...6เดือนที่ผ่านมา...กับ 14 คราที่มาฟังธรรม

 

วันนี้ตื่นแต่ก่อน 6 โมงเช้านิดหน่อย รีบอาบน้ำแต่งตัว เพราะตั้งใจจะไปฟังธรรมและสนทนาธรรมกับท่านอาจารย์หลวงพ่อปราโมทย์ที่สวนสันติธรรม ศรีราชา ชลบุรีครับ

ออกเดินทางจากบ้านประมาณ 6 โมงครึ่งแวะซื้อกาแฟแก้วกลางและขนมปังที่ 7-11 ไว้เป็นเสบียงยามหิวครับ ผมใช้เวลาไม่นานนักประมาณ 7 โมง 10 นาทีก็เดินทางมาถึงที่สวนสันติธรรมครับ

 

วันนี้เป็นวันวัดเปิดวันแรกของอาทิตย์นี้แต่ญาติธรรมไม่เยอะมากครับเพราะเป็นวันธรรมดา ถ้า้เป็นวันหยุดหรือเสาร์ อาทิตย์บางครั้งญาติธรรมเยอะจนล้นศาลาก็มีบ้างครับ ครั้งที่เป็นครั้งที่ 14 ในรอบ 6 เดือนที่ผมมาเรียนธรรมะที่นี่ครับ จากนั้นก็แวะกราบรูปหลวงปู่ดูลย์ ก่อนเข้าศาลาครับ

 

ปกติผมจะนั่งโซนหลังๆครับ เพราะข้างหน้าจะเป็นที่ของผู้ที่อยู่วัดหรือมาแต่เช้า ผมมาไม่ค่อยทันครับ และ ไม่ค่อยชอบนั่งหน้าเกินไป จากนั้นก็หาเบาะรองนั่ง และเลือกบัตรคิวสำหรับถามคำถามครับ ผมเลือกเบอร์ 23 ครับ

 

จากนั้นก็เลือกนั่งได้ตามอัธยาศัย ผู่ที่ต้องการนั่งเก้าอี้ ในศาลาก็มีไว้พร้อมครับ เข้าไปรอในศาลาประมาณ 5 นาที่หลวงพ่อก็ออกมากราบพระพุทธรูป พวกญาติโยมก็จะกราบตามหลังจากหลวงพ่อกราบเสร็จ จากนั้นหลวงพ่อก็จะเทศน์รอบเช้าครับประโยคธรรมที่พอจะจำได้เลยบันทึกมาฝากครับ

 

"เวลาคบคน ให้เลือกคบกัลยาณมิตร ที่ชวนกันเข้าวัด ฟังธรรม ภาวนา อย่าคบบาปมิตร"


"การที่คนคนนึงจะตื่นนั้นเป็นเรื่องยาก แต่ไม่ยากเลยที่คนตื่นแล้วจะบรรลุมรรคผล นิพพาน"


"โมหะ หรือ ความหลงเกิดเดี่ยวๆก็ได้ หรือ เิกิดคู่กับราคะ หรือ โทสะก็ได้ ถ้าจิตรู้ทันโมหะก็จะรู้ได้ละเอียดขึ้น"

หลวงพ่อจะเทศน์ประมาณ 1 ชั่วโมงจนถึงประมาณ 8 โมงเช้าก็จะมีเสียงระฆังดังกังวาล และ เป็นที่รู้กันว่า หมดเวลาเทศน์รอบเช้า และ หลวงพ่อจะเชิญญาติโยมไปทานข้าวเช้าครับ หลวงพ่อและพระรูปอื่นๆจะฉันประมาณครึ่งชั่วโมง

 

ช่วงนี้ ญาติโยมจะออกมานั่งรอนอกศาลา ใครใคร่ทานข้าวเช้าจะไปต่อแถว รอรับอาหาร ส่วนผมไม่ได้มีอะไรมาถวายท่าน เพราะไม่ได้ตระเตรียมอาหารมา เลยขอปลีกตัวไปนั่งทานขนมปังที่เตรียมมาครับ

 

พอเวลาใกล้ 8 โมงครึ่งจะเป็นที่รู้กันว่าถ้าลูกศิษย์ทำการยกอาหารสำรับสุดท้ายออกมา ญาติโยมก็จะกรูกันเข้าไป สักพักหลวงพ่อก็จะออกมาเทศน์ต่อสัก 5 นาที่ ช่วงนี้จะเป็นช่วงส่งการบ้านครับ

 

การบ้านก็คือ สิ่งที่ผู้ปฏิบัติ ลองไปปฏิบัติแล้วเกิดสภาวะธรรมก็จะนำมาเล่าถวาย ส่วนผมวันนี้ไม่เชิงตั้งใจส่งการบ้านแต่ต้องการตรวจสอบการปฏิบัติว่ายังอยู่ในร่องในรอยไหม หรือว่าทำอะไรนอกเหนือจากสิ่งที่ควรหรือเปล่า

 

วันนี้โชคดีคนไม่เยอะ หลวงพ่อก็เริ่มอนุญาติให้ผู้อยู่วัดรายงานผลการปฏิบัติก่อน หลังจากนั้นก็อนุญาติให้ผู่ที่อยู่โซนหลังได้ทำการสนทนาธรรมต่อครับ

 

ผมจัดแจงยกป้าย และหลวงพ่อเรียกเป็นคิวที่ประมาณ 7-8 ครับ คำถามที่ตระเตรียมา คือ "ที่ผมปฏิบัติอยู่ยังมาถูกทางหรือเปล่าครับ"

 

หลวงพ่อท่านเมตตาตอบว่า"วันนี้เพ่งแรงไปหน่อย จิตไม่ถึงฐาน กระจาย ออกมาอยู่นอกๆ รู้สึกไหม"

 

พอได้ฟังดังนั้นเกิดตกใจ รีบจะดึงจิตกลับมา หลวงพ่อท่านเมตตาบอกอีกว่า "เห็นไหม จิตมันแฉลบออกไป ไม่ถึงฐาน จิตหนีไปคิดด้วยรู้ตัวไหม"

 

ผมก็ตอบว่า"รู้สึกครับ ใจมันแน่นๆ อึดอัด" ผมคิดในใจหรือว่าตื่นเต้นที่ไมล์มาไม่ทราบได้ครับ

 

หลวงพ่อท่านเมตตาอีกว่า"ให้ตามรู้ ตามดูไป"

 

ผมกล่าวขอบพระคุณท่านและส่งไมล์ต่อให้ท่านอื่นครับ

 

จากการตีความด้วยสติปัญญาอันน้อยนิดของผม คงมีแฉลบไปข้างทางบ้าง แต่คงไม่มีอะไรผิดมากจากการปฏิบัติของผมเพราะหลวงพ่อท่านไม่ได้ชี้แนะว่าผิดตรงไหนเป็นที่ต้องแก้ไขอย่างพิเศษ

 

ด้วยเส้นทางยังอีกยาวไกล จะคอยรู้กายรู้ใจ มีความเพียรในชีวิตประจำวันต่อไปครับ

 

ขอให้ทุกท่านเจริญในธรรมนะครับ