สมัยเรียนมัธยม...เคยบรรพชา เป็นสามเณรภาคฤดูร้อน  ซึ่งสมัยนั้น  แจ็ค  เป็นสามเณร รูปหนึ่ง ที่มีความคุ้นเคยกัน

             นั่งดูรูปถ่ายสมัย เป็น "สามเณรใจสิงห์ "  พยายามค้นหารูปเก่า ๆ สมัยนั้น .. ที่มีรูป สามเณรแจ็คอยู่ด้วย  รูปที่ยังอยู่ไม่กี่รูป  ไม่มีรูปสามเณรแจ็คติดอยู่เลย(คงเป็นเพราะกาลเวลา...ได้กลืนกินรูปเก่า ๆ เหล่านี้ไปจากเหตุ จากปัจจัยหลาย ๆ อย่าง)

 

มีเพียง.....ถ้อยคำที่สลักไว้ที่สมุดบันทึก ที่ตนเองชอบขีดเขียน และเก็บเอาไว้  เพียงสั้น ๆ ว่า

 

   "...(ชื่อผม)...นายชอบเช่นไร    ผมก็ชอบเช่นนั้น  ...."

                                                                           วัชระ  เพชรทอง

 

              พิจารณาถ้อยคำ ที่แจ็ค  เขียนไว้  ในบริบท ของวัยนั้น...ที่คบกันเป็นเพื่อน  เพราะ ความคิดเห็นที่คล้าย ๆ กัน ตามประสาวัยรุ่น ที่คบกัน เพราะมอง ในมุมที่ไปด้วยกันได้  (และยังมีอีกหลาย ๆ ท่านที่ผมไม่ได้กล่าวถึง ณ ที่นี้ )

.....

                     "คนที่มีความคิด คล้าย ๆ กัน ก็จะชอบทำอะไรที่คล้าย ๆ กัน"

 .....

             ผมจึงไม่แปลกใจเลยครับว่า  .....ตลอดเวลาที่บรรพชาเป็นสามเณร  ต่างคนต่างมุ่งมั่น ในการตักตวง พระธรรมคำสั่งสอน ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจาก พระอาจารย์ วิสุทธิ์  วิสุทธิจารีย์(พระครูภาวนา.........  เจ้าอาวาสวัดศานติ - ไมตรี ในปัจจุบัน ท่านเป็นพระอาจารย์ที่ผมเคารพรัก และระลึกถึงท่านอยู่อย่างสม่ำเสมอ  ติดแต่ที่เงื่อนไขของเวลา และโอกาส จึงไม่ค่อยมีโอกาสได้ไปกราบท่านบ่อยครั้งมากนัก)

 

             สามเณรแจ็ค  ครองตนได้เป็นตัวอย่าง แก่สามเณรที่บรรพชาในครั้งนั้น จนได้รับรางวัล สามเณรตัวอย่าง เป็นรางวัลที่ตอบแทนการครองตนในเพศสมณะที่งดงาม ส่วนตัวผมเอง พระอาจารย์ท่านเมตตา  ...อาจเป็นเพราะชอบอ่าน ชอบเขียน ....ก็เลยอดภูมิใจไม่ได้ที่จะคิดถึงความสุขเล็ก ๆ นี้อีกครั้งหนึ่ง กับ รางวัล สามเณรผู้มีความเพียร

 

            นั่งมองฟ้าและก็คิดครับว่า..ความคิดของคนที่มีอะไร คล้ายๆกันเนี่ย!!สามารถหล่อหลอมให้มาอยู่ในบริเวณเดียวกันได้ แต่อาจจะแตกต่างกัน ตามเหตุตามปัจจัย และสภาวะที่เป็นอยู่...

 

                                            แล้วมันเกี่ยวกับอะไรที่   

                                     "แจ็ค..นายไปทำอะไรที่นั้น!!!"                             

 

เป็นเพราะผมได้หนังสือเล่มหนึ่งมา   .."พม่าพลัดถิ่น"..

               ที่เขียนขึ้นโดย นายแจ็ค  นั่นเอง  เป็นหนังสือที่พิมพ์ เผยแพร่นานมากแล้ว  หนังสือเล่มนี้  คนพม่าคนหนึ่งนำมาให้ผม  เค้าพูดว่า

"หนังสือเล่มนี้ ควรจะอยู่กับพี่มากกว่าผม"

"แม้จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับประเทศของผม แต่ผมเห็นว่าหนังสือเล่มนี้ถ้าอยู่ในมือพี่มันน่าจะมีคุณค่ากว่าที่จะอยู่กับผม"

......

"ผมอยากให้พี่อ่าน แล้วเล่าให้ผมฟังบ้าง"

 

                แค่หน้าปกของหนังสือเล่มนี้ ก็บอกเล่าเรื่องราวได้อย่างมากมายนัก

                นานมากแล้วที่ผม  ไม่เคยติดต่อกับแจ็ค  อีกเลย  .....นานมากทีเดียวเลย นะแจ็ค....

             แต่ก็ได้ชื่นชมเค้าอยู่ห่าง ๆ ตามประสาคนที่ยังระลึกถึงความเป็นเพื่อน ระหว่างกัน มาโดยตลอด  แม้กระทั่งตอนนี้

คำว่า "เพื่อน" ก็ไม่เคยลืมเลือนไปจากหัวใจ

 

             อดทึ่ง!!! ความกล้าในหัวใจของเพื่อนคนนี้ไม่ได้  ทึ่งทั้งความคิดและการกระทำ

....

 "แจ็ค...นายก็ยังคงมีอุดมการณ์ที่แรงกล้าอยู่เหมือนเดิม  ไม่เคยเปลี่ยนเลยนะ"

 ....

"นายปีนเขา ที่นายไม่เคยทำมาก่อน.... "

" นายเล่าประสบการณ์ช่วงหนึ่งของชีวิตนาย ได้อย่างน่าชื่นชม"

 ....

 " ขอ ชื่นชมนายว่ะ "

จิตใจที่เป็นสากลแห่งประชาธิปไตย

 

             ถ้อยคำหลาย ๆ คำที่นายพูดไว้ในหนังสือ เล่มนี้ ยังคงมีค่า และมีความหมาย เป็นอย่างยิ่ง หากมีผู้ใด  ที่มีหัวใจเป็นสากลแห่งประชาธิปไตย  เช่นนาย

ได้อ่าน และสัมผัส ถ้อยคำเหล่านี้ 

"เสรีภาพของความเป็นมนุษย์"

"ไม่ว่าสถานการณ์ใด ๆ เราก็จะไม่ทอดทิ้ง ..เพื่อน...ได้ 

 แม้นในวันนี้  หรือวันหน้า"

"ปืน-ฆ่าคนในป่า !! เงิน-ฆ่าคนในเมือง !!"

"กี่เขาที่เราผ่าน  กี่ลำธารที่เราข้าม  ไม่อาจต้านทานกระแสประชาชนได้"

 

               บนยอดเขาสูงชันนั้น....เทือกเขาตะนาวศรี  ....นายได้เห็นความมุ่งมั่น เพื่อประชาธิปไตยของเพื่อนบ้าน..ที่นายคงไม่มีวันลืมไปจากหัวใจ และผมเอง......ก็รู้สึกเช่น นาย ....."แจ็ค"

 

               ผมรู้ แล้วว่า..... ความคิดเราก็ยังคงเหมือนและคล้ายกันอยู่  แต่ต่างกันตรงที่ ผมไม่มีโอกาส เช่นนาย

                                  เมื่อนายมีโอกาส  ผมรู้ว่า นายจะทำอย่างไร

                                       เดินตามรอยฝัน  ที่นายอยากเป็น

                                      และเราคงได้ฝันถึงสิ่งดีงามร่วมกัน

ทั้งอุดมการณ์ทางโลก และอุดมการณ์ทางธรรม