...แต่ไอ้ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้น่ะก็คือการดูแลผู้ป่วยฝรั่งต่างชาติน่ะแหละที่นับวันจะมีมากขึ้นทุกทีเพราะคนแถวบ้านผู้เขียนแต่งงานกับฝรั่งแยะ เห็นเดินกันในโรงพยาบาลเป็นคู่ๆ ดูแล้วน้องๆบอกว่าอิจฉา...

พอบอกว่าจะมีฝรั่งมาดูงานที่ภาคฯก็หลบกันเป็นแถวๆ(รวมถึงผู้เขียนด้วย)  โชคดีที่ฝรั่งที่มาส่วนใหญ่จะมีอาจารย์ดูแลใกล้ชิด การปล่อยให้ออกมาฟุตฟิตฟอฟายกับพยาบาลจึงมีน้อย...

แต่ไอ้ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้น่ะก็คือการดูแลผู้ป่วยฝรั่งต่างชาติน่ะแหละที่นับวันจะมีมากขึ้นทุกทีเพราะคนแถวบ้านผู้เขียนแต่งงานกับฝรั่งแยะ เห็นเดินกันในโรงพยาบาลเป็นคู่ๆ ดูแล้วน้องๆบอกว่าอิจฉา...

 

ทำไมเขาถึงคุยกันรู้เรื่องฮึ...

โอ๊ย...วันนั้นญาติคนไข้เข้ามาเฝ้ากันในห้องพักฟื้นบอกว่า  อยู่ด้วยกันก็คุยกันไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก  เวลาเราด่าเขา(มัน)ว่า...แม่มึง...เขา(มัน)ก็หัดพูดตามว่า...แม่มึง...ด้วย ...เลยได้ฮากันไป

 

หากดูจากเซ็ทผ่าตัดรู้ล่วงหน้าก็พอไปทบทวนกันบ้าง  เอาพอเท่าที่จะใช้เพราะพอไม่ได้ใช้บ่อยๆก็ลืม แต่หากบังเอิญเห็นนอนหน้าขาวบนเตียงผ่าตัดแต่เช้าแล้วละก้อ...พยาบาลผู้นั้นก็หน้าขาว(ซีด)ตามไปในไม่ช้าเช่นกัน 

 

การพูดคุยสื่อสารกันง่ายๆสั้นๆแล้วให้ยาดมสลบหลับไปนั้นก็ดูจะไม่ยากนัก พยาบาลก็เผชิญความเครียดช่วงสั้นหน่อย แต่หากเป็นการให้ยาระงับความรู้สึกเฉพาะที่เช่น spinal block  คงหนีไม่พ้นที่ต้องพูดคุยเพื่อลดความกังวลของผู้ป่วยกันยาว(แล้วความกังวลมาอยู่ที่พยาบาลแทน...)

 

วันนั้นผู้เขียนก็เช่นกัน

 

ผู้ป่วยเป็นหญิงฝรั่ง ดูเหมือนจะเป็นอาจารย์(Professor)เภสัชกร  ตามสามีที่เป็น Professor มาสอนหนังสือ  เธอมาทำผ่าตัดกระดูกที่งอกเกินออกมาบริเวณเท้าคาดว่าจะใช้เทคนิคการให้ยาระงับความรู้สึกเฉพาะที่แบบ spinal block 

 

...เอาเข้าแล้ว...

 

Nurse :     “Good morning. I’m Krisana. I’m nurse anesthetist.”

 

Patient :    “Good morning.”

 

Nurse :      “May I have your name please?”

 

Patient :     “My name is……(JR)………..”

 

Nurse :      “Let me be sure. Your name is …(JR)………, right?

 

Patient :     “That’s right”

 

Nurse :       “Thank you.”

 

 

ผู้เขียนแนะนำตัวแล้วกล้อมแกล้มพูดเพื่อรับทราบข้อมูลผู้ป่วยและให้ข้อมูลเท่าที่คิดว่าจำเป็นและพอจะจำได้  แม้สามีของผู้เขียนจะสอนและพูดภาษาอังกฤษได้เก่งและไพเราะ... แต่งานนี้ก็เรียกมาช่วยไม่ทันซะแล้ว...

 

จะพูดยังไงดี(หว่า)...ให้เขาเข้าใจ...อย่างสุภาพ....

 

 

Nurse :     “I would like to ask you a few questions. I have to take your

                 health history.”

 

Nurse :     “Have you had any surgery before?”

 

Nurse :     “Do you have any allergy?”

 

ที่ผู้เขียนวิตกคือ ผู้ป่วยควรได้รับทราบข้อมูลที่สำคัญอย่างถูกต้อง...หัวใจอยู่ที่ตรงนั้น...ดังนั้นการใช้คำพูดที่ไม่ถูกต้องอาจสื่อความหมายที่ผิดและอาจดูคล้ายไม่ให้เกียรติผู้ป่วย(โดยเราไม่ตั้งใจ)

 

วันนั้นผู้เขียนรอดตายเพราะได้ อ.สรรชัย ช่วยพูดเสริมเรื่องการจัดท่าblock  ทดสอบการชา และได้คุณหมอหนุ่มออร์โธปิดิกส์ที่มา elective วิสัญญีพอดีช่วยเหลือ

 

Nurse :    “Could you please take off your shirt?”

 

Nurse :    “Can you bend your spine?”

 

Nurse :    “Is there any numbness or tingling?”

 

 

 อาจารย์ block ผู้ป่วยเสร็จ พอเห็นว่าไม่มีปัญหาท่านก็ละไปปฏิบัติภารกิจอื่น  น้องที่ผู้เขียนอยู่ด้วยฉลาดมาก เก็บข้าวของที่ใช้แล้วคว้าแบบบันทึกทางวิสัญญี (Anesthetic record)มาบันทึก  ปล่อยให้ผู้เขียนเองนั่งกุมมือผู้ป่วยตลอดการผ่าตัด  ผู้ป่วยไม่ยอมปล่อยมือ  มีการพูดคุยระหว่างกัน(นิดๆหน่อยๆ) มีเสียงหัวเราะแทรกบ้างบางครั้งเป็นเพราะฟังผู้เขียนพูดไม่รู้เรื่องหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ดูทีท่าว่าคงไม่ค่อยวิตกกังวล (เพราะความกังวลน่าจะมาอยู่ที่ผู้เขียนหมดแล้ว...) ผู้เขียนเห็นรอยยิ้มของเธอตลอดการผ่าตัด

 

เสร็จผ่าตัดผู้เขียนพามาส่งที่ห้องพักฟื้น...น้องปรี่เข้ารับคนไข้ทันที(เพราะไม่รู้ว่าเป็นฝรั่ง)  พอเห็นหน้าขาวก็เบรคตัวโก่งแล้วร้อง...อุย...พร้อมกับยิ้มๆ

ผู้เขียนแนะนำให้ผู้ป่วยรู้จักน้องเพราะเธอจะเป็นผู้ดูแลต่อ

เรากล่าวอำลากัน

ผู้ป่วยกล่าวขอบคุณ

 

 

Nurse :     “Please take a rest in PACU. If the pain gets worse, you can  

                call nurse.”

 

Patient :    “Thank you”

 

Nurse :      “You’re welcome. Bye for now.”

 

 

...ฉันรอดไปได้อีกหนึ่งวัน...

 

แต่เห็นว่าเรื่องนี้สำคัญจึงน่าจะได้นำมาทยอยถ่ายทอดให้กันทราบบ้าง เผื่อมีใครเผชิญเหตุการณ์คล้ายกับผู้เขียนก็จะได้เอาออกมาทำมาหากินได้ทันที  จึงคิดว่าน่าจะทยอยนำ ภาษาอังกฤษ...บนวิถีชีวิต(พยาบาลดมยา) มาเล่าไปเรื่อยๆ(ผ่านที่ปรึกษาที่บ้าน) เท่าที่จะมีเวลา...ท่าจะดี

 

บันทึกนี้เลยขอเริ่มทิ้งไว้ให้สักนิด