ชีวิตคนอย่างฉันที่มันเต็มไปด้วย “ความไม่ดี” ขอแบ่งปันประสบการณ์ความเลวร้ายทุกย่างก้าวนี้ต่อเพื่อนมนุษย์
ประสบการณ์ทั้งด้านบวกและด้านลบล้วนมีค่า น่า “ภูมิใจ”

ชีวิตที่ย่างก้าวด้วยความ “หมิ่นเหม่” และหลายครั้งเอียกระเท่เล่ห์ด้วยความทุกข์นั้น ย่อมนำกลับมาหลอม มารวมเป็น “พลัง” สร้างสรรค์ชีวิตให้ก้าวหน้า ท้าผองภัย

แน่นอน... ขาทั้งสองของฉันย่อมย่างเหยียบลงไปในโคลนตมที่ผสานผสมไปด้วย “สิ่งสกปรก” มากกว่ามวลกลีบดอกไม้ที่ใครต่อใครเขาโรยไว้ตามหนทาง

หนทางของฉันนั้นช่าง “ว้าเหว่” เพราะใครต่อใครเขาก็ร่อนเร่ไปในทางที่ “สวยงาม”
ถึงแม้นว่าทาง “เลว ๆ” ของฉันจะ “อ้างว้าง” แต่ฉันขอพลิกกลับเป็นประสบการที่ “อุดม...”

อุดม “ทุกข์” นั้นคือ “สุข” ในการ “เรียนรู้”
ความทุกข์ การพลาด และผิดพลั้งเป็นดั่ง “ครู” สอนเรารู้ซึ่ง “ชีวิต” อนิจจัง...

ชีวิตที่แห้งแล้งนั้นย่อมแฝงด้วย “พลัง”
พลังชีวิต พลังกาย ที่จริงจัง ย่อมกลบฝังความเปียก “ชื้น” ในจิตใจ

ทุกสรรพสิ่งในโลกล้วน “มีค่า” โปรดนำมา “วิเคราะห์” พิจารณ์มั่น
“ความรู้” จากทุกสิ่งคือ “กำลัง” เปรียบดั่ง “ทั่ง” ใช้ฝน “เข็ม” ทิ่มแทงภัย

ทุกข์และภัยใน “สังสารวัฏ” ล้วน “สวยงาม” น่าไตร่ตรอง
ชีวิตหนึ่ง ชีวิตนี้ ไม่มีสอง โปรดเพ่งมอง “ชีวิต” ใน “จิตเดิม”

บุคคลมองเห็นความเลวร้ายที่เคลือบจิตนี้ ย่อมเป็นบุคคลที่เห็น “จิตเดิม...”
จิตเดิมแท้อัน “ประภัสสร” ดั่ง “กุญชร” เสน่ห์คง
วันชีวิตที่ปลด “ปลง” จิตเดิมคงใส “สว่าง” ชั่วนิรันดร์....