ฉันรู้จักทุน AFS ตั้วแต่เรียนอยู่ชั้น ม.3 สืบเนื่องมาจากความอยากไปเรียนต่างประเทศของฉัน ฉันจึงเริ่มสมัครสอบทุน AFS ตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น ม.3 แต่ด้วยความอ่อนด้อยด้านภาษาอังกฤษของฉัน ฉันจึงสอบไม่ผ่านตั้งแต่สอบข้อเขียน ฉันยังติดตามเพื่อสมัครและสอบทุน AFS ต่อ ตอนที่ฉันอยู่ชั้น ม.4 ฉันยังพกพาความไม่มั่นใจในเรื่องภาษาอังกฤษติดตัวฉันมาตลอดเวลา
จนฉันทนไม่ไหวฉันจึงถามอาจารย์ผิวจันทร์ที่เป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษที่สอนทั้งเหล่าญาติๆและพี่ๆของฉันรวมถึงฉันด้วยว่า ฉันจะเก่งภาษาอังกฤษได้อย่างไร อาจารย์ผิวจันทร์ตอบอย่างไม่ลังเลเลยว่า "อ่านที่อาจารย์สอนวันละ 15 นาทีก็พอ อาจารย์ขอเท่านั้นแหละ" ฉันรู้สึกว่ามันดูง่ายมากและสงสัยว่าจะเป็นไปได้หรือ แต่ฉันก็กลัวอาจารย์เกินกว่าจะถามต่อ
ฉันโชคดีที่ฉันเป็นคนที่มีความตั้งใจสูง เพราะหลังจากนั้น ฉันก็อ่านที่อาจารย์สอนวันละ 15 นาทีก่อนนอน แต่เวลาในการเตรียมตัวของฉันคงน้อยไป ฉันก็ยังคงสอบไม่ผ่านแม้กระทั้งข้อเขียนตอนที่ฉันอยู่ชั้น ม. 4 ฉันไม่ได้รู้สึกผิดหวังอะไรมาก เพราะฉันรู้สึกสิ้นหวังตั้งแต่ทำข้อสอบ เพราะฉันทำข้อสอบไม่ได้เลย แต่ฉันรู้สึกว่าฉันอ่านข้อสอบได้รู้เรื่องมากกว่าตอนที่ฉันอยู่ ม. 3 ฉันตั้งใจทบทวนและอ่านสมุดจดที่เรียนกับอาจารย์ผิวจันทร์มากขึ้นและพยายามอ่านหนังสือภาษาอังกฤษทุกเล่มที่พบเจอ จนถึงเวลาที่ฉันสอบชิงทุน AFS เป็นครั้งที่ 3 พอสอบเสร็จฉันรู้สึกตัวเบาและตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก แอบคิดในใจว่า ฉันน่าจะมีโอกาสสอบผ่านนะ ที่ฉันไม่สามารถมั่นใจได้ เพราะในการสอบมีนักเรียนจากโรงเรียนอื่นๆที่สมัครสอบรวมกันน่าจะหลายพันคน
ในการสอบครั้งที่ 3 ของฉันมีเพื่อนร่วมชั้นไปสอบด้วยหลายคน แต่ละคนเป็นคนที่เรียนเก่งมากๆ เป็นปกติอยู่แล้ว ฉันเป็นคนเดียวที่อาจารย์ที่สอนภาษาอังกฤษของฉันในขณะนั้นถึงกับออกปากว่า "เธอก็ไปสมัครเหรอ" ฉันก็ได้แต่พูดเฉไฉไปว่า "แค่ไปลองเล่นๆค่ะ" ซึ่งต่างกับที่ใจฉันคิดอย่างแท้จริง
เมื่อวันที่ประกาศผลสอบข้อเขียนมาถึง ฉันก็ย่องไปดูที่บอร์ดหน้าห้องอาจารย์หมวดภาษาอังกฤษ ฉันดีใจมากที่มีชื่อฉันติด 1 ใน 5 ของนักเรียน ม.พ. ที่ผ่านการสอบข้อเขียนในปีนั้น ฉันหัวใจเต้นโครมครามอยากให้ฝันในการไปเรียนต่างประเทศของฉันเป็นจริง ฉันดีใจและเครียดในเวลาเดียวกัน แม้อาจารย์สอนภาษาอังกฤษของฉันยังไม่อยากจะเชื่อเลย อาจารย์ถึงกับพูดในห้องท่ามกลางเพื่อนที่ฉันรักว่า "...อย่างเธอ ก็สอบข้อเขียนได้หรือ ก็คงแค่นี้แหละ" น้ำตาของฉันแทบร่วง แต่ฉันได้แต่อดทนเพราะฉันไม่อยากอ่อนแอในสายตาใครๆ เพื่อนหลายคนเดินมาโอบฉันเพื่อปลอบใจ ฉันได้แต่นิ่งเงียบ แต่นั้นกลับกลายเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญของฉัน ฉันตัดสินใจที่จะ