ไร้รักสามัคคี วัชชีเสียเมือง
เนื้อเรื่องย่อสามัคคีเภทคำฉันท์
ในกาลโบราณมีกษัตริย์องค์หนึ่งทรงพระนามว่า พระเจ้าอชาตศัตรู ทรงครอบครองแคว้นมคธ มีราชคฤห์เป็นเมืองหลวง พระองค์ทรงมีอำมาตย์ที่สนิทคนหนึ่งชื่อว่า วัสสการพราหมณ์ เป็นผู้ฉลาดและรอบรู้ศิลปศาสตร์และเป็นที่ปรึกษาราชการทั่วไป พระเจ้าอชาตศัตรูมีพระราชประสงค์จะปราบแคว้นวัชชีอันมีพวกกษัตริย์ลิจฉวีปกครอง แต่พระองค์ยังลังเลพระทัยเมื่อได้ทรงทราบว่ากษัตริย์ลิจฉวีทุก ๆ พระองค์ล้วนแต่ทรงตั้งมั่นอยู่ในธรรมที่เรียกว่า “อปริหานิยธรรม ๗” คือธรรมอันเป็นไปเพื่อเหตุแห่งความเจริญฝ่ายเดียว มีทั้งหมด ๗ ประการ
ดังนั้นพระองค์จึงปรึกษาโดยเฉพาะกับวัสสการพราหมณ์ว่าควรจะกระทำอย่างไรจึงจะหาอุบายทำลายเหตุแห่งความพร้อมเพรียงของพวกกษัตริย์ลิจฉวีได้ เมื่อได้ตกลงนัดแนะกับวัสสการพราหมณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว วันหนึ่งพระเจ้าอชาตศัตรูเสด็จออกว่าราชการ จึงดำรัสเป็นเชิงหารือกับพวกอำมาตย์ในเรื่องจะยกทัพไปรบกับแคว้นวัชชี มีวัสสการพราหมณ์เพียงผู้เดียวที่กราบทูลเป็นเชิงทักท้วงและขอให้พระองค์ทรงยับยั้งรอไว้ก่อนเพื่อเห็นแก่มิตรภาพและความสงบ ทั้งทำนายว่าถ้ารบก็จะพ่ายแพ้ด้วย
พระเจ้าอชาตศัตรูได้ทรงฟังวัสสการพราหมณ์กราบทูลเป็นถ้อยคำหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเช่นนั้น ก็ทรงแสร้งแสดงพระอาการพิโรธ และมีพระราชโองการสั่งเจ้าหน้าที่ผู้ใหญ่ฝ่ายนครบาลพร้อมด้วยราชบุรุษ ให้นำตัววัสสการพราหมณ์ไปลงโทษตามคำพิพากษาในบทพระอัยการ คือ เฆี่ยน โกนผม ประจาน แล้วขับไล่ไปเสียไม่ให้อยู่ในพระราชอาณาเขต
วัสสการพราหมณ์ยอมทนรับราชอาญาด้วยทุกขเวทนาแสนสาหัสถึงแก่สลบ เมื่อถูกเนรเทศออกจากแคว้นมคธก็เดินทางมุ่งตรงไปเมืองเวสาลีอันเป็นเมืองหลวงของแคว้นวัชชีและเที่ยวผูกไมตรีกับบรรดาชาวเมือง จนข่าวนี้ทราบไปถึงกษัตริย์ลิจฉวี จึงได้ตีกลองสำคัญขึ้นเป็นสัญญาณ เชิญกษัตริย์ทั้งปวงมาชุมนุมปรึกษาราชการ เมื่อกษัตริย์ลิจฉวีประชุมกันแล้วก็ได้ตกลงกันว่าควรให้พราหมณ์ผู้นั้นเข้ามาเพื่อจะได้เห็นท่าทางและฟังความดูก่อนว่าจะจริงเท็จอย่างไร
ภายหลังที่วัสสการพราหมณ์ได้เข้าเฝ้ากษัตริย์ลิจฉวีและกราบทูลข้อความต่าง ๆ ด้วยความฉลาดลึกซึ้ง ประกอบกับมีรอยถูกโบยฟกช้ำให้เห็น กษัตริย์ลิจฉวีทุกพระองค์ต่างก็ทรงหมดความฉงนสนเท่ห์ว่าจะเป็นกลอุบาย จึงทรงตั้งให้เป็นครูสอนศิลปวิทยาแก่บรรดาราชกุมารและกระทำราชการในตำแหน่งอำมาตย์ผู้พิจารณาพิพากษาอรรถคดีอีกตำแหน่งหนึ่งด้วย
วัสสการพราหมณ์ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเต็มใจและเอาใจใส่ จนเป็นที่ไว้ใจในหมู่กษัตริย์ลิจฉวี เมื่อวัสสการพราหมณ์คาดคะเนว่าพวกกษัตริย์ลิจฉวีวางใจตนจนหมดความสงสัย วัสสการพราหมณ์จึงได้ดำเนินอุบายเพื่อทำลายความพร้อมเพรียงเป็นอันเดียวกันของกษัตริย์ลิจฉวี โดยการแต่งอุบายลับชวนให้ฉงนสนเท่ห์ต่าง ๆ ขึ้น เป็นเครื่องยั่วยุราชกุมารทั้งหลายผู้เป็นศิษย์ให้แตกร้าวกัน และวัสสการพราหมณ์คอยส่งเสริมเหตุแห่งการทะเลาะวิวาทให้บังเกิดขึ้นในหมู่ราชกุมารอยู่เนืองนิตย์ จนกระทั่งที่สุดราชกุมารทุกพระองค์ก็แตกความสามัคคีกันเป็นเหตุให้วิวาทกันขึ้น ครั้นแล้วต่างองค์ก็นำความนั้นขึ้นกราบทูลชนกของตนตามเรื่องที่เป็นมา เมื่อเป็นเช่นนั้นความแตกร้าวก็ลามไปถึงบรรดาชนกผู้ซึ่งเชื่อถ้อยคำโอรสของตนโดยปราศจากการไตร่ตรอง
จนกระทั่งเวลาล่วงไปสามปี สามัคคีธรรมในระหว่างพวกกษัตริย์ลิจฉวีก็ถูกทำลายสิ้น วัสสการพราหมณ์เห็นว่ากษัตริย์ลิจฉวีทุกองค์แตกสามัคคีกันแล้ว ก็ให้คนลอบนำความไปกราบทูลพระเจ้าอชาตศัตรู
พระเจ้าอชาตศัตรูก็กรีธาทัพสู่เมืองเวสาลี พวกชาวเมืองเวสาลีตกใจกลัวภัยอันเกิดแต่ข้าศึก มุขมนตรีจึงได้ตีกลองสำคัญขึ้นเป็นอาณัติสัญญาณให้ยกทัพมาต่อสู้ แต่เหล่ากษัตริย์ลิจฉวีก็หาไปเข้าร่วมประชุมไม่ ต่างองค์ทรงเพิกเฉยเสีย แม้แต่ประตูเมืองทุกทิศก็ไม่มีใครสั่งให้ปิด พระเจ้าอชาตศัตรูจึงได้แคว้นวัชชีโดยง่าย ไม่ต้องเปลืองแรงรี้พลเพราะการรบเลย เมื่อจัดการบ้านเมืองราบคาบแล้วพระเจ้าอชาตศัตรูก็ยกกองทัพเสด็จกลับกรุงราชคฤห์ดังเดิม
หากต้องการคำปรึกษา เขียนถามไว้ครูแป๊วจะเข้ามาตอบนะคะ..หรือจะมาหาโดยตรงก็ได้ค่ะ
อ่านและนะ55+
อ่านแล้วนะค๊า
มะเหมี่ยวอ่านแล้วคะ
อ่านแล้วนะอาจารย์
มาอ่าน แล้วคับ ครู
^^
มาอ่านแล้วคะ อาจารย์
อ่านแล้วค่ะ เข้าใจง่ายจัง
โหยยย พรามณ์ แผนเเยบยล มากฮะ
เลี้ยงเสียข้าวสุก -0-
ขอบคุณสำหรับเนื้อหา....good
อ่านแล้วค่ะ เข้าใจมากขึ้นค่ะ
อ่านแล้วค่ะ
มาอ่านแล้วน่ะค่ะ สีสันในการอ่านสวยดีน่ะค่ะทำให้อ่านเข้าใจง่ายขึ้น
หัวหน้าชมรมณ์หมาดอใหญ่ อ่านจบแล้วนะครับครู เข้าใจง่ายกว่าในหนังสือลิบลับเลยครู
อ่านแร้วน่ะ
พุ่งนี้สอบ 100 ข้อ
ขอให้ตัวเองโชคดี
อิอิ
อ่านแล้วรู้สึกสนุกมาก ย่อมามให้อ่านได้เข้าใจมาก
สนุกมากคับ
สวัสดีค่ะ
เรื่องราวของพระเจ้าอชาตศัตรูและกษัตริย์ลิจฉวีนั้นน่าสนใจมาก
มีข้อคิดหลายประการที่อยากให้นำไปคิดและปฏิบัติ
อ่านใน พระเจ้าอชาตศัตรูผู้หลงผิด กับ อุทาหรณ์การแตกสามัคคีของกษัตริย์ลิจฉวีแห่งเวสาลี เพิ่มเติมด้วยนะคะ
อ.ค่ะ พอดีว่าหนุต้องทำรายงานเกี่ยวกับเรื่องนี้พอดี พอมาอ่านของอาจารย์ แล้ว รุ้เรื่องมากขึ้นเยอะเลยค่ะ แต่ว่ามีติด อยู่2หัวข้อที่ทำไม่ได้ อยากปรึกษาหน่อยค่ะ
1.สำนวนที่สท้อนความเป็นอยู่ในเรื่อง?
2.ในเรื่องสะท้อนความเป็นอยู่อย่างไรบ้าง ?
ช่วยชี้แนะ หน่อยค่ะ
ขอบพระคุณค่ะ
อ่านแล้วเหมือนกัน
สวัสดีค่ะ น้องไซอ๋ว น้องใบพลู
ครูดีใจที่บันทึกของครูช่วยทำให้เข้าใจบทเรียนเรื่องสามัคคีเภทคำฉันท์มากขึ้น ครูไม่ทราบว่าโรงเรียนของน้องไซอิ๋วเรียนสามัคคีเภทคำฉันท์ตลอดทั้งเรื่องหรือไม่ อย่างไรก็ตามครูอนุมานว่าคุณครูคงสั่งให้อ่านเพิ่มเติมทั้งเรื่อง จึงขอตอบคำถามดังนี้ค่ะ
๑. สำนวนในเรื่อง
สามัคคีเภทคำฉันท์มีสำนวนอยู่หลายสำนวนแทรกอยู่ เช่น
แมลงเม่าบินเข้ากองไฟ (ตอนวัสสการพราหมณ์ทูลขอควาเห็นใจจากกษัตริย์ลิจฉวี))
" ดั่งอินทโคปกะผวา มุหฝ่าณกองไฟ"
รักตัวกลัวตาย (ตอนพระเจ้าอชาตศัตรูทรงแสร้งพิโรธวัสสการพราหมณ์)
" พ่ายเพราะภัยพะตัวและกลัวจะพลอย
พินาศชิพิตประดิษฐ์ประดอย ประเด็นขัด"
ยุให้รำตำให้รั่ว (การดำเนินแผนทำลายความสามัคคีของกษัตริย์ลิจฉวี โดยเริ่มที่การยุแหย่พระราชกุมาร)
" ครูวัสสการแส่ กลแหย่ยุดีพอ
ปั่นป่วนบเหลือหลอ จะมิร้าวมิรานกัน"
แต่คำถามของน้องไซอิ๋วถามถึงสำนวนที่สะท้อนความเป็นอยู่ จึงขอตอบรวมกับคำถามข้อ ๒ นะคะ
๒. สำนวนที่สะท้อนความเป็นอยู่ คือสำนวน"ร่มเย็นเป็นสุข" " อยู่ในตอนที่บรรยายสภาพบ้านเมืองของมคธ
" ความสุขก็แสนบรมสุข และสนุกสนานยิน
ยลในไผทระบุบุริน ทรรัตน์จรูญเรือง
กลางวันอนันตคณนา นรคลาคละไลเนือง
กลางคืนมหุสวะประเทือง ดุริย์ศัพทดีดสี
บรรสานผสมสรนินาท พิณพาทย์และเภรี
แซ่โสตสดับเสนาะฤดี อุระล้ำละเลิงใจ
เมืองท้าวสิเทียบทิพเสมอ ภพเลอสุราลัย
เมืองท้าวแหละสมบุรณไพ บุลมวลประการมาน "