหนึ่งที่หายไป เพราะหนังสือกองโตหรือสถาบันกวดวิชา อะไรบ้างล่ะที่มีในวันนี้ สามารถฉกฉวยเวลาเหล่านั้นกลับคืนมาได้

 
          วันนี้ .. กับเงินมากมายที่หามาได้เพราะการทำงานหนัก ซึ่งต้องแลกมันมาด้วยการละเลยเอาใจใส่ต่อครอบครัว หากความโสมมของสังคมกลืนกินชีวิตในครอบครัวไป เงินเท่าไหร่ถึงจะซื้อความสุขนั้นคืนกลับมาได้

 
          วันนี้ .. กับความอดทนสร้างทุกอย่างให้มั่นคง สมบูรณ์พร้อม เพื่อรอคอยเวลาที่จะเสพสุขกับอาหารเลิศรสและความงามที่หวังจะได้สัมผัส หากวันนี้ไร้ฟันที่จะบดเคี้ยวเรียกความหอมหวานจากรสชาติของอาหาร สองขาไร้แรงจะก้าวเดิน ความสุขซักเท่าใดที่ยังตักตวงได้ให้กับตนเอง

 

‘Seize the day’

 
.. จงรู้จักฉกฉวยวันเวลา ..


          มองอย่างไตร่ตรอง พิจารณาผ่านกระบวนการคิด ไม่ปล่อยให้จิตถูกครอบงำด้วยความต้องการ รู้กาละ ถูกเทศะ ปลดปล่อยความคิด ปลดปล่อยความฝัน พาชีวิตเข้าไปสัมผัสซึมซับรับความสุขจากมันในวันเวลาที่ยังสามารถฉกฉวยเอาไว้ได้

 
คงจะดีกว่ามานั่งนึกเสียดายภายหลัง .. เมื่อโอกาสนั้นเลยผ่านไป ..

 


 
บทความโดย


พรายพิลาศ


๘ สิงหาคม ๒๕๕๒

 

 

หมายเหตุ : กวีนิพนธ์ประกอบบทความโดย Walt Whitman (1819-1892)

ถอดความโดยพัชชา จากบทบรรยายภาพยนตร์ Dead Poet Society

 
ขอบคุณ : ภาพประกอบบทความจาก http://masterake.multiply.com/photos