ทำดีง่าย ทำชั่วน่าจะยากกว่านะครับ...

ขอพร่ำก่อนนะครับก่อนเข้าเรื่อง...อัลฮัมดุลิลละฮฺสำหรับการเคีลยร์โครงการวิจัยเสร็จไป ๑ โครงการของสำนักทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ) ทำเอาไม่ได้หลับไม่ได้นอนเอาหลายคืน อิอิ แต่ก็คุ้มค่าครับสำหรับการวิจัยครั้งนี้คงหาอะไรให้ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องทบทวนด้านการศึกษาในพื้นที่สามจังหวัดบ้าง โล่งเลยครับพรุ่งนี้จะได้ส่ง อินชาอัลลอฮฺ


    เมื่อวานตามแผนที่วางไว้ตอนเช้าจะนั่งเคลียร์วิจัยพร้อมตรวจทานงานเขียนที่ได้รับมอบหมายไปๆมาๆมีอันต้องเปลี่ยนแผนครับเพราะมีน้องโทรมาตามเข้าร่วมงาน ลืมสนิทเลยครับว่าต้องไปงานสัมมนา "แต่งงานง่ายซีนายาก" งานนี้พลาดไม่ได้ครับ เพราะคนบรรยายเป็นท่านรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการของมหาวิทยาลัยอิสลามยะลา (อ.มัสลัน มาหามะ) งานนี้นับได้ว่าผู้บรรยายสามารถเลือกวิธีการบรรยายได้ถูกใจวัยรุ่น(รวมทั้งผม อิอิ) เพราะมีการนำวิซีดีมาให้ดูประกอบการบรรยายพร้อมทั้งถอดบทเรียนกันอย่างน่าสนใจ ชอบมากครับสไตล์ของท่านรอง

 

ภาพผู้เข้าร่วมคับคั่งครับ...


       งานนี้มีนักศึกษาและหน่วยงานเข้าร่วมหลากหลายสถาบันครับ ประกอบด้วย ม.อ.ปัตตานี มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ วิทยาลัยพยาบาล วิทยาลัยสาธารณสุข มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา สหพันองค์กรนิสิตนักศึกษามุสลิมแห่งประเทศไทย  งานนี้ผมมองว่าวัตถุประสงค์ของผู้ทำโครงการที่ต้องการสร้างเครือข่ายประสบความสำเร็จแน่นอนครับเพราะยอดทะลุเป้าที่วางไว้หลายเท่าตัว ก็อัลฮัมดุลิลละฮิแทนผู้จัดด้วยครับเจ้าของงานวิจัย เจ้าของโครงการอย่าง เภสัชกรยูโซ๊ะ นิมะ งานนี้ขอแสดงความยินดีกับอีกก้าวของท่านครับ

           สิ่งหนึ่งที่ผมได้รับจากการเข้าร่วมฟังบรรยายสังเกตการณ์ในครั้งนี้้ นอกจากแง่มุมคิดที่ดีของการที่จะร่วมกันป้องกันการก่อเกิดซึ่งซีนา การอยู่ร่วมกันของหนุ่มสาวก่อนวัยอันควร ทำให้รู้ว่าขั้นตอนภารกิจของชัยฏอน(มารร้าย) ที่จะคอยยุแหย่ให้เราทำชั่วมีขั้นตอนสรุปดังนี้ครับ "มอง ยิ้ม พูด นัดเจอ" นี่ครับคือสิ่งที่เราต้องควรระวังและตระหนักโดยเฉพาะการเพลี่ยงพล้ำของหนุ่มสาว และครอบครัวที่ขาดซึ่งการดูแลเอาใจใส่ต่อลูกๆในปัญหาดังกล่าวที่กำลังแพร่ระบาดทั่วทุกสถาบันสถานศึกษาก็ว่าได้ ยังไงๆทุกภาคส่วนต้องช่วยกันเฝ้าระวังและขบคิดถึงปัญหาดังกล่าวอย่างตระหนักครับ "ให้การแต่งงานที่ถูกต้องเป็นเรื่องง่าย ดีกว่าให้เกิดการซีนาง่ายๆทั่วทุกสถานที่ครับ"

            วาทกรรมคำนี้ต้องคิดให้มากนะครับในปัจจุบันว่าเหมาะไหม๊ "ยืดอกพกถุง" เพราะแท้ที่จริงแล้วเป็นการป้องกันหรือสนับสนุนให้เกิดขึ้นได้ง่ายขึ้นถึงเรื่องที่กล่าวมาข้างต้นอันนี้ผู้ใหญ่ต้องทบทวนครับ


 

             งานนี้ที่เซอร์ไพรส์สุดคือ การได้พบเพื่อนร่วมงานที่เคยทำงานร่วมกันครับในงานนี้ คือ อ.ยูซุฟ เดชอรัญ อดีตอาจารย์สอนภาษาไทยมหาวิทยาลัยอิสลามยะลา ตอนนี้บรรจุรับราชการเป็นอาจารย์สอนที่ปัตตานีไปเรียบร้อย ธรรมดาของคนเรียนและทำงานด้วยเรื่องราวที่คุยกันนอกจากจะถามถึงสารทุกข์สุขดิบก็คงหนีไม่พ้นเรื่องวิทยานิพนธ์ งานนี้อาจารย์ท่านบอกว่าท่านไม่เข้ามหาวิทยาลัยไปพบอาจารย์มาตั้งแต่จบเนื้อหา (ฮ่าๆๆ ผมบอกอาจารย์ท่านว่ายังไงก็อย่าลืมนะครับ อิอิ เพราะเหลืออีกปีกว่าแล้ว) อาจารย์ท่านหัวเราะพร้อมความเข้าใจซึ่งกันและกันถึงข้อจำกัดของเรื่องราวทั้งหมดที่ยากคนอื่นจะเข้าใจถึงสถาบันที่กำลงศึกษา ป.โท แห่งนี้

             ขอพระเจ้าโปรดชี้นำแนวทางให้ประสบความสำเร็จในเร็ววันครับ...อินชาอัลลอฮฺ