การอ่านมันเปลี่ยนชีวิตฉันได้จริงๆ

        ฉันเป็นคนๆหนึ่งที่ชอบอ่านหนังสือเวลาที่มีเวลาว่าง หนังสือที่ฉันอ่านก็มีหลายแนวเลย แล้วแต่ว่าช่วงนั้นอยากจะอ่านอะไร ฉันอ่านตั้งแต่หนังสือที่เป็นสารคดีไปจนถึงหนังสือนิยายรักวัยรุ่น หนังสือแต่ละประเภทก็ให้อะไรๆที่แตกต่างกัน อาจจะให้ความรู้ ให้ความเพลิดเพลิน หรือให้กำลังใจ ซึ่งอันหลังเนี่ยแหละที่ทำให้ชีวิตฉันเปลี่ยนไปมาก ฉันได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งมันมีชื่อว่า    "ล้มบ้าง เจ็บบ้าง ช่างหัวมัน" ตอนแรกที่เห็นหนังสือเล่มนี้ก็สะดุดกับชื่อทันที ฉันเลยสนใจว่าเนื้อหามันจะเป็นอย่างไงบ้าง ฉันเลยตัดสินใจซื้อโดยที่ไม่ได้อ่านเนื้อหาข้างในก่อนเลยแม้แต่น้อย เมื่อได้เริ่มอ่านฉันก็เริ่มทึ่งกับการเขียนของผู้แต่งมาก ที่เขาสามารถเขียนมุมมองของความเศร้า เสียใจ ผิดหวัง ให้กลายเป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะประสพพบเจอ ยิ่งอ่านไปยิ่งทำให้ฉันรู้สึกว่าหนังสือน่าทึ่งเข้าไปใหญ่ พออ่านจบฉันก็มองชีวิตในเรื่องความผิดหวังเปลี่ยนไป ฉันมองว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ร้ายแรงอะไร มันมีทางแก้ได้ถ้าเรามองอีกมุม แต่หากแก้ไขอะไรไม่ได้ ก็ทำใจยอมรับแล้วเก็บสิ่งนั้นมาเป็นประสบการณ์ โดยที่ไม่ต้องไปโทษอะไร ว่าทำไมถึงแย่ขนาดนี้ ทำให้มองชีวิตเป็นสิ่งที่สวยงาม และมันยังทำให้ฉันสามารถให้กำลังใจคนอื่นๆที่ทุกข์ใจได้ถูกวิธีอีกด้วย ฉันมีเหตุการณครั้งนึงที่ฉันรู้สึกว่าหนังสือนี้ช่วยชีวิตฉันไว้จริงๆ ตอนนั้นเป็นช่วงการทำงานกีฬาสีที่โรงเรียน ฉันทุ่มเทกับการจัดขบวนพาเหรด กับการทำสถานที่เชียร์มาก มากขนาดที่บ้างวันกลับบ้านเที่ยงคืน ตีหนึ่งก็มี ฉันหวังว่าความพยายามที่ฉันและเพื่อนๆลงไปจะไม่เสียเปล่า แต่พอประกาศผลการแข่งขัน กลุ่มสีของฉันแพ้ ฉันรู้สึกว่ามันท้อและแย่เอามากๆ แต่พอกลับมานั่งคิดว่าชีวิตมันไม่ได้สมหวังตลอด บ้างครั้งที่เราคิดว่าทำดีแล้ว คนอื่นเค้าก็ทำดีกว่า ฉันเลยหยุดเสียใจ แล้วคิดได้ว่าต้องพยายามใหม่ พร้อมกับปลอบเพื่อนหลายๆคนที่ร้องไห้เสียใจ หนังสือเล่มนี้ทำให้ฉันไม่ร้องไห้ในวันนั้นและยังให้ฉันสู้ต่อไป และในปีต่อมาฉันก็ชนะในงานกีฬาสีจนได้.....เย้ๆๆๆๆ

 

 

 " เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ท้อแท้นะคะ จงเดินหน้าต่อไป ทุกปัญหามันมีทางออก หาทางออกไม่เจอ ก็ออกมันทางเข้านั่นแหละค่ะ อิอิ"