วันนี้มีเรื่องอยากมาเล่าให้ฟัง เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อคืนวานผมได้หุงข้าวเจ้าไว้โดยหุงเผื่อตอนเช้าด้วย กะว่าพรุ่งนี้จะได้ตื่นขึ้นมาเจียวไข่ทานครับ แหม! เก็บน้ำลายด้วยครับ อิอิ… แต่พอตื่นมาตอนเช้าก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ทายซิครับว่ามีอะไร ก็มีงานเข้าล่ะซิครับ ก็เลยไม่ได้เจียวไข่ทานเลย กว่าจะกลับห้องก็เกือบเที่ยง ก็เลยคิดว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวเก็บไว้ ทานตอนเย็นก็แล้วกัน พอถึงตอนเย็นก็เลยชวนเพื่อนออกไปซื้ออะไรมาทานกันที่ตลาดโนนม่วง ก็เลยได้กับข้าวมา 1 อย่างก็คือ อ่อมไก่นั้นเอง พร้อมด้วย หวาน อีก1 ถุงครับ เอาล่ะน่าจะอยู่ได้แล้ว ไม่อิ่มก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว อิอิ.... ด้วยที่คิดว่าข้าวน่าจะยังทานได้อยู่ก็เลยเสียบปลั๋กอุ่นทันทีเลย มีเปิดฝาดูอยู่นะ แต่ก็ไม่ได้เอ็ดใจอะไร พึ่งหุงเมื่อคืนนี้เอง ทุกวันก็ไม่เป็นไร หลังจากที่อุ่นข้าวเสร็จแล้ว พอถึงตอนจะตักเท่านั้นแหละ ตกใจซิครับ ทำไมข้าวเราเป็นอย่างนี้ มีกลิ่นไม่ค่อยดี พุ่งออกมาในขณะที่เปิดฝาหม้อข้าว เป็นกลิ่นไหม้ๆ และฉุนๆนิดหนึ่ง ก็ทราบได้เลยว่า ข้าวคงเสียแล้วล่ะ แต่ไม่เป็นไรครับข้าวเสียแล้ว เราหุงใหม่ได้ ในใจไม่มีคำพูด ทำไมเราไม่ดูให้ดีก่อนถึงค่อยอุ่นนะ ยังดีนะที่ยังมีหวาน 1 ถุง ช่วยประทังความหิวได้บ้าง อิอิ... เรียกว่าหวานช่วยชีวิต....
บทเรียนนี้ก็สอนให้รู้ว่า ก่อนจะอุ่นข้าวครั้งต่อไปก็จงตรวจสอบดูให้แน่ชัดก่อนว่า ยังใช้ได้อยู่หรือเปล่า ไม่ใช่ว่าคิดเอาเองว่า น่าจะใช้ได้อยู่ แต่ที่จริงแล้วไม่ใช่เลย จงอยู่กับปัจจุบัน
แค่นี้ก่อนนะครับ รักษาสุขภาพกันถ้วนหน้าทุกท่าน สบายดี....
ถูกแล้วขอรับมีแต่ปัจจุบันเท่านั้นที่จะอยู่กับเรา..
. ขอบคุณธรรมฐิต นะครับ
ที่แวะมาเยี่ยมเยียน