ทำนามาเป็นสิบปี..ไม่เห็นรวย..กรีดยางครั้งเดียวขายได้มากกว่าทำนาทั้งปี..อย่ากระนั้นเลย....

คราวก่อน...พาไปดูยางหน้าแห้ง...

http://gotoknow.org/blog/pree-d2/282673

คราวนี้...มาดูยางหน้าเปียกบ้าง....555 เป็นไงน้อยางหน้าเปียก...ฮิฮิ..

นี่ครับยางหน้าเปียก...ปลูกยางในนาข้าว....

ก็ปลูกข้าวมาเป็นสิบ ๆ ปีไม่รวยซะที...กรีดยางเสร็จ..ขายครั้งเดียวได้เงินมากกว่าทำนาทั้งปี...แล้วปีหนึ่งก็ขายยางได้ตั้งหลายครั้ง....

อย่ากระนั้นเลย..เปลี่ยนที่นาเป็นป่ายางกันดีกว่า...

มีเงินหน่อยก็ยกร่องขึ้นแบบนี้..สลับกันระหว่างยางสองแถว..ร่องน้ำ 1 ร่อง (ผมเรียกแปลงนี้ว่าโครงการเลี้ยงปลาในป่ายาง..)

บางแห่งไม่มีเงินมาก....ก็แค่เกลี่ยนคันนาลงแล้วปลูกยางเลยก็มี..

ประเด็นที่น่าคิดผมมองอยู่สองด้าน...

........หนึ่งคือ...สภาพความเหมาะสมในการเจริญเติบโตของยาง...

..ระดับน้ำตื้น..รากยางถูกน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน....ดินแน่น...พื้นที่ในการหาอาหารจำกัด..และที่น่าเป็นห่วงมากคือดินนา...มักมีสภาพเป็นกรด...ซึ่งจะส่งผลต่อการเจริญของยางและการเกิดยางหน้าแห้งอย่างมาก...ยิ่งถ้าขุดดินด้านล่างขึ้นมาด้านบนยิ่งน่าเป็นห่วง...

.........อีกหนึ่งคือ.....

มีแนวคิดที่จะจัดทำหมู่บ้านยางพารา 100 % ....

คือเลิกการทำนากันไปเลย....อันนี้ขอเวลาไปวิเคราะห์ผลได้ผลเสียก่อนครับ...

ตอนนี้ขอตัวไปส่งสามใบเถาที่ลุยโคลนพาชมสวนยางก่อนครับ..รู้สึกจะมีปัญหา...

โคลนติดรองเท้า..ล้างไม่ออก..

ต้องเล่นแบบนี้ละครับ...555

ปล.ใครที่สนใจบุกพิสูจน์สวนยางกรีดครั้งเดียวได้น้ำยางสองถ้วย...

วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคมนี้...ยังพอมีที่ว่างนะครับ..ติดต่อด่วน....งานนี้ชาวสวนยางกิติมศักด์เพียบ..ทั้งผู้บริหาร..ทั้งคุณหมอ...น่าสนุก