ถ้าไม่มีค่ายในวันนั้น ฉันก็ไม่รู้ว่าวันนี้ฉันจะมายืนอยู่ตรงนี้หรือเปล่า

ดิฉันคิดว่าใครที่ฝันอยากเข้ามาเรียนในคณะแพทยศาสตร์นี้  ย่อมมีความลังเลในตัวเองเกือบทุกคน  ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องค้นหาตัวเองเพื่อให้เจอในสิ่งที่ตัวเองชอบตัวดิฉันก็เช่นกันเมื่อขึ้นมายังชั้นม.ปลาย  ความรับผิดชอบก็มีขึ้นเท่าตัว  และตัวเองก็เป็นคนที่เรียนอยู่ในระดับปานกลางจึงมีสองสาขาที่อยากเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา  และหนึ่งในนั้นก็คือคณะแพทยศาสตร์ 

 

 

ดิฉันจึงพยายามที่จะไปหาประสบการณ์โดยได้สมัครไปยังค่ายของคณะแพทย์ในมหาวิทยาลัยต่างๆ  เพื่อไปหาประสบการณ์แต่ทุกครั้งก็ต้องผิดหวังไป  เคยทั้งส่งไปพร้อมเพื่อนสนิท  แต่เพื่อนกลับได้ไปส่วนตัวเองก็ต้องผิดหวังเหมือนเคย  จนเมื่อขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่  6  ดิฉันก็เริ่มที่จะ-ถอดใจด้วยเพราะเรียนหนักจนไม่มีเวลา  แต่ก็ได้มีเพื่อนคนหนึ่งนำใบสมัครค่าย  med  camp  ของมหาวิทยาลัยนเรศวรมา  ดิฉันจึงได้คิดว่าขอเป็นครั้งสุดท้ายก็แล้วกัน  จึงได้ตัดสินใจเขียนใบสมัคร  แล้วรีบส่งด้วยอะไรก็ฉุกละหุกไปหมดขนาดรูปที่ใช้ในใบสมัครยังต้องแกะออกมาจากแฟ้มประวัติที่โรงเรียนเพื่อให้ทันวันกำหนดส่ง  แต่แล้วก็เหมือนท้องฟ้าจะเห็นใจ  ผลออกมาดิฉันติดค่ายพร้อมกับเพื่อนที่ส่งใบสมัครด้วยกัน  พวกเราดีใจกันมาก  เมื่อถึงวันออกเดินทางจนไปถึงค่าย  มีอะไรให้พวกเราตื่นตาตื่นใจอยู่ตลอดเวลา  เมื่อไปถึงค่ายพี่ๆ  ทุกคนเป็นกันเอง  เพื่อนๆ  มาจากทุกที่ทั่วประเทศ  เราได้ทำกิจกรรมต่างๆ  ร่วมกัน  เรียนร่วมกัน  มีการแนะแนวทางในการเรียนในคณะแพทยศาสตร์  และการเตรียมตัว  ในการนี้มีการสอนความรู้ด้านวิชาการ  และมีการสอบแล็บกริ๊ง  ซึ่งในครั้งนี้ดิฉันสามารถคว้าที่หนึ่งแล็บกริ๊งได้  ซึ่งทั้งหมดถือเป็นความประทับใจที่ทำให้ดิฉันมีความคิดที่จะเข้าเรียนในคณะแพทยศาสตร์  และอยากจบออกมาเป็นแพทย์ที่ดี  ซึ่งในวันนี้ความฝันขั้นแรกของดิฉันก็สำเร็จคือการสอบเข้าเรียนในคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้  และในวันนี้ดิฉันก็ตั้งใจที่จะทำให้ความฝันขั้นที่สองของตนเองเป็นจริงเช่นกัน