การที่ได้เรียนรู้จากบันทึกของคุณครูจักรกฤษณ์ จันทคุณ ความซับซ้อนในการแก้ปัญหานักเรียนยุคดิจิตัล ทำให้อยากจะแลกเปลี่ยนเรื่องที่คล้ายกัน  ซึ่งที่ผ่านมาได้นำเสนอเรื่องราวของเด็กนักเรียนชาย "น้องโอ" ในบันทึกฉบับที่ ๒๓๘.คนที่รับกรรมคือลูก แต่ไม่ได้เล่าพฤติกรรมของน้องโอให้ทราบ  นอกจากประวัติทางครอบครัวอย่างคร่าว ๆ

        น้องโออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ขาดคุณภาพชีวิต  พ่อและแม่ดื่มสุรา สูบบุหรี่ ทำให้น้องโอติดบุหรี่ไปด้วย  โดยการแอบสูบ  เมื่อครูจับได้หรือสอบถามปัญหาทางพฤติกรรมน้องโอเป็นคนหนึ่งที่ยกมือสารภาพว่าตนเองสูบบุหรี่และรับปากว่าจะเลิก  เป็นเวลากว่า ๓ ปี

        พฤติกรรมด้านอื่น ๆ น้องโอเคยหนีเรียน  ภายหลังรูปแบบการหนีเรียนลดลง เพราะไม่มีนักเรียนนิยมหนีเรียนในปีนี้  แต่น้องโอยังขาดเรียนบ่อย ๆ ส่วนผลการเรียนเมื่อไม่เอาใจใส่ผลการเรียนก็จะดีไม่ได้  ในห้องเรียนจะนั่งนิ่ง ยิ้มบ้าง ไม่พูด  ส่งสายตามองครูทุกอิริยาบถ  แต่เลื่อนลอย  ครูหลาย ๆ คนหวังเพียงแต่ว่าขอให้น้องโอมาเรียนอย่าได้ขาดก็แล้วก็พอใจแล้ว 

       สุขภาพร่างกาย  ท่าทางเป็นคนแข็งแรง เมื่อเดือนที่ผ่านมาป่วยเป็นไข้ไปหลายวัน  ตามปกติหน้าตาไม่สดชื่น  อาจเป็นเพราะสูบบุหรี่ก็เป็นได้  บุหรี่ของน้องโอเป็นบุหรี่ที่มวนมาจากยาเส้นมีกลิ่นฉุน ๆ แบบโบราณ  เพราะน้องโอเห็นรูปแบบมาจากพ่อแม่และญาติ ๆข้างเคียง 

      ปัจจุบันน้องโอเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ส่วนเพื่อน ๆ รุ่นเดียวกันอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  ๓  เมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมาน้องโอ  ได้ก่อเหตุให้น้องนักเรียนชายชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ จำนวน ๓ คนสูบบุหรี่ยาเส้น  ทำให้มีอาการเมาบุหรี่นอนหลับไปคนละ ๔ ชั่วโมง  คุณครูเวรนำมาซักถามและคิดว่าจะต้องลงโทษให้หนัก ๆ 

     คุณครูเวรกลับส่งน้องโอขึ้นมาหาฉัน  รวมนักเรียนชายมัธยมศึกษาปีที่ ๑ - ๓ ทั้งหมด  เมื่อฉันถาม  น้องโอได้สารภาพอย่างรวดเร็วว่าตนเองเป็นคนทำผิด  สาเหตุที่ทำเพราะโมโหที่น้องทั้ง ๓ คนไปแอบดูตนเองสูบบุหรี่ กลัวน้อง ๆจะมาฟ้องครู วันนั้นเราก็คุยกันจนมืดเย็น  ไม่ได้ลงโทษใด ๆ เพราะคิดไม่ออก

       ต่อมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  สังเกตเห็นว่าน้องโอมาโรงเรียนทุกวัน   ในวันพุธฉันเดินผ่านน้องโอทำให้กลิ่นบุหรี่ผ่านจมูก  ฉันบอกให้น้องโอเข้าไปล้างมือ  ล้างหน้าในห้องน้ำครู  โดยถูสบู่ให้สะอาดด้วย  บอกว่าได้กลิ่นบุหรี่  น้องโอทำตามอย่างว่าง่าย  และส่งมือมาให้ฉันดมว่ายังมีกลิ่นอยู่อีกไหม 

       ก่อนเรียนฉันอบรมทุกวัน  โดยไม่บ่นว่าหรือพูดกระทบกระทั่ง  แต่เลือกใช้คำพูดที่คิดว่านุ่มนวลที่สุด นักเรียนหลายคนบอกว่าเลิกได้แล้ว  และบางคนก็ลดน้อยลงคาดว่าจะเลิกได้ในเร็ว ๆ นี้  ยกเว้นน้องโอยังไม่คิดจะเลิก แต่บอกเป็นคนสุดท้ายกับฉันว่า "จะเลิกในวันพรุ่งนี้" หมายถึงวันศุกร์  ฉันบอกให้น้องโอหันหน้าไปหาเพื่อน ๆ เพื่อขอกำลังใจ  และฉันเดินไปจับมือให้สัญญาและเป็นกำลังใจน้องโอด้วย   ขณะเดียวกันก็คิดหาวิธีการอื่น ๆ ไปด้วย..แต่ก็คิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรดี 

      วันอังคารที่ผ่านมาคือเมื่อวานนี้  น้องโอหน้าตาดูดีผิดปกติ ยิ้มและไหว้ทักทายอ่อนหวานเหมือนเดิม  ฉันจึงชมว่า "น้องโอหน้าตาดี ท่าทางก็ดี" น้องโอหันมาไหว้ขอบคุณและบอกว่า "คุณครูครับผมไม่สูบบุหรี่มา ๔ วันและรวมวันนี้เป็น ๕ วันครับ"  ฉันถามความรู้สึกว่าเกี่ยวกับอาการของคนเลิกบุหรี่ น้องโอบอกฉันว่าไม่มีอะไรผิดปกติ  พร้อมกับ"ลูบหลัง จับแขน ตบไหล่มองหน้า"เป็นการให้กำลังใจ ฉันได้ไปขอความร่วมมือจากคุณครูที่สอนมัธยมด้วยกันไม่ให้ขุดคุ้ยบาดแผลของน้องโอ  ถ้ามีอะไรขอให้บอกฉันก่อน  คุณครูทุกท่านให้ความร่วมมือด้วยดี  ฉันชื่นชมน้องโอในชั้นเรียน เพื่อน ๆ ปรบมือให้  สังเกตว่าน้องโอมีความสุขเหลือเกิน

        ตอนเย็นน้องโอเดินตามฉันไปที่แปลงเกษตรของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓  น้องโอแจ้งความสนใจว่าจะขอทำ "โครงงานโคโรฟิลด์" และเตรียมสถานที่ไว้แล้ว  ในวันนี้หลังเลิกเรียนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ มาพบกัน  ทุกคนเสนอให้น้องโอเป็นหัวหน้าโครงงาน  น้องโอเปลี่ยนแปลงได้ด้วยตนเองแบบรวดเร็วและไม่มีสิ่งใดซ่อนเร้น  ท่าทางเอาจริงและเข้มแข็งมาก

       นอกจากนี้เพื่อนชายชั้นเดียวกันต่าง  มาช่วยกันบอกกับฉันว่า "น้องโอเลิกบุหรี่ได้ ๗ วันรวมทั้งวันนี้  มีเพื่อนเกเรในหมู่บ้านมาชวนให้ไปเที่ยวเตร่และส่งบุหรี่ให้น้องโอก็ไม่รับแล้ว" ฉันแอบไปเล่าให้เพื่อนครูฟัง  ทุกคนก็สังเกตเห็นเหมือนฉันว่าหน้าตาของน้องโอดูสะอาดขึ้นและไม่ซูบซีดแล้ว 

       การแก้ปัญหาด้านพฤติกรรม  ไม่มีกฏเกณฑ์แน่นอนตายตัว  แต่อาศัยปัจจัยเรื่องเวลาเป็นสำคัญ  เพราะปัญหาเหล่านี้เป็นการเปลี่ยนแปลงคน  คงไม่ใช่เรื่องง่าย หรือถ้าคิดที่จะแก้มันก็ไม่ใช่เรื่องยาก...แต่ขณะที่บันทึกอยู่นี้ยังมีความหวั่นไหวอยู่ในใจเล็กน้อย  ขอเป็นกำลังใจให้คุณครูทุกท่านค่ะ